
ท่านใดหลงเข้ามาอ่านก็ต้องขออภัยด้วยครับ แต่ถ้าอ่านแล้วอยากจะเก็บบ้างเชิญครับไม่ว่ากันอยู่แล้ว ไปอ่านเจอมา คงจะนานแล้วแต่ไม่ได้สนอะไรครับ เพิ่งจะมีแรงบันดาลใจว่า ตอนนี้เรายังมีเเรงอยู่ทำอะไรได้ก็ต้องทำ เพื่อคนที่รักเราและคนที่เรารัก
ก็เลยตัดสินใจเปิดบันทึกนี้ใหม่เพื่อเป็นการเตือนตัวเอง หรือประจานตัวเองไม่รู้นะครับ
ข้อความที่เจอเขาว่าอย่างนี้
(ถ้าหากคนหนุ่มสาวสามารถเก็บเงินปีละ 14,000 บาท เก็บทุกปีติดต่อกัน 40 ปี หากนำเงินที่เก็บไว้ในแต่ละปีไปลงทุนในตลาดหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์หรืออื่น ๆ ที่ได้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยปีละ 20% คล้อยหลังไป 40 ปี จะมีทรัพย์สินเท่าไร ?
คำตอบที่ได้รับคือ 102,810,000 บาท (หนึ่งร้อยสองล้านแปดแสนหนึ่งหมื่นบาท)
เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก ถ้าหากเป็นหนุ่มสาวเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 25 ปี ขอเพียงเก็บเงินปีละ 14,000 บาท หรือเฉลี่ยประมาณเดือนละ 1,167 บาท ลงทุนทั้งสิ้น 40 ปี เท่ากับ 560,000 บาท ถ้านำเงินเหล่านี้ไปลงทุน ให้ได้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยปีละ 20% เมื่อเกษียณที่อายุ 65 ปี จะกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้าน
ตัวเลขร้อยล้านนี้มาจากวิธีคำนวณทางคณิตศาสตร์ดังไปนี้
14,000 x (1+20%)^40 / 20% = 102,810,000
สูตรตัวเลขนี้เพียงบ่งชี้ว่า เงินจำนวนเล็กน้อย พอผ่านการลงทุนจะทำกำไรเป็นเงินมหาศาลอย่างไร คุณอาจจะยังไม่เข้าใจสูตรตัวเลขนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าผู้ที่ลงทุนจนกลายเป็นเศรษฐีส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจสูตรนี้เช่นกัน และคนที่เข้าใจสูตรตัวเลขนี้ก็ใช่ว่าจะลงทุนแล้วร่ำรวยกันทุกคน)
ตัวอย่างอีกคน นึงฝากเงินกับธนาคารทุกปี ปีละ 14,000 บาท เป็นเวลา 40 ปี รับดอกเบี้ยเฉลี่ยปีละ 5% แล้วนำดอกเบี้ยทบต้นเข้าไป คุณคิดว่า 40 ปีให้หลัง คน ๆ นี้จะมีเงินสะสมเท่าไร ? คำตอบคือ 1,690,000 บาทเท่านั้น
คำตอบที่ได้มาจากวิธีคำนวณทางคณิตศาสตร์ดังนี้
14,000 x (1+5%)^40 / 5% = 1,690,000
