หน่วยงานของฉันเคยเรียนเชิญ รศ.นพ.สมพนธ์ ทัศนิยม มาพูดคุยเรื่อง R2R ของคณะแพทย์ มข.ในบันทึกนี้ของฉัน
การบรรยายครั้งนี้ของอาจารย์ไม่ทิ้งแนวคิดเดิมที่เคยให้ไว้ในคราวพบปะกันครั้งนั้น...และกลับมีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องของการเขียน...ที่เดิมใครๆก็ขยาด...

ฉันดีใจที่อาจารย์เข้าใจปัญหาของผู้ปฏิบัติที่มักจะคิดได้ ทำได้ แต่พอบอกให้ไปเขียน...หลายคนก็พับไว้เพราะการเขียนมักจะต้องนั่น...ต้องนี่...(นี่ฉันว่าเองนะ...)...ดังนั้นการมีพี่เลี้ยงช่วยเขียนรายงานจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เป็นความพยายามในการช่วยให้ความคิดในการพัฒนางานของผู้ปฏิบัติสามารถลื่นไหล ไม่สะดุดเพราะการติดปัญหาการเขียน ทำให้สิ่งดีๆได้ถูกถ่ายทอดออกมาแล้วถูกบันทึกโดยผู้รู้หลักการบันทึก....(คล้ายมีล่ามช่วยสื่อสารความในใจ...ดีนะ....ฉันว่า)
ถ้าทำได้จริงๆละวิเศษสุดๆ....


ขอนำสไลด์ที่อาจารย์ใช้ประกอบการบรรยายบางส่วนมานำเสนอค่ะ...
อาจารย์กล่าวถึงภาควิชาวิสัญญีฯของฉันหลายรอบ ยกตัวอย่างปัญหางานวิสัญญีที่น้องในที่ทำงานของฉันได้เปิดประเด็นไว้ เรื่องเครื่องมือแพงมีการสูญหาย....อาจารย์บอกว่าแบบนี้น่ะชัดเจนในการนำมาทำ R2R อาจารย์ยังเน้นเหมือนเดิมในเรื่องของการเริ่ม...ให้เริ่มจากการนำปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานมาพูดคุยกันเพื่อหาคำตอบและทางออก
ในส่วนของ อ.อุบล จ๋วงพานิช(พี่แก้ว) ผู้ซึ่งได้เคยมาเป็นวิทยากรในการอบรมการวิจัยทางการพยาบาลที่ฉันเคยจัดที่ภาคฯเมื่อ 2ปี ก่อน และเมื่อเร็วๆนี้ก็ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง R2R ที่ภาควิชาฯของฉันพร้อมกับ รศ.นพ.สมพนธ์ ทัศนิยม (ดังบันทึกนี้)
พี่แก้วได้บรรยายเรื่องของการเริ่มจากการมีโครงการต่างๆอยู่มากมายอยู่แล้ว นำมาทำให้เป็นระบบ ระเบียบขึ้น สุดท้ายผลงานจากวิจัยได้ใช้เป็นที่อ้างอิงและต่อยอดการพัฒนาได้อย่างมั่นใจ...ผลงานที่ได้รับสร้างความสุขได้อย่างมากในทีม และเหนือกว่ารางวัลคือความสุขที่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้ดีขึ้น
ดร.นิภาพร ลครวงค์ หรือน้องกะปุ๋ม ผู้ซึ่งได้ให้ความอนุเคราะห์เป็นวิทยากรให้คณะแพทย์หลายครั้ง แม้แต่ภาควิชาฯของฉัน ... ผู้ซึ่งมีประสบการณ์และคลุกคลีกับงาน R2R ดังเช่นที่กล่าวที่บันทึกนี้ มาโดยตลอดกล่าวว่า พวกเราทุกคนเป็นนักวิจัยโดยธรรมชาติอยู่แล้ว....แค่ขยันที่จะคิดและสงสัย....
“มีต่อม...เอ๊ะ!ในการทำงาน”....นั่นคือ การหา “ปัญหา” ได้แล้ว
จากนั้นก็ให้คิดย้อนกลับว่าแล้วจะทำอย่างไรไม่ให้มีปัญหานั้น...
“ทำอย่างไร” ก็ถือเป็นกระบวนการ
“ผลลัพธ์ของการทำให้หมดปัญหา”ก็ถือเป็นตัวชี้วัด
ดร.กะปุ๋มกล่าวว่า
· R2Rเป็นการยกระดับการพัฒนาคุณภาพ ไม่ใช่วิจัย
· ปรับเปลี่ยนจากกระบวนการพัฒนาคุณภาพมาเป็นกระบวนการวิจัย
· อย่าตั้งต้นว่าจะทำวิจัยอย่างไร...ให้หาปัญหาการทำงานมาก่อน แล้วดูว่ากระบวนการอะไรที่ทำให้ดีขึ้น
มีของฝากค่ะ....
“อย่าหลงทางว่า R2R คืองานวิจัย...ไม่ใช่...แต่ R2R เป็นการพัฒนางาน(ที่ลึกๆก็ต้อง review บ้าง...นะคะอาจารย์)”
.....ขอขอบคุณวิทยากรผู้บรรยายทุกท่านค่ะ.....

ขอบคุณที่สรุปการประชุมให้เป็นอย่างดี
การทำ R2R เราไม่ต้องตั้งใจมากว่าจะต้องทำให้ได้
ที่จริงแล้วเราตั้งเป้าหมายเพียง แก้ปัญหาในการทำงาน อย่างเป็นระบบระเบียบ แล้วหาผลลัพธ์ที่ต้องการ ก็เป็น R2Rได้แล้วค่ะ
จะรอให้กำลังใจ...ในการเริ่มลงมือทำ R2R นะคะ
สวัสดีค่ะ พี่แก้ว
สวัสดีค่ะ...พี่ติ๋ว...
กะปุ๋มรู้สึกว่า...งานนี้เราทำงานเป็นทีม ดีมากเลยนะคะ...
ทีมที่ว่าเกิดจากใจอย่างจริงเลยค่ะ... แม้แต่คำถามที่พี่ติ๋ว..กระตุ้นถาม ถามเพื่อคนส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของงาน และดำรงตนอยู่หน้างาน พอหลังจากที่พี่ติ๋วเปิดประเด็นถาม... ปรากฏว่าในห้องประชุมต่างทยอยส่งข้อคำถามอย่างมากมาย จนเราตอบไม่ทัน...ต้องขออนุญาตลงมาตอบข้างล่างค่ะ
ดีใจที่ได้เจอและรู้จักพี่ติ๋ว...
และอย่างน้องก็ได้มีโอกาสเป็นน้องร่วมสถาบันกับพี่ติ๋วด้วย... คือ รั้วจามจุฬี...นะคะ (วกเลี้ยวมาจนได้)...เจอคราวหน้ากอดกันใหม่นะคะพี่ติ๋วขา...ฮา..
(^____^)
สวัสดีค่ะ น้องกะปุ๋ม