เหมือนสายลมที่ฉ่ำเย็น พัดโบกดับร้อนในยามที่แผ่นดินกำลังระอุด้วยสงครามอคติ ผลประโยชน์และพวกพ้อง ความแตกแยกของสังคมเป็นปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วงในประเทศสยาม...ที่ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อให้เห็นตลอดเวลา...และเรายังไม่รู้อนาคตบ้านเมืองจะจบลงอย่างไร?
ผมโชคดีที่มีโอกาสรับรู้สิ่งดีงามท่ามกลางวิกฤติของสังคม สิ่งดีๆที่ทำให้ใจชุ่มชื้นและสร้างพลังแรงใจให้กับตัวเอง
ที่นราธิวาสเมื่อเดือนก่อน
ใต้สันติสุข : บทเริ่มต้นของการเดินทางไปนราธิวาส
ใต้สันติสุข : จากนราธิวาส สู่ มหกรรมสันติวิธีชายแดนใต้ ที่ยะลา
ผมเดินทางไปสำรวจพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาดูงานของนักศึกษาหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า และอีกวันต่อมาผมต้องไปรับคณะนักศึกษาฯ ยังสนามบินบ้านทอนนราธิวาส ...คนแปลกหน้าแบบผมตื่นเต้นตามประสาคนเยือนถิ่นใหม่ๆ ชาวบ้านหลายร้อยคนสวมเสื้อยืดสีเขียว ในมือต่างก็มีดอกไม้ บางคนมีช่อดอกไม้สะพรั่งช่อใหญ่อยู่ในมือ น่าตายิ้มแย้ม เสียงพูดคุยกลั้วเสียงหัวเราะของคนกลุ่มใหญ่ พวกเขาอาจรอใครสักคนที่สำคัญที่เดินทางมาในเที่ยวบินนี้แน่ๆ และผมเองก็ไม่ทราบว่าบุคคลนั้นท่านนั้นคือใคร...
เครื่องลงแล้ว ชาวบ้านเสื้อสีเขียวกลุ่มใหญ่ยืนเรียงรายตั้งแต่ประตูทางออกจนเต็มบริเวณ ผมพยายามแทรกตัวเข้าไปเพื่อที่จะได้อำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาที่เดินทางมากับเที่ยวบินนี้ แต่ผมไม่สามารถเข้าไปแทรกผู้คนเหล่านั้นได้ ผมสังเกตว่าทุกสายตาต่างจ้องมองไปยังประตู...รอคอยอย่างตื่นเต้น ผมก็พลอยตื่นเต้นไปกับบรรยากาศแบบนี้ด้วย
เสียงฮือฮาเมื่อนักศึกษาท่านหนึ่งปรากฏตัว...ท่านนั้นคือ คุณอมรา พวงชมภู นักธุรกิจหญิงจาก บริษัทสยามแฮนดส เป็นหนึ่งในนักศึกษาหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า และเสียงปรบมืออื้ออึงความชุลมุนเกิดขึ้นเมื่อทุกคนต่างยื่นจับมือ มอบดอกไม้...บรรยากาศแห่งความยินดีที่ผมได้สัมผัส ผมเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ จับมือและโผคล้องแขนอย่างสนิทสนม ทั้ง คุณอมรา พวงชมภูและ พลโทพิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ ๔ ทั้งสองท่านเดินออกมาช้าๆ รับไหว้ รับดอกไม้ รอยยิ้ม อย่างมีความสุข
ปรากฏการณ์แบบนี้ทำให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมทั้งสองท่าน (คุณอมรา และ พลโทพิเชษฐ์ วิสัยจร) ได้มาทำอะไรที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และท่านได้สร้างคุณูปการให้กับผู้คนในพื้นที่นี้อย่างไร ถึงได้ใจกลุ่มชาวบ้านที่มาต้อนรับในวันนี้...ความสงสัยของผมกับปรากฏการณ์ที่สนามบินนราธิวาส ยังเก็บค้างในใจตลอดเวลา
