ประชุมแนวทางการดำเนินงานศูนย์ประสานงานระบบส่งต่อและหน่วยสำรองเตียง

สวัสดีค่ะ วันนี้จะเล่าเรื่องคณะทำงานอุบัติเหตุฉุกเฉินและรับส่งต่อ อะไร ที่ไหน อย่างไร? ต่อนะคะ

หลังจากเข้าร่วมการประชุมครั้งที่ 1 ทำให้รับทราบประเด็นปัญหาการส่งต่อในปัจจุบันของโรงพยาบาลในพื้นที่เขต 10  12 ไปแล้วนั้น  และครั้งที่ 2 ได้มีส่วนร่วมไปศึกษาดูงานศูนย์ประสานงานระบบส่งต่อ ณ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา กับดูงานหน่วยสำรองเตียงที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์มาแล้ว   เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานศูนย์ประสานงานระบบส่งต่อและหน่วยสำรองเตียงให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น  สปสช สาขาเขตพื้นที่ขอนแก่น  จึงได้จัดประชุมคณะทำงานอุบัติเหตุฉุกเฉินและรับส่งต่อ เขต 10 12 ต่อเนื่องขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2551  ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 3 ค่ะ

 

นี่คือทีมงานจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ค่ะ นำโดย รศ.นพ.ธเนศ  รังสีขจี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝ่ายบริหาร  สำหรับระบบส่งต่อโรงพยาบาลศรีนครินทร์ของพวกเรายังทำงานแยกส่วนกันอยู่ค่ะ แบ่งเป็น 4 ส่วน เลยมากันครบถ้วน ทั้ง 4 คนค่ะ มี คุณทิพวรรณ ประสานสอน รักษาการหัวหน้า OPDAE  คุณพรรณี  กู้เกียรติกุล รักษาการผู้จัดการ PCU  คุณสุภาพิมพ์  พรหมพินิจ หัวหน้าหน่วยด่านหน้า และ คุณกัญญา วังศรี ผู้เขียนเองค่ะ มาในตำแหน่งผู้จัดการหน่วย EMS & Refer ค่ะ 

สำหรับกิจกรรมวันนี้ ใครเป็นใครในงานนี้  ไปชมภาพกิจกรรมนะคะ  

ช่วงแรกเป็นพิธีเปิดค่ะ  

 

หลังจากนั้นทีมงานจากโรงพยาบาลขอนแก่น โดย พญ.นลินี  และ คุณมิ่งขวัญ  หนักแน่น จาก โรงพยาบาลอุดรธานี  ก็มาเล่าประสบการณ์ดำเนินงานระบบส่งต่อของแต่ละโรงพยาบาลให้ที่ประชุมรับทราบด้วยค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ และข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยค่ะ

โดยเฉพาะ นพ.วิทยา  ชาติบัญชาชัย ก็มาร่วมกิจกรรมในครั้วนี้ด้วยค่ะ

จากการนำเสนอและให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม พอจะสรุปได้ดังนี้ค่ะ

ปัญหาระบบส่งต่อที่พบในปัจจุบัน เป็นปัญหาลูกโซ่ ถึงกันหมด กล่าวคือ

  • โรงพยาบาลไม่มีเตียง  
  • การปฏิเสธการส่งต่อ  
  • การยอมรับ  ก็ทำให้ภาระงานมาก  Load  
  • สังคมเปลี่ยน  เกิดการฟ้องร้องมากขึ้น 
  • ปัญหาเกี่ยว Perforemance Pay  ขาดสิ่งจูงใจกระตุ้น
  • ปัญหาเกี่ยวกับ Competency ของผู้ปฏิบัติ
 แนวทางแก้ไข
  • พัฒนาข่ายราชการเดิมให้ทำงานเต็มศักยภาพ
  • นโยบายการรับการส่งต่อ รับไม่ปฏิเสธ รับในรายที่จำเป็น  ยกเว้นมีข้อจำกัด
  • กำหนดเกณฑ์รักษา การส่งต่อ ทำคู่มือการส่งต่อ เกณฑ์การส่งต่อ แบบฟอร์มการส่งต่อ การประสานงานการส่งต่อ ประมวลปัญหาที่เกิดขึ้น แก้ไขปัญหาต่อเนื่อง ปฐมนิเทศแพทย์ใหม่ทุกปี แต่ยังติดขัดนิสัยส่วนบุคคล ซึ่งต้องแก้ไขกันต่อไป
  • ค่าตอบแทน จะทำอย่างไร ให้ค่าตอบแทนตาม Workload นอกจากให้โรงพยาบาลแล้ว ควรให้กับหน่วยงานที่ปฏิบัติด้วย โดยเฉพาะช่วงเวลาราชการ ซึ่งทำหน้าที่ตามศักยภาพแล้ว แพทย์ทุกคนก็ทำงาน แก้ไขกลไก การพิจารณาให้ทางโรงพยาบาลสามารถทำได้ อย่างอื่นเรื่องเล็ก ทำเพิ่มต่อยอดที่เรามี ไม่ยากเกินวิสัยของพวกเรา ที่ยากคือเรื่องการเงิน Perforemance Pay
  • พัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะ Competency ในการส่งต่อและเพื่อการดูแลต่อเนื่อง
  • พัฒนาโรงพยาบาลเอกชนมาร่วมดำเนินงาน
  • พัฒนาการส่งต่อรับกลับคืน  พร้อมพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะ Competency ในการดูแลต่อเนื่อง
  • มีการ Survey ดูความพร้อมของหน่วยงานส่งต่อกลับคืน ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่มีกำหนดแนวทางปฏิบัติ จะส่งอะไร เมื่อไหร่ ต้องเตรียมอะไร อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ ยา ที่จำเป็นต้องใช้ต่อ

