ไม่ได้ตั้งใจที่ นำเรื่องนี้มาเล่าแต่ vertigo ทำให้ป้าแต๋งต้องลาป่วย
และ บางคนเป็นแบบนี้

มารุ้จักโรคบ้านหมุนกันเถอะ
ไม่น่าเชื่อว่าหลังการค้นคว้าแล้วพบว่า โรคบ้านหมุน หรือ vertigo เป็นโรคใกล้ตัวที่พบบ่อยทำให้ มีอาการเวียนศีรษะ, โคลงเคลง, ลุกไม่ไหวซึ่งบางครั้งก็เป็นมากจนต้องนำส่งโรงพยาบาล ป้าแต๋งเคยเป็นรุนแรงมาก เมื่ออายุ 36 ปี ตอนนั้นตั้งครรภ์น้องชารป ได้ 8 เดือน ได้นอน ICU และ อยู่ ร.พ. 4 วัน
ส่วนใหญ่ของแพทย์มักให้คำวินิจฉัยว่า เกิดจากอาการเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ มีตะกอนในหูชั้นใน ทำให้มีคำถามตามมาอีกว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอะไร มีผลกระทบร้ายแรงหรือไม่และสามารถจะหายขาดได้หรือไม่ ก่อนอื่นต้องแยกแยะก่อนว่าเป็น โรคบ้านหมุน หรือ vertigo จริงหรือไม่
ถ้าอาการเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ผู้ป่วยมักจะแยกไม่ทราบว่าเป็นอะไรกันแน่
* ถ้าอาการที่เกิดขึ้นมีลักษณะบ้านหมุน (Vertigo) โคลงเคลง เซหรือไม่ถ้าใช่แสดงว่ามีปัญหาที่ระบบควบคุมการทรงตัว ได้แก่ หูชั้นในและระบบประสาทส่วนกลางบริเวณก้านสมอง
* ถ้าอาการเป็นเพียงมึน ๆ (Dizziness) คล้ายนอนไม่พอ อาจมีสาเหตุหลายอย่าง เช่น เครียด พักผ่อนไม่พอ ดื่มแอลกอฮอล์หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด อาการสุดท้ายที่ต้องแยกคือ อาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม (Pre-syncope) ซึ่งมีสาเหตุมาจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ พบมากในผู้ป่วยที่ความดันโลหิตต่ำขาดการออกกำลังกาย ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ในกลุ่มนี้ ความเครียดและการพักผ่อนไม่พอ เป็นสาเหตุสำคัญ
แต่เป็นเรื่องแปลกที่พบว่า ในทางปฏิบัติ ความเครียดและการพักผ่อนไม่พอ ก็ป็นสาเหตุของ บ้านหมุน (Vertigo) ได้ 555 ที่หัวเราะเพราะมันแปลกดีนะ
สรุปว่าในขั้นแรกต้องใจเย็นๆ สังเกตอาการให้แน่ใจก่อนว่าเป็นอาการบ้านหมุนหน้ามืด หรือ แค่มึนๆ จากสาเหตุต่างๆ ทีกล่าวมาข้างต้น
บ้านหมุนเกิดจากอะไรได้บ้าง
ตำรากล่าวว่า อาการบ้านหมุนส่วนใหญ่ มักเกิดจากปัญหาที่ หูชั้นใน ได้แก่มีตะกอนในหูชั้นใน น้ำในหูไม่เท่ากัน หรือติดเชื้อไวรัส เป็นต้น
ส่วนน้อยเกิดจาก ปัญหาของก้านสมอง หรือ หลังการเกิดอุบัติเหตุที่ศีรษะ ซึ่งผู้ป่วยมักจะมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ลิ้นแข็งแขนขาอ่อนแรง เห็นภาพซ้อน ถ้าเป็นทันทีให้คิดถึงอาการเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน และสูบบุหรี่จัด จะมีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติ (ถ้ามีอาการบ้านหมุนร่วมกับอาการทางระบบประสาท ควรมาพบแพทย์โดยเร็วเพราะหากเกิดจากสมองขาดเลือด อาการอาจเป็นมากขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง) ไชโยไม่ได้เป็นทั้ง 3 โรค
มาดูซิคะว่าเราจะจำแนกสาเหตุของโรคได้อย่างไร
โรคหูชั้นใน มักจะมีอาการเวียนศีรษะมากบางครั้งมีหูอื้อ มีเสียงแว่วในหู หรือภาวการณ์ได้ยินลดลง แต่จะไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรงแบบอัมพฤกษ์ปากเบี้ยว หรือไม่มีอาการทางระบบประสาท บางคนที่ไม่ได้อยู่ในสายการแพทย์อาจสงสัยว่าทำไมเวียนหัวจึงเกี่ยวกับหู มารู้จักหูส่วนในกันหน่อย
หูชั้นในประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ
1. อวัยวะรูปก้นหอย (cochlea) มีหน้าที่รับการได้ยิน
2. อวัยวะรูปครึ่งวงกลม (semicircular canal) เชื่อมต่อกันสามชิ้น มีหน้าที่ควบคุมการทรงตัว