ในวันนี้ผมได้มายืนอยู่หน้า โรงงานสยามแฮนดสซึ่งเป็นโรงงานของคุณอมรา พวงชมภู และที่รู้จักกันคือผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ดัง “แตงโม”
จากปากทางโรงงานที่ร่มรื่น ต้นไม้น้อยใหญ่ กระจายความเขียวขจี ให้บรรยากาศสดชื่น สดใส พวกเราเดินเข้าไปในโรงงาน ผ่านเส้นทางตรงไปสุดฝั่งแม่น้ำ สวนที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างปราณีต ดอกกล้วยไม้บานสะพรั่งตามคบไม้ มองไปอีกฟากของฝั่งน้ำ เห็นวิถีชีวิตชุมชนไม่ไกลนัก ลมจากคุ้งน้ำพัดมาอย่างอ่อนโยน ...กระทบใบหน้าเย็นสบาย
ผมยืนสูดอากาสบริสุทธิ์จนเต็มปอดก่อนที่จะเข้าไปในอาคารรับรอง มีป้ายขนาดใหญ่เขียนคำต้อนรับ เช้านี้เราจะรับประทานอาหารที่นี่ ...และเป็นอาหารมื้อเช้าที่อร่อยมากที่สุดวันหนึ่งของผม
อิ่มหนำสำราญท้อง เราเดินทางต่อไปยังห้องรับรองอีกห้อง เพื่อชมเรื่องราวของ “สยามแฮนดส”
เป็นเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่อง ที่ คุณอดิศร พวงชมภู สามีของคุณอมรา ได้มาเป็นผู้เล่าเรื่องราวดีๆให้พวกเราฟัง ในโอกาสพิเศษแบบนี้
คุณอมรา - คุณอดิศร พวงชมภู
--------------------------------------------------------------------------------
กว่าจะมาเป็น “สยามแฮนดส” จาก “ห้วยต้ม” สู่ชุมชนสมานฉันท์ “บอเกาะ” ประสบการณ์ที่คุณอมราและคุณอดิศร ได้ไปช่วยพี่น้องชาวกะเหรี่ยงที่บ้านห้วยต้มจังหวัดลำพูน โดยการใช้เวทีการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ สืบค้นทุนที่มี สร้างพลังร่วมเพื่อพัฒนาชุมชนด้วยทุนที่ชาวบ้านมีอยู่ จากเรื่องที่ยาก เป็นเรื่องง่ายเพราะช่วยกันคิด ช่วยกันหาออก... “เพราะป่าคือชีวิตของพี่น้องกะเหรี่ยง” สร้างจิตสำนึกในการหวงแหนรักษาป่า เริ่มจากการสร้างฝาย 1 แห่ง 2 แห่ง จนถึง 100 กว่าแห่งถวายแด่พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย เมื่อน้ำที่ขุ่นข้นจากน้ำป่าไหลหลากเริ่มใส เมื่อน้ำมี ป่าก็คืนมา จากคนละไม้คนละมือไปสู่การพัฒนาการจัดการทรัพยากรอันเป็นชีวิตของพวกเขา สืบต่อลมหายใจของพี่น้องชายขอบ...”ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ภายใต้ทรัพยากรที่มี ใช้ปัญญาในการนำทาง เป้าหมายเป็นความสำเร็จและความยั่งยืนของการพัฒนา” น้ำมา ป่าก็สมบูรณ์ ทุกวิถีชีวิตที่ห้วยต้มมีความสุขกับวิถีพอเพียงกับบ้านของพวกเขา เริ่มต้นจากเหนือ เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดี สู่ภาคใต้ ”สมานฉันท์” เรื่องราวเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ ตัวผมเองเดินทางไปสามจังหวัดชายแดนใต้บ่อยครั้งด้วยภาระกิจของงานที่รับผิดชอบ และความรักที่จะทำงานชิ้นนี้ด้วยความตั้งใจ เสียงท้วงติงและเป็นห่วงจากคนรู้จักว่า อันตรายมากสำหรับคนแปลกถิ่นแบบผม แต่ผมก็ไม่เคยท้าทายต่อใครๆ การเดินทางไปใต้ของผมก็เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสมานฉันท์ผ่านเนื้อหาของงานวิชาการหนุนนำสังคมสังคมสันติสุข ... มีนักธุรกิจหญิงคนหนึ่ง ท่านนั้นก็คือ คุณอมรา ที่เดินทางไปใต้บ่อยๆ และเข้า- ออกในพื้นที่อย่างไม่หวั่นถึงอันตรายที่ทุกคนเป็นห่วง...