ผมขอลองอย่างหลังให้ได้ก่อนดีกว่า ถ้าเราเก็บเดือนละ 5000-6000 มันก็น่าจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่านะถ้าทำตามวิธีนี้ แต่ดอก 5% ต้องไปฝากเป็นกองทุนรวม ที่มีความเสี่ยงน้อย แต่เอาก็เอา ไหนไหนก็ไหนไหนแล้วสู้ๆอยู่แล้วครับ
น่านเห็นไหมครับ เป็นจริงได้ถ้าเราลองใส่ใจ เราต้องทำได้ล่ะน้า เริ่มจากเรื่องง่ายๆก่อนเลย วิธีที่ผมวางไว้มีดังนี้
-
มีการบันทึกข้อมูลรายรับรายจ่ายในบล็อกนี้ ให้อายกันไปข้างหนึ่งเลย
-
มีกระเป๋าสตางค์สำหรับเงินค่าใช้จ่ายรายวันของผมแบ่งแยกต่างหากจากกระเป๋าบัตรต่างๆ
-
ผมจะมีสมุดบัญชีเงินฝากประเภทฝากประจำที่มีดอกเบี้ยต่อปีมากที่สุด 1 บัญชี โดยเลือกธนาคารกรุงเทพฯ ครับคิดว่า ดอกเบี้ยมากที่สุด และที่สำคัญอีกเรื่องคือ ห้ามเป็นบัญชีออมทรัพย์ที่มีเอทีเอ็มเด็ดขาด
-
ก่อนอื่นผมจะต้องแก้นิสัยที่ไม่ดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความไม่เอาจริง นิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง นิสัยรักตัวเองแบบผิดๆ หรือนิสัยใจอ่อนให้หมดไปภายใน 3 เดือนนี้ครับ
-
- ผมจะต้องสร้างแรงบันดาลใจด้วยตัวเองอย่างมากในโครงการนี้ เพราะไม่งั้นภารกิจนี้ยังไงก็ไม่สำเร็จ เพราะระยะเวลาที่จะทำโครงการนี้มันใช้ระยะเวลาพอสมควร
วันนี้ตื่นเต้นจังเลยที่จะได้ทำความฝันให้เป็นจริงครับ เลยลองอะไรที่มันง่ายๆก่อน
ลำบากเหมือนกันนะครับวันนี้
เริ่มต้นด้วย วันนี้ไปส่งญาติครับ แต่เช้าเลย ไม่ได้ทานข้าวไป น้าเลี้ยง ประหยัดไป 50 บาท (สองมื้อครับ)น้ำดื่มที่โรงพยาบาลฟรี ประหยัดค่าน้ำ ร้อนก็เข้าไปนั่งกับญาติ ประหยัดไฟ อยากกินขนมแต่อดไว้ได้ ประหยัดไปอย่างน้อยก็ 50-60 บาทแล้ว หนังสือไม่ซื้อไว้กลับมาเล่นเน็ตที่บ้าน
น้าพาเดินเที่ยวตลาดนัดซื้อกระเป๋าเงินให้ (โอ้ว ตามแผนเป๊ะ)
ปากซีดเหมือนกันที่ไม่ได้กินน้ำทั้งที่อยากจะกินใจจะขาด
เขาลงไปซื้อของกันเราไม่ได้อะไรมาเลย ซึ่งปกติจะซื้อโน่นซื้อนี่ประจำ
ผมได้เล่าให้ญาติฟังว่า ผมจะทำอะไร และวันข้างหน้าสิ่งที่ผมทำจะก่อให้เกิดประโยชน์อะไรบ้าง และคาดว่า ทุกๆ วันผมจะบันทึกสิ่งที่ผมทำนี้ในบล็อกนี้อย่างละเอียดอย่างน้อยก็เป็นตัวอย่างจริงของคนธรรมดาที่จะมีเงินเก็บ 1 ล้านบาทให้ได้ เพื่อนๆ ให้กำลังใจด้วยนะครับ ซึ่งระหว่างทางคาดว่า คงเจออุปสรรคอีกหลายอย่างแน่นอน ภารกิจเก็บเงินล้านเริ่มขึ้น ณ บัดนี้


ขอบคุณที่ตามไปอ่านเรื่องของผมครับ เป็นกำลังใจในการเก็บเงินครับ