(1.) โรคตะกอนในหูชั้นในโรคตะกอนในหูชั้นใน ผู้ป่วยมักมีอาการเวียนศีรษะในท่าต่างๆ เช่นบ้านหมุนจะเป็นขึ้นทันทีเวลาจะนอน เงยหน้า หยิบของบนชั้น หรือสระผมที่ร้านเสริมสวยในขณะที่เป็นจะรู้สึกรอบๆ ตัวหมุนไปหมด คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก ต้องนอนนิ่งๆซักพักถึงจะดีขึ้น แต่ถ้าขยับศีรษะก็จะมีอาการบ้านหมุนขึ้นมาใหม่ เป็นๆหายๆเป็นวันหรือสัปดาห์ ศัพท์แพทย์ที่ใช้ตามลักษณะของโรคโดยตรง คือ Benign Paroxysmal Positional Vertigo (BPPV) โรคเวียนศีรษะเวลาเปลี่ยนท่า เรื่องยาวนะคะ ต่อ ภาค 2 ใจเย็นๆค่ะ ท่านผ.อ. รู้สึกว่าท่านจะเป็นเพราะความดันน้ำในหูไม่เท่ากันค่ะ
สำหรับสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดแต่พบบ่อยในผู้ป่วยที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางศีรษะมาก่อนเคยติดเชื้อในหูชั้นใน และที่สำคัญ คือมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ป้าแต๋งว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มนี้ค่ะ
ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีการตกตะกอนของสารที่อยู่ข้างในหรือมีหินปูนหลุดจากอวัยวะข้างเคียงเข้ามาอยู่ในส่วนครึ่งวงกลมดังกล่าวทำให้เวลาที่ผู้ป่วยขยับศีรษะจะเกิดการสั่นของตะกอนในหูข้างที่มีปัญหาสัญญาณที่ส่งจากหูทั้งสองข้างไปยังสมองส่วนกลางจึงไม่เท่ากันทำให้เกิดอาการบ้านหมุน โดยทั่วไปอาการเวียนศีรษะในครั้งแรกจะรุนแรงต่อมาจะค่อยๆ ลดความรุนแรงลง อาการบ้านหมุนสามารถเป็นได้หลายๆ ครั้งต่อวันจากนั้นอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นอาจจะนานเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนในบางรายอาการจะกลับเป็นซ้ำได้อีกในเวลาเป็นเดือน หรือเป็นปีแต่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการหูอื้อ ไม่มีเสียงผิดปกติ หรือหูไม่ได้ยินและไม่พบอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดเวลาไม่มีอาการหมดสติ
การรักษา
การทำกายภาพบำบัด (Vestibular exercise) ในปัจจุบันเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและได้ผลดีมาก แบ่งได้ 2 วิธี
วิธีแรกทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคเวียนศีรษะเท่านั้น ซึ่งจะต้องประเมินก่อนว่าผู้ป่วยมีข้อห้ามในการทำด้วยวิธีดังกล่าวหรือไม่ เช่น มีหมอนรองกระดูกคอเสื่อมเส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอตีบ (Carotidartery Stenosis) หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบชนิดไม่คงที่ (Unstable Angina) โดยแพทย์จะหมุนศีรษะผู้ป่วยเพื่อให้ตะกอนเคลื่อนที่ออกมาจากอวัยวะรูปครึ่งวงกลมที่คุมเรื่องการทรงตัว วิธีนี้ได้ผลประมาณ 50-70% หลังจากทำครั้งแรก หากทำซ้ำอีกจะได้ผลถึง 90% ทีเดียว
วิธีที่สองผู้ป่วยสามารถกลับไปทำที่บ้านเองได้ ด้วยการทำซ้ำๆ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นโดยให้ผู้ป่วยนั่งข้างเตียง แล้วล้มตัวด้านข้างจนหูแนบที่นอนอถ้ามีอาการบ้านหมุนเกิดขึ้นให้ค้างในท่านั้นจนกว่าจะดีขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เกิน 3-5 นาที แล้วลุกนั่งเพื่อล้มไปยังด้านตรงข้างใหม่ ควรทำซ้ำๆ อย่างน้อย 5-10 ครั้งเช้า-เย็น อาการจะดีขึ้นในหนึ่งสัปดาห์ นอกจากนี้ ในช่วงแรกที่อาการเป็นมากสามารถให้ยาแก้เวียนศีรษะทานได้ แต่ไม่ควรทานติดต่อกันเป็นเวลานานเพราจะทำให้อาการบ้านหมุนหายช้าลง ไม่เกิดการปรับตัวตามธรรมชาติของสมอง
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
มาจองคิว เดี๋ยวมาอ่านต่อ
สวัสดีค่ะ ท่านผอ.