ด้วยใจที่งดงาม มุ่งมั่น พร้อมให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เรื่องราวที่หลายท่านตั้งคำถามว่าทำไมต้องมา? และมาในโซนอันตรายแบบนี้เพราะอะไร? จากความคิดที่เริ่มต้น “เราคนทำเสื้อห่วง บ้านห่วงเมืองได้หรือไม่” คุณอมรา ได้รู้จักเพื่อนร่วมรุ่น ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พลตรีพิเชษฐ์ วิสัยจร รองแม่ทัพภาค 4 ยศและตำแหน่งของท่านในครั้งนั้น ทั้งสองท่านได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องต่างๆ และคุยกันถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนใต้... จากนั้นคุณอมราและครอบครัวก็เดินทางไป นราธิวาส ถึงแม้ว่าได้รับทราบว่าจุดที่ไปเป็นพื้นที่อันตราย และเสี่ยงเกินไปสำหรับคนแปลกถิ่นแบบคุณอมรา การเดินทางในครั้งนั้น ตัดสินใจเดินทางไปในพื้นที่แม้จะรู้สึกกลัวบ้าง ตามสื่อต่างๆที่ได้รับฟัง ได้อ่านบทสัมภาษณ์หนึ่งถึงความรู้สึก จากบทความของประชาไท คุณอมราได้บอกถึงความรู้สึกลึกๆ ว่า “กลัวนะคะ แต่ใจลึกๆก็คิดว่า คนที่ละหมาดวันละ 5 เวลา จะฆ่าคนหรือทำร้ายคนมันเป็นไปไม่ได้ แล้วพอมาถึงที่นี่คนก็น่ารักมาก เขามาบอกว่า เขาเป็นคนไทย เรารักในหลวงนะ ให้บอกใครๆด้วย ประโยคนี้เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้คิดว่า เราต้องทำให้ได้” เจ้าของแบรนด์เสื้อแตงโม กล่าว ความคิดในการพัฒนาอาชีพ คุณอมราได้มองถึง “ทุน”ที่ชาวบ้านมีอยู่ คือ ฝีมือการเย็บของสตรีมุสลิม จึงเกิดการการสร้างอาชีพต่อจากทุนเดิมที่มี "ตัดเย็บเสื้อ" เป็นรายได้ของตนเองและชุมชน เสื้อที่ว่าคือ เสือสีเหลือง ในนามของ “แตงโม สมานฉันท์” ฝีมือของชาวบ้านบอเกาะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ปลายสุดด้ามขวานของไทย
จากการส่งเสริม จนมาถึงการส่งคนในชุมชนมาฝึกการตัดเย็บที่โรงงานนครปฐม ผู้หญิงมุสลิมกลุ่มหนึ่งเดินทางจากบ้านเกิด หลายคนเดินทางไกลในครั้งแรกของชีวิต หลายคนยังประหวั่นพรั่นพรึงกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเมื่อต้องออกมาผจญโลกภายนอก แต่ความหวังเต็มเปี่ยมเพื่อการสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับครอบครัว และความห่วงใย เอาใจใส่เพื่อนมนุษย์ที่พึงกระทำต่อกัน เมื่อใจเชื่อมใจ จึงเกิดพลังความรักมหาศาล เย็บตัวแรก เริ่มชำนาญ จนถึงตัวสุดท้ายของการฝึกฝน ..