หลังจากนั้น ในช่วงประชุมระดมสมองกำหนดแนวทางการดำเนินงานศูนย์ประสานงานระบบส่งต่อและหน่วยสำรองเตียง แบ่งเป็น 2 กลุ่มค่ะ กลุ่ม 1 เขต 10 อุดร  หนองบัวลำภู หนองคาย    

นำเสนอโดย คุณมิ่งขวัญ หนักแน่น  หัวหน้า ER จาก รพ.อุดรธานี 

ส่วน กลุ่ม 2 เขต 12  ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เลย ค่ะ  มี นพ.สมบัติ   รองแพทย์จาก รพ.ขอนแก่น เป็นประธาน  คุณสุดาวดี  หอมจูเดย์ เป็นเลขา ฯ และผู้นำเสนอค่ะ

ผลการประชุมแนวทางการจัดระบบการส่งต่อของ เขต 10 12 มีแผนการพัฒนาระบบการส่งต่อเป็นอย่างไรบ้าง

สปสช  กำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบเป็นศูนย์ประสานงานระบบส่งต่อเขต 10  และ เขต  12  ดังนี้

โรงพยาบาลอุดรธานี  เป็น ศูนย์ประสานงานระบบส่งต่อเขต 10 

โรงพยาบาลบขอนแก่น เป็น ศูนย์ประสานงานระบบส่งต่อเขต  12   

ส่วนตรงนี้ คือ ผลการประชุมกลุ่มย่อย  เขต 12  ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เลย  และโรงพยาบาลศรีนครินทร์  โดยนำเสนอสิ่งที่ต้องทำในการพัฒนาระบบส่งต่อ ดังนี้ค่ะ

  1. ให้แต่ละโรงพยาบาลจัดตั้งศูนย์ประสานงานการส่งต่อที่ชัดเจน แยกออกเป็น สถานที่ คน เครื่องมือ พร้อมกำหนดโครงสร้างการบริหาร คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบโดยตรง
  2. กำหนดแนวทางการประสานงาน / ระบบสื่อสาร มี Flow ส่งต่อชัดเจน มีเกณฑ์รับ Case อะไรแค่ไหนในบริบทของตนเอง
  3. ต้องการการสนับสนุนอะไรเพิ่ม เช่น การพัฒนาบุคลากร การเตรียมพร้อมรับกลับ
  4. กำหนดงบประมาณเพื่อเสนอ สปสช เขต
  5. เสนอผ่าน สสจ ให้มีคำสั่งแต่ตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยระดับจังหวัด เขต เพื่อพัฒนาต่อเนื่อง เช่น ทำแผนงบประมาณ พัฒนาบุคลากร นิเทศงาน วิเคราะห์ประเมินผล ประชุม พัฒนาต่อเนื่องให้ยั่งยืน

จบลงด้วยทุกโรงพยาบาลมีการบ้านสานต่อคือกลับไปแจ้งผู้บริหารเพื่อกำหนดแนวทางศูนย์ประสานงานระบบส่งต่อของแต่ละโรงพยาบาลตามแผน ซึ่งจะต้องมีนัดประชุมดำเนินการต่อเนื่องจนได้ระบบส่งต่อที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ค่ะ

ขอรายงานไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ

ด้วยความขอบคุณ

กัญญา