ขอบคุณที่ตามกลับเข้ามาอ่านเรื่องของผมเช่นกันขอรับ แหม ช่างตั้งชื่อ
มาเยี่ยม คุณคนพลัดถิ่น
เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอให้รวย ๆ นะนี่
สมดังตั้งใจ
ขอบคุณที่คอยติดตาม และให้กำลังใจดิฉันน่ะค่ะ ( ข้อความที่ให้มา คิดได้ยังงัยค่ะเนี่ย) และก็ขอให้ได้เป็นเศรษฐีเงินล้านเร็วๆน่ะค่ะ และอาจจะลองทำตามดูบ้าง ( ถ้าทำได้ )
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเป็นกำลังใจให้ผมครับ
เชื่อให้จริง แล้วทำในสิ่งที่เชื่อ ทำให้จริง ทำให้ทน ทำให้นาน
การจะร่ำรวย มีเงินให้มาก คือ
การทำให้มาก - ไม่ใช้เก็บมาก (ขี้เหนียว เอาเปรียบผู้อื่น )
ช่องทาง โอกาส เปิดกว้างเสมอ สำหรับ คนที่กล้าที่จะทำและขยันทำ
ความรวย คือ ใจที่พอ ใจที่กล้าให้ (กล้าที่จะจ่าย) ไม่ใช่ปริมาณเงินที่มี
แม้คุณมีเงินหลายล้านล้าน แต่ไม่กล้าให้ (กล้าจ่าย) เพราะใจยังไม่พอ ก็ยังจน
เอาใจช่วยค่ะ ขอยืมบ้างนะคะ..อิอิ
อย่าให้ขาด สิ่งของ ต้องประสงค์
มีน้อย ใช้น้อย ค่อยบรรจง
อย่าจ่ายลง ให้มาก จะยากนาน
ขอบคุณ อ.หนันครับ เพิ่งจะเห็นท่านอาจารย์ครับ ไม่เป็นไรครับ เริ่มใหม่ไม่เคยสายครับ
พี่เอ๊ะอ่ะ เข้าใจหารูปฮาๆมานะค่ะ อิอิ คิดถึงๆๆๆ ขอบคุณค่ะ
เหอๆ แวะมาบล็อกนี้กันได้ไงเนี่ย อิอิ ว่าจะอุบเสียหน่อย
พี่เอ๊ะ งานเสร็จหรือยังค่ะ มะเห็นออนเอ็มวันนี้ อิอิ
พรุ่งนี่สอบอ่ะอ่านหนังสือหนักมากๆ
แวะไปที่นี่สิ แล้วจารู้
เอาล่ะนะ...ตาผมแล้ว
ขอบคุณครับผม ดีใจครับที่มีแรงใจในทุกวันนี้ครับ
เป็นสิ่งที่อันตรายมาก ความคิดอยากรวยนี่ อันความจนมันจะตกใจเอานา เดี่ยวมันไม่อยู่เป็นเพื่อนให้ชอกชำระกำใจ ไปหลงลมเจ้าความคิดนี้มาจากไหน ทำไมเตียวไม่เคยหลงลมเลย อยู่แบบพอเพียง มีกินมีใช้ ให้อยุ่อย่างราชาไม่เอา ไม่มีความสุขชอบมองเห็นตัวปัญหาที่เกิดจากความจนจะได้รุ้จักเห็นอกเห็นใจคนจนไม่มีความต้องการจริง (ถ้าไขว่คว้าเอาเองนะ แต่ถ้าพระเจ้าประทานมาหรือหล่นลงมาดังเปรี้ยงก้เก็บเอานะ ......เสียดาย ไม่มีการทิ้งขว้างหรอก ไม่ไจดำ ) มา ณ บัดนี้ ถ้าเกิดว่ารวยขึ้นมาด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม (ไม่ได้ใช้เล่ห์ เพทุบาย) ก็จะมานี่งสรรเสริญใครดี ระหว่างผู้ร่ำรวยด่วยหลักทฤษฎี หรือหลักปักไว้ตามดวง แต่ก็จะสรรเสริญตนเองก่อนว่าอาจเป็นเพราะบทความนี้ก็ได้ (ฮิ ฮิ )
สวัสดีค่ะ
ทานข้าวกันจ๊ะ (^___^)