ไม่ยากนักสำหรับนักตัดเย็บที่มีประสบการณ์... เมื่อชำนาญ กลุ่มผู้หญิงที่มาฝึกฝนฝีมือ ก็เดินทางกลับบ้านเกิด ด้วยความมั่นใจในการฝีมือและการหล่อเลี้ยงด้วยความรักและมิตรไมตรีจากคนไทยด้วยกัน ๘ มีนาคม ๒๕๔๙ สำเร็จจากการฝึกอบรมเย็บผ้า เดินทางกลับบ้าน...ไม่ใช่เพียงกลับไปเย็บผ้า แต่จะกลับไป...เพื่อเย็บชีวิตที่ดีให้ตัวเอง เพื่อเย็บอนาคตที่มั่นคงให้กับครอบครัว เพื่อเย็บความยั่งยืน ให้กับบ้านบอเกาะ แผ่นดินที่พวกเธอฝากชีวิตเอาไว้
เสื้อล็อตแรกกว่า 1,000 ตัว ที่ตัดแบบเรียบร้อยแล้ว ถูกทยอยนำออกจากโรงงานที่นครปฐม ไปยังบ้านบอเกาะด้วยรถไฟ ...ระยะทางที่ยาวไกล โบกี้ที่ลำเลียงหัวใจของคนไทยที่รักกัน...ผ่านการตัดเย็บที่ปราณีตทำด้วยใจ เกิดอาชีพ สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน แม้ว่าในทางธุรกิจ อาจจะต้องยอมรับว่า การทำอย่างนี้นอกจากไม่ได้กำไรทางธุรกิจแล้วยังดูเหมือนเป็นภาระที่เกิดขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่หากมองไกลออกไป เสื้อที่ทำแบบเรียบร้อยแล้วจากโรงงานนครปฐมเดินทางไกลไปตัดเย็บถึงบอเกาะ ขอเพียงให้พวกเขาได้รับโอกาส ...เขาก็สามารถพัฒนาชุมชนตนเองได้จากพลังของพวกเขาเอง ยิ่งในสถานการณ์ความรุนแรง ความเห็นอกเห็นใจ ความรักเพื่อนมนุษย์ เป็นเสมือนเป็นการเย็บโยงความรัก ร้อยรัก ถักทอความผูกพันเข้าด้วย เย็บความสมานฉันท์หลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียว
“พี่มาตรงนี้ คงไม่ใช่เรื่องกำไร มันอยู่ไกลจังเลยที่จะคิดไปถึง มันเป็นเรื่องของสันติภาพ ความสุข ความสงบที่เกิดบนแผ่นดินไทย และเป็นเรื่องของความรักที่อยากจะให้ผู้คนสื่อถึงกันมากกว่า พี่จะกันรายได้จากการจำหน่ายเสื้อตัวนี้ นำขึ้นทูลเกล้าฯ อีกส่วนหนึ่งเอาไว้ทำงานพัฒนาด้านสังคม คือ ชีวิตพี่ทำงานให้กับแผ่นดิน เวลาทำอะไรให้กับในหลวงและศาสนาจะไม่คิด อุทิศทุกอย่างถวายให้หมด” เป็นอีกบทสัมภาษณ์หนึ่ง ที่ผมตัดตอนมาจากเวปประชาไท ที่กล่าวถึงเรื่องราวของคุณอมรา เรื่องราวสิ่งดีๆประทับใจ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง “สมานฉันท์” มีมากมาย หลายบทหลายตอนที่ผมอ่านหนังสือปกเหลืองที่มีรูปเสื้อสมานฉันท์ ผมตื้นตันใจมาก เหมือนมีอะไรมาจุกที่ลำคอ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล่าธรรมดา แต่ความรู้สึกที่แทรกระหว่างช่องไฟตัวอักษร ทำให้ผมน้ำตารื้นด้วยความประทับใจ ที่คนไทยรักกัน
อ้างอิงบทสัมภาษณ์บางส่วนจาก : ประชาไท ดอทคอม
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๒๒ ก.ย.๕๑
นนทบุรี
ขอบคุณ mthai.com ครับ
ไม่กี่วันที่ผ่านมา - โรงงานสยามแฮนดส สามพราน นครปฐม


ขอบคุณนะค่ะ ที่นำข้อความ + ความคิดดีๆ มาเผยแพร่ให้อ่านได้รับรู้กัน ในยามที่บ้านเมืองเราเป็นแบบนี้
