การมีพี่เลี้ยงช่วยเขียนรายงานจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เป็นความพยายามในการช่วยให้ความคิดในการพัฒนางานของผู้ปฏิบัติสามารถลื่นไหล ไม่สะดุดเพราะการติดปัญหาการเขียน

หน่วยงานของฉันเคยเรียนเชิญ รศ.นพ.สมพนธ์ ทัศนิยม มาพูดคุยเรื่อง R2R ของคณะแพทย์ มข.ในบันทึกนี้ของฉัน

 

การบรรยายครั้งนี้ของอาจารย์ไม่ทิ้งแนวคิดเดิมที่เคยให้ไว้ในคราวพบปะกันครั้งนั้น...และกลับมีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องของการเขียน...ที่เดิมใครๆก็ขยาด...

 

ฉันดีใจที่อาจารย์เข้าใจปัญหาของผู้ปฏิบัติที่มักจะคิดได้  ทำได้  แต่พอบอกให้ไปเขียน...หลายคนก็พับไว้เพราะการเขียนมักจะต้องนั่น...ต้องนี่...(นี่ฉันว่าเองนะ...)...ดังนั้นการมีพี่เลี้ยงช่วยเขียนรายงานจึงจำเป็นอย่างยิ่ง   เป็นความพยายามในการช่วยให้ความคิดในการพัฒนางานของผู้ปฏิบัติสามารถลื่นไหล  ไม่สะดุดเพราะการติดปัญหาการเขียน  ทำให้สิ่งดีๆได้ถูกถ่ายทอดออกมาแล้วถูกบันทึกโดยผู้รู้หลักการบันทึก....(คล้ายมีล่ามช่วยสื่อสารความในใจ...ดีนะ....ฉันว่า) 

 

ถ้าทำได้จริงๆละวิเศษสุดๆ....

Regid28

 

 

 

 

 

 

ขอนำสไลด์ที่อาจารย์ใช้ประกอบการบรรยายบางส่วนมานำเสนอค่ะ...

 

อาจารย์กล่าวถึงภาควิชาวิสัญญีฯของฉันหลายรอบ  ยกตัวอย่างปัญหางานวิสัญญีที่น้องในที่ทำงานของฉันได้เปิดประเด็นไว้ เรื่องเครื่องมือแพงมีการสูญหาย....อาจารย์บอกว่าแบบนี้น่ะชัดเจนในการนำมาทำ R2R อาจารย์ยังเน้นเหมือนเดิมในเรื่องของการเริ่ม...ให้เริ่มจากการนำปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานมาพูดคุยกันเพื่อหาคำตอบและทางออก

ในส่วนของ อ.อุบล จ๋วงพานิช(พี่แก้ว) ผู้ซึ่งได้เคยมาเป็นวิทยากรในการอบรมการวิจัยทางการพยาบาลที่ฉันเคยจัดที่ภาคฯเมื่อ 2ปี ก่อน  และเมื่อเร็วๆนี้ก็ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง R2R ที่ภาควิชาฯของฉันพร้อมกับศ.นพ.สมพนธ์ ทัศนิยม (ดังบันทึกนี้)

พี่แก้วได้บรรยายเรื่องของการเริ่มจากการมีโครงการต่างๆอยู่มากมายอยู่แล้ว  นำมาทำให้เป็นระบบ ระเบียบขึ้น สุดท้ายผลงานจากวิจัยได้ใช้เป็นที่อ้างอิงและต่อยอดการพัฒนาได้อย่างมั่นใจ...ผลงานที่ได้รับสร้างความสุขได้อย่างมากในทีม  และเหนือกว่ารางวัลคือความสุขที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้ดีขึ้น

 

ดร.นิภาพร ลครวงค์ หรือน้องกะปุ๋ม ผู้ซึ่งได้ให้ความอนุเคราะห์เป็นวิทยากรให้คณะแพทย์หลายครั้ง  แม้แต่ภาควิชาฯของฉัน ... ผู้ซึ่งมีประสบการณ์และคลุกคลีกับงาน R2R ดังเช่นที่กล่าวที่บันทึกนี้ มาโดยตลอดกล่าวว่า พวกเราทุกคนเป็นนักวิจัยโดยธรรมชาติอยู่แล้ว....แค่ขยันที่จะคิดและสงสัย....

มีต่อม...เอ๊ะ!ในการทำงาน....นั่นคือ การหา ปัญหา ได้แล้ว 

จากนั้นก็ให้คิดย้อนกลับว่าแล้วจะทำอย่างไรไม่ให้มีปัญหานั้น...

ทำอย่างไร ก็ถือเป็นกระบวนการ 

ผลลัพธ์ของการทำให้หมดปัญหาก็ถือเป็นตัวชี้วัด

 

ดร.กะปุ๋มกล่าวว่า 

·        R2Rเป็นการยกระดับการพัฒนาคุณภาพ  ไม่ใช่วิจัย

·        ปรับเปลี่ยนจากกระบวนการพัฒนาคุณภาพมาเป็นกระบวนการวิจัย

·        อย่าตั้งต้นว่าจะทำวิจัยอย่างไร...ให้หาปัญหาการทำงานมาก่อน แล้วดูว่ากระบวนการอะไรที่ทำให้ดีขึ้น

 

มีของฝากค่ะ....

 

อย่าหลงทางว่า R2R คืองานวิจัย...ไม่ใช่...แต่ R2R เป็นการพัฒนางาน(ที่ลึกๆก็ต้อง review บ้าง...นะคะอาจารย์)

.....ขอขอบคุณวิทยากรผู้บรรยายทุกท่านค่ะ.....