รอลุ้น

วันนี้ผมนั่งลุ้นครับ ลุ้นหลายเรื่องครับ แต่ขออนุญาตเก็บบางเรื่องไว้ก่อน ค่อยเล่าสู่กันฟังในโอกาสหน้า หลักๆ ที่นั่งลุ้นไปพร้อมๆ กับการนั่งเขียนรายงานการวิจัย คือ ลุ้นจำนวนคนสมัครเข้าร่วมอบรมการสร้าง e-book ซึ่งจะจัดในวันที่ 19 ก.ย นี้ ความจริงผมคิดว่าผมคงไม่ต้องลุ้นอะไรมาก เนื่องจากเป็นโครงการที่เครือข่ายครูเขาเสนอมาให้ผมจัดเอง แต่ปรากฏส่งหนังสือประชาสัมพันธ์โครงการไปแล้ว แต่ทำไมมีคนสมัครมาแค่สองคนเอง เอาละหว่า! สุดท้ายอดรนทนไม่ไหว โทรไปถามผู้ประสานงานหลักฝั่งคนเข้าร่วมดีกว่า สรุปว่า จดหมายที่ส่งไปยังไม่ถึงโรงเรียนเลย อันนี้แหละที่กลัวตั้งแต่เริ่มเดินหน้าโครงการแล้ว เพราะมีเวลาจำกัดในการทำโครงการมาก แต่ทีแรกนั่นไว้ใจคนประสานงานว่าไม่มีปัญหาใดๆ

สุดท้ายเมื่อจดหมายไม่ได้ผิดซอง แต่ยังไปไม่ถึง ผมก็เลยต้องโทรไปยังผู้ประสานงานว่า เปลี่ยนวิธีการแล้วกัน ให้คนที่สนใจโหลดใบสมัครจากเว็บไซด์แล้วกัน แต่แล้วช่วงบ่ายของวันนี้เว็บไซด์ผมกลับเข้าไม่ได้เสียงั้น (สงสัยเซฟเวอร์ดาวน์) งานนี้วุ่นกันละครับ ทางออกที่สองปิดไปอีกแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ของผมก็แจ้งว่ามีเมลส่งมาสองฉบับ ซึ่งน่าจะเป็นการสมัครเข้ารับการอบรมเช่นกัน แต่เปิดไม่ได้ เพราะเหตุผลเดียวกัน ฮาฮาฮา

สุดท้ายช่องทางการสื่อสารอีกหนึ่งช่องทางยังทำงานครับ คือ ระบบแฟกซ์ ซึ่งก็มีคนแฟกซ์มาได้อย่างพอจะอุ่นใจว่ามีคนที่ทราบข่าวการประชาสัมพันธ์ของเราแล้ว แถมสนใจสมัครมาด้วยแล้ว อัลฮัมดุลลิลลาห์ เกินครึ่งมาแล้วครับ เหลืออีกไม่กี่ที่นั่งก็จะเต็มแล้ว ฮิฮิ เก็บไว้ลุ้นพรุ่งนี้อีกทีนึง

โครงการนี้เป็นโครงการแรกของผมที่ทำขึ้นในเทอมนี้เพื่องานบริการวิชาการครับ ซึ่งผมตั้งใจจะทำโครงการนี้เพื่อเป็นแม่แบบแนวคิดใหม่ของผมสำหรับงานบริการวิชาการของคณะ ปีนี้ผมอยากเห็นภาพอีกภาพหนึ่งของการบริการวิชาการของคณะ ซึ่งเสร็จจากงานนี้ผมก็กะว่าจะนำไปสู่การพูดคุยกับอาจารย์ในคณะ ปรับแผนงานการบริการวิชาการของคณะใหม่ที่ให้เกิดจากอาจารย์แต่ละคน (ไม่รู้ว่า้จะทำได้หรือเปล่า ออ. แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำหรือเปล่าด้วย)