สวัสดีค่ะคุณเอก
แค่เพียงได้อ่านก็มีความสุขตามไปด้วยค่ะ
อ่านแล้วน่าชื่นชมครับเอก
ผมว่า เป็นแนวคิดของการพัฒนาที่ทำอย่างรู้และเข้าใจครับ เข้าใจต้นทุนที่มีในชุมชน เข้าใจวิถีชุมชน จึงนำไปสู่การพัฒนาได้
น่าชื่นชมครับ
ขอบคุณมากครับ พี่บุญธรรม
หากมองในความเท่าเทียม สิทธิของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกคนย่อมมีโอกาสได้รับสิ่งต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน
แต่ความต่างเป็นเรื่องจริงในสังคม คนที่พร้อมให้โอกาสคนที่ยังไม่พร้อม เป็นรูปแบบสังคมที่เอื้ออาทร สมานฉันท์ เปี่ยมไปด้วยความรัก
สังคมาแบบนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความฝัน แต่มีบทเรียนเล็กๆที่เกิดขึ้นมากมายท่ามกลางสังคมวิกฤติ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนรับรู้ และมีกำลังใจสานงานดีๆคือ การให้กำลังใจ
ผมจึงขอทำหน้าที่ที่ถนัด คือ "เขียน" และสื่อออกไปครับ
เรียน อาจารย์ประจักษ์ครับ
มีความสุขและยินดีมากๆครับที่ได้มีโอกาสพบเจอ คนเก่ง คนดี ของสุพรรณ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ประจักษ์ อาจารย์พิสูจน์ และ ศน.ลำดวน ทุกท่านเป็นคนดีศรีสังคมที่ผมติดตามผลงานเรื่อยมา
ผมขอขอบคุณในความตั้งใจอันงดงามของทุกท่านด้วยใจครับ
อาจารย์ชมผมด้วยคำใหญ่ๆหลายคำเลยทีเดียว ขอบคุณอีกครั้งครับ
สวัสดีครับ คุณวาสนา (แนน)-เกลียวคลื่น อันดามัน
ขอบคุณเช่นกันนะครับ ที่เข้ามาอ่านและให้กำลังผู้เขียน
ส่วนหนึ่งของกำลังใจนี้ ก็ช่วยให้ผมมีพลังในการคิด การเขียนเรื่องราวดีๆต่อเนื่องไป
สวัสดีครับ พี่ขจิตครับ
ต้องให้กำลัง อ.ขจิต ด้วยครับ ที่ทำหน้าที่จิตอาสา ทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยด้วยครับ
สำหรับสยามแฮนด์ "มือของคนไทย" เรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นจะถูกเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ ความทรงจำไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้
ธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานของ ความรักและความเอื้ออาทร
ให้กำลังใจทุกท่านครับผม
มาชื่นชมและให้กำลังใจมากๆเลยค่ะ
นี่คือบทเรียนส่วนหนึ่งของหลักสูตรที่จะต้องสรรค์สร้าง ให้เกิดการจุดประกายขึ้นในจิตใจ ที่หลายๆคนสามารถถ้าใจไปถึง เป็นการเรียนแบบ case based
หลายๆคนมีประกายความคิดพลุ่งออกมาเมื่อเห็นภาพ และการเล่าเรื่อง สิ่งต่างๆเหล่านี้ยังมีอีกมากมายแต่จะขอค่อยๆคลี่ให้เห็นเป็นระยะๆ
เสียดายเอกไม่ได้อยู่ช่วงนำเสนอวันรุ่งขึ้น เป็นเวทีที่ไม่ไล่ไม่เลิกเปิดประเด็นการแลกเปลี่ยนชนิดไม่ให้เกิดช่องว่าง นี่คือความสวยงามของหลักสูตรเรา "การเสริมสร้างสังคมสันติสุข"
+ หวัดดีค่ะน้องเอก.....
