“ มิน่า...พี่แดงถึงได้หวงนักหวงหนากับเพิงขนมหลังน้อย “

http://webboard.siamza.com/data/chiraphan/bpic/124015491.gif

 

 

            ได้ยินเสียงดังกราวใหญ่ ตามติดด้วยเสียงปุ๊กปิ๊ก ๆ และมีละอองน้ำมาโดนใบหน้าเบา ๆ  ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเจอแต่ความมืด กระพริบตาถี่ ๆ เพื่อให้ชินกับความมืด ความรู้สึกค่อย ๆ คืนมา...ฝนกำลังตก

            เอื้อมมือซ้ายผ่านถุงพลาสติกร่วมยาดังกรอกแกรก ไปยังกล่องไม้ขีดไฟ ที่ตั้งคู่กับตะเกียงกระป๋องน้ำมันก๊าดบนโต๊ะเล็กข้างแคร่ด้วยความคุ้นเคย

            ใช้มือขวาที่มีความรู้สึกชาด้านเล็กน้อยตรงปลายนิ้ว เปิดกล่องไม้ขีดแล้วหยิบก้านไม้ขีดในกล่องมาขีดเบา ๆ ที่ข้างกล่อง ทำให้เกิดเสียงดังฟู่แล้วมีไฟลุกโชนที่ปลายไม้ขีด รีบนำไปจุดกับไส้ตะเกียงกระป๋อง ความสว่างมาเยือน

            นอนดูหลังคาจากความสว่างของตะเกียงกระป๋อง จึงมองเห็นเงาตะคุ่มของไม้คร่าวที่มีสังกะสีเก่า ๆ เป็นสนิมทุกแผ่นตีตะปูเกาะยึดอยู่ เขาทำหน้าที่คุ้มแดดคุ้มฝนให้ผู้อาศัยร่มเงาด้านล่าง หลังคานี้น้าสาวบอกว่าซ่อมไปครั้งสุดท้ายเมื่อห้าปีที่แล้ว

            หันไปมองดูนาฬิกาที่ผนังข้างหน้าต่างเห็นบอกเวลาสามทุ่มครึ่ง นี่เราหลับไปหลายชั่วโมงเหมือนกัน หลังจากรับประทานอาหารค่ำที่หลานสาวนำมาให้เมื่อห้าโมงเย็น ฝีมืออาหารของน้าสาวเทียบได้กับฝีมือของแม่ เพราะสมัยที่อยู่ด้วยกันจะเข้าครัวเป็นลูกมือในการทำกับข้าวทุกวัน ก่อนที่จะแยกไปมีครอบครัว

            ตรงบริเวณที่ตั้งเตียงขนาดหกฟุตนี้ เดิมเป็นที่วางถาดขนมสารพัดชนิดของแม่ ด้านหน้าติดกับขอบถนนเวลาเปิดหน้าร้านต้องใช้ไม้ค้ำทั้งสองด้าน ชาวบ้านเรียกว่าเพิงขนมยายแดง

            ยามเช้าเมื่อแม่ใช้ไม้ค้ำหน้าเพิงเปิดขึ้น เด็ก ๆ จะกรูกันเข้ามาเรียกหาซื้อขนมที่ตัวเองชอบเสียงลั่นเพิง เมื่อได้ตามต้องการแล้ว ก็พากันไปวิ่งเล่นที่โรงเรียนในวัด

            เพิงหลังนี้เราบอกให้แม่รื้อทิ้งแล้วไปอยู่กับเราที่กรุงเทพทุกครั้งที่เรากลับมาเยี่ยมแม่ แต่ก็ทุกครั้งเช่นกันแม่ก็จะบอกเราว่าแม่อยู่ที่เพิงนี้มีความสุขพอแล้ว ลูกมาเยี่ยมแม่บ้างก็แล้วกัน

            จนกระทั่งแม่ตายจากเราไป เราอยู่ต่างประเทศกลับมาทันวันเผาศพแม่ ทุกอย่างน้าสาวเป็นคนจัดการในฐานะน้องสาวคนเดียว หลังจากแจ้งไปยังหน่วยงานของเราซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ ว่าแม่เสียชีวิตแล้วและอีกเจ็ดวันจะเผา

            ส่วนเพิงหลังนี้แม่บอกให้น้าสาวดูแลไว้ให้ดี ซึ่งเราก็ตามใจ คิดแต่เพียงว่าเพิงเก่า ๆ เล็กเท่ารูหนู ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำไม หลังจากงานเผาศพแม่แล้วเราไม่เคยกลับมาที่เพิงหลังนี้อีกเลย