ระหว่างนั่งลุ้นงานก็หยิบรายงานผลการประเมินตนเองของคณะเมื่อปีที่แล้วมาทบทวนดูว่า ปีนี้พอจะทำได้ทะลุเป้าหรือเปล่า ยอมรับครับว่า น่าจะเหนื่อยแน่ๆ แต่ที่รู้สึกเสียดายคือ บางตัวบ่งชี้น่าจะได้คะแนนดีๆ กลับละเลยแล้วปล่อยให้มันสอบตกไปเสียงั้น บางเรื่องผมว่าผมพูด (ตะโกน)มาสองปีเป็นอย่างน้อย แต่มันก็ยังไม่ขยับเขยือนเลย จนวันนี้ผมเริ่มจะคอแห้งแล้ว (คนละประเด็นกัน ฮิฮิ แต่เอามาอ้างอิงกันได้)

พูดไปก็งั้นแหละครับ ก็ไอ้กระผมนั่นแหละที่ต้องร่วมรับผิดด้วยเต็มๆ ฮาฮา ไม่ได้คิดจะหาจำเลยอื่นหรอกขอรับท่าน

แต่ตอนนี้ผมก็อยากจะบอกหลายๆ คนว่า อย่าคิดว่าผมจะทำทุกอย่างได้ และอย่าคิดว่าทุกอย่างต้องผมทำ มันเป็นไปไม่ได้ครับ ตอนนี้ผมว่า ความสำเร็จต้องมีคำว่า "ทีม"และ "ผู้นำทีม" เป็นส่วนประกอบสำคัญครับ ฮาฮา พูดมากเดี๋ยวโดนฟ้องหมิ่นประมาท ฮาฮา

ออ. เมื่อวานซืน ผมโดนเพื่อนอาจารย์ตำหนิอย่างน่าสนใจครับว่า บางทีการตัดสินใจบางอย่างของผม ผมชอบทำแบบเด็กๆ ผมก็เลยตอบไปว่า ใช่สิ ก็ผมคิดอยู่เสมอว่า ผมอายุสิบห้าปีเอง ฮาฮา ดังนั้นขอผมคิดและทำแบบเด็กๆ ทำบ้างสิ เพื่อความสุขของวัยรุ่น ฮิฮิ

ส่วนเย็นวันนี้ กำลังจะออกไปจ่ายตลาดกับครอบครัว ปรากฏเจ้าหน้าที่สาขาวิชาภาวะผู้นำฯ สาขาวที่ผมกำลังเรียนอยู่ตอนนี้ โทรมาถามหัวข้อวิทยานิพนธ์ ผมก็ขอผลัดผ่อน เพราะผมลืมแล้วว่าผมตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่ากระไร แต่เขาไม่ยอม บอกจะเอาวันนี้แหละ ก็เลยต้องเปิดคอมฯ ดู แฮะแฮะ มันนานจนลืมว่าข้อมูลอยู่ที่ไหนแล้ว พอบอกชื่อวิทยานิพนธ์เสร็จก็เลยถามไปว่า จะเอาไปทำอะไรครับ (จริงๆ บอกไปหลายรอบแล้วครับ) เขาแจ้งว่า ผมต้องเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษาอีกรอบหนึ่ง เนื่องจากท่านเดิมปฏิเสธที่จะรับดูแลผม ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ท่านจะขอเกษียรอายุราชการแล้วในสองปีนี้ ท่านกลัวผมทำวิทยานิพนธ์ไม่จบ เลยขอให้เปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษาให้ผมก่อนที่จะลงมือทำในเทอมหน้า ขอบคุณครับท่านอาจารย์ ผมเองก็คิดเล่นๆ ว่า คงยากแล้วละครับที่ผมจะทำเสร็จในกำหนดเวลานั้นได้ แหม่ เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ ครับ เทอมหนึ่งผ่านไป ผมยังไม่ได้หยิบอะไรมาเขียนเลย

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อย่างนี้แหละ! จารุวัจน์



ความเห็น (4)

สลามมุอาลัยกุม ครับอาจารย์

เข้าหาความรู้จากอาจารย์ครับ

وعليكم السلام

บังหีม

ขอบคุณครับที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

เขียนเมื่อ 

มาชม คุณจารุวัจน์

นึกว่ารอลุ้น เลขท้ายรางวัลที่หนึ่ง ( แซว ) ฮิ ฮิ ฮิ

สวัสดีครับอาจารย์ umi

เลขท้ายไม่ต้องลุ้นเลยครับ ไม่ถูกแน่ๆ