+ ...อ่านแล้วประทับใจค่ะ...
+ ถ้าคนที่มีทุน มีศักยภาพ มีจิตใจสวยงามอย่างคุณคุณอมรา และคุณอดิศร พวงชมภู
+ ประเทศเราคงเจริญอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งค่ะ....
+ การพัฒนาที่เข้ามามีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจะทำให้สังคมเกิดสันติสุขที่ยั่งยืนค่ะ....
+ ขอขอบคุณ คุณอมรา และคุณอดิศร พวงชมภู มากค่ะ....
+ อ่านแล้วทำให้รู้ว่า "ความสุขที่จริงมาจากการที่เราได้ทำความดี ได้ทำอะไรๆ ที่ตอบแทนคุณแผ่นดินค่ะ"
+ ออ...ขอบคุรน้องเอกด้วยค่ะ...ที่เขียนบันทึกนี้ให้ได้อ่าน...
+ คนทำความดีเราต้องยกย่องชมเชยค่ะ...
+ เพราะกำลังใจสำคัญมากสำหรับทุกการทำดีค่ะ....
ได้รับ SMS แจ้งข่าว
พรุ่งนี้เช้า ๐๕.๔๕ น. - ๐๖.๑๕ คุณอัมรา เจ้าของเสื้อแตงโม สมานฉันท์ ออกรายการ"ช่วยคิด ช่วยทำ" ของคุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์ ช่อง ๓
ขอบคุณ ลุงเอก
ที่แจ้งข่าวให้ทราบครับ
สวัสดีครับkrukim
เมื่อครูคิมอ่านแล้วมีความสุข ผมก็มีความสุขมากกว่าครับ
ขอให้กำลังใจครูในการทำงานเพื่อสังคมนะครับ
สวัสดีครับ จารุวัจน์
ผมประทับใจเรื่องราวที่ผมได้ไปพบและเรียนรู้ครั้งนี้มาก ดีใจที่มีโอกาสได้รู้จักกับคนดีมากมาย
เรื่องราวเหล่านี้เป็นแรงบรรดาลใจให้ผมไปด้วยครับ
ขอบคุณครับ พี่ Sasinand
เราต่างมีความถนัด และมีความเชี่ยว ในแต่ละด้านแตกต่างกัน ดังนั้น หากจะช่วยให้สังคมสันติสุข ก็ทำได้คนละไม้ละมือ ตามที่ถนัด
ผมขอทำหน้าที่สื่อสารให้กำลังใจ เพียงแค่ได้เขียนถึงคนดี ผมก็รู้สึกอิ่มใจครับ
เอกคะ
พี่เคยใส่เสื้อผ้าแตงโมมานานมาก ตั้งแต่วัยรุ่นจนกระทั่งบัดนี้
ตอนนี้ยังมีเสื้อแตงโมหลายตัว
เพื่อนๆพี่...เธอก็ชอบเสื้อแตงโมทุกคน
พี่เคยใส่กางเกงขาสั้นแตงโมด้วยนะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ายังผลิตอยู่ไหม เพราะใส่สบายมากๆค่ะ..น้องชาย
น้องเอกบันทึกได้ดีมาก ๆ เลยครับ..สาระสร้างจิตสำนึกได้ดีมาก ๆ ครับ...อยากเอาเป็นแบบอย่างจังเลยครับ......ชยพร แอคะรัจน์