 

            สุนทร ดีเลิศ นักเรียนทุนตั้งแต่ชั้นประถมจนจบมหาวิทยาลัย โดยที่แม่แดงซึ่งเลี้ยงลูกมาคนเดียวตั้งแต่แบเบาะเพราะสามีไปเป็นทหารรับจ้างและเสียชีวิตในระหว่างสงคราม

            สุนทรเกิดมาโชคดีที่มีสุขภาพแข็งแรง แม่แดงก็พยายามเลี้ยงดู สั่งสอนลูก สุนทรเป็นคนเรียนหนังสือเก่งมาตั้งแต่เด็ก ได้รับทุนทุกปี เป็นการลดค่าใช้จ่ายได้มาก

            จนกระทั่งสุนทรจบ ม.ศ.5 จากโรงเรียนประจำจังหวัด สอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพได้ จนจบปริญญาตรี และสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศจนจบปริญญาเอก

            เมื่อกลับมาเมืองไทย ก็เข้ารับราชการ ตำแหน่งหน้าที่ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

            และได้พบรักและแต่งงานกับลูกสาวคนสวยของปลัดกระทรวง โดยมีผู้ใหญ่จัดการให้ มีบุตรสาวสองคน

            ชีวิตของสุนทรโลดแล่นอยู่บนสังคมชั้นสูง มีบ้านหลังใหญ่ เปลี่ยนรถยนต์หลายยี่ห้อ

           สิบห้าปีต่อมาสุนทรแวะมาเยี่ยมแม่แดงที่เพิงหลังจากมาราชการในตัวจังหวัด

            แม่แดงแก่ตัวลงมากจนสุนทรตกใจ เพราะไม่ได้ติดต่อแม่มาประมาณสามสิบปีแล้ว ครอบครัวของสุนทรไม่มีใครทราบว่าสุนทรมีแม่อยู่ต่างจังหวัด

            สุนทรมาเยี่ยมแม่แดงอีกสองสามครั้ง และชวนแม่แดงไปอยู่กับเขา แต่แม่แดงก็ปฏิเสธทุกครั้ง

            จนกระทั่งแม่แดงเสียชีวิตลง และสุนทรกลับจากต่างประเทศมาทันเผาศพแม่แดง

           นั่นคือช่วงเวลาเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว

            แต่ตอนนี้สุนทรมานอนอยู่ภายในเพิงของแม่ที่เขาเคยอยากรื้อทิ้ง ด้วยโรคที่รุมเร้าหลายโรค อาศัยน้าสาวมาดูแลและมีเงินบำนาญที่ไม่มากนักประทังชีพ

            หลังจากที่แม่แดงได้จากไปแล้ว ชีวิตของสุนทรก็โลดแล่นอยู่บนสังคมชั้นสูง เล่นหุ้น และใช้เงินฟุ่มเฟือยเป็นที่สุด

           จนเมื่อสุนทรเกษียณอายุราชการกลับมาอยู่บ้าน จากผู้ที่เคยมีอำนาจสุนทรยังไม่สามารถลงจากจุดนั้นได้ ทำให้เป็นที่เบื่อหน่ายแก่ทุกคนในครอบครัว

            ครอบครัวของสุนทรเริ่มไม่มีความสุข จุดแตกหักก็เกิดขึ้น ภรรยาฟ้องหย่าและสุนทรแพ้คดี สมบัติทุกชิ้นตกไปเป็นของภรรยาและลูก สุนทรต้องออกจากบ้านระหกระเหินไปอาศัยอยู่กับพรรคพวก จนทุกคนระอาพากันหลบหน้า

 

            สุนทรกราบอยู่แทบเท้าของน้าสาว จากร่างที่ผอมโซและห่างเหินกันมานาน ทำให้น้าสาวซึ่งก็ชรามากแล้วจำหลานตัวเองแทบไม่ได้

            หลังจากสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันพอควร น้าสาวทราบถึงวัตถุประสงค์การกลับมาบ้านของสุนทรแล้ว จึงเดินออกมานอกบ้าน มองผ่านม่านตาสีขุ่น ๆ ที่มีคราบน้ำตาเขรอะบนร่องแก้มอันเหี่ยวย่นไปยังเพิงขนมของพี่สาวและรำพึงเบา ๆ

            มิน่า...พี่แดงถึงได้หวงนักหวงหนากับเพิงขนมหลังน้อย

                                                                               สวัสดีครับ