มาจองคิวเร็วมากตั้งแต่มุทิตาจิตแล้ว
รู้สึกว่าเราจะมีท่านผอ.ประจำ GTW สวัสดีงามๆค่ะ
เรียน อาจารย์
ขอให้สุขภาพดี หายบ้านหมุนเร็ว ๆ นะคะ
ท่านผอ.
คะ การที่เครื่องบินไดต่ระดับความสูงที่เร็วเกินไป
มีผลกระทบต่อหูทั้งส่วนกลางและส่วนใน
หูชั้นกลางทำให้หูอื้อ หูชั้นในทำให้เป็น vertigo ได้ค่ะ แต่ไม่น่าจะนานท่าน ผอ. อาจมีปัญหาอื่นๆ เช่น มี นำในหูไม่เท่ากัน หินปูนเกาะในหูส่วนใน ก็ได้ค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง
ประกาย
ป้าแดงคนสวย แวะมาเยี่ยมกันอีกนะคะ
เคยเป็นหนัก ๆ อยู่ครั้งหนึ่งค่ะ นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว...ตอนนี้กลัวจะเป็นอีกจัง...บอกตรง ๆ กลัวมากค่ะ มันทรมาน เหมือนจะตายทีเดียว...
ป้าแต๋ง
พี่เคยเป็นบ้านหมุน 1 ครั้ง หลังจากเล่นโยคะอย่างหักโหม
ตอนหลังเลยเลือกท่า บางท่าเท่านั้นเวลาเล่นโยคะค่ะ
สวัสดีค่ะป้าแต๋ง
มันทรมานจริงๆค่ะ
ขอบคุณ
คุณลำดวนมากค่ะ
น้อง
ป้าว่าเรื่องบ้านหมุนนี้ต้องติดอันดับ top hit แน่ๆคนเป็นเยอะเนอะ
ประกาศมีคนหน้าตาดี แซ่เฮ หายใครพบ อ.ขจิตฝากบอกด้วยว่า
คิดถึงค่ะ
อ้าวน้องขจิต
~natadee มาแล้วเหรอ
ประกาศ คนหายแป๊บเดียวเอง
ต้องแอบอยู่
ต้องแอบอยู่
ต้องแอบอยู่ แอบอยู่ในช่องแอร์ที่ขอนแก่นกับเขารึเปล่าเนี่ย
หวาดเสียว
มาอ่านเพิ่มครับ
ตอนนี้เป็นอยู่ค่ะ เริ่มแรกเมื่อ13ธันวา 50 ตอนนี้รักษามาเดือนที 11 แล้วยังรู้สึกมึนๆ เวลาเดินก็ยังโคลงๆ อยู่นิดหน่อย โรคนี้รักษาหายขาดยากจริงๆ แต่ตอนนี้ก็ค่อยๆดีขึ้นมากแล้ว ตอนเป็นแรกๆ สิ่งของรอบตัวหมุนเป้นไฟดิสโก้เทคเลย ลืมตาแล้วอาเจียร ได้แต่หลับตาอย่างเดียว ไปไหนต้องมีอคนจูงเหมือนคนตาบอดเลย
ถ้าใครเป็นอยู่ขอให้หายไวๆ นะคะ โรคบ้านหมุนนี่ทรมานจริงๆ