เขาว่าหนูเป็น .... วิตกจริต
เพื่อเป็นความรู้ และเตือนภัยให้แก่คนที่มีอาการ เช่นนี้
ช่วยกันคิดสิว่า อาการแบบนี้ เข้าขั้นอย่างไร
ป้องกัน หรือ บรรเทาอาการได้อย่างไร
ท่านผู้เชี่ยวชาญโรคจะได้แนะนำเราถูกไง....ก่อนที่จะมีอาการหนักไปกว่านี้
ไม่ต้องทราบหรอกนะคะว่า..ใครมีอาการแบบนี้ เอาเป็นว่า....เล่าสู่กันฟัง ช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางป้องกัน หรือ หาทางไม่ได้ ก็ทุเลาเบาบางลงบ้าง...
เผื่อท่าน ท่าน ท่าน เป็นแบบนี้ไงล่ะคะ
*****
หญิง อายุ 50 ปี ทำงานหนักที่ต้องใช้สมอง อาการของเธอคือ พูดซ้ำ และบ่อยๆ จนคนข้างเคียง เกิดความรำคาญ แล้วก็ถูกหาว่า...เป็นโรค วิตกจริต
*****
ข้อคำถาม
1. วิตกจริต เป็นโรคหรือไม่
2. ที่กล่าวมานี้ หญิงคนนี้ ใช่เป็น วิตกจริต หรือไม่
3. คนข้างเคียง มีส่วนที่ทำให้หญิงคนนี้ เป็นแบบนี้หรือไม่
4. น่าจะเป็นที่นิสัย จู้จี้ ขี้บ่น ของหญิงคนนี้ หรือไม่
5. หากเป็น ทำไมเพิ่งจะมาเป็นตอนนี้ นิสัยนี้น่าจะเป็นมาตั้งนานแล้ว
6. หาทางแก้ไข หาทางบรรเทา ได้อย่างไร
7. คนรอบข้าง มีส่วนทำให้หนักขึ้น หรือ บรรเทาได้หรือไม่
8. ช่วยกรุณาแนะนำด้วย
*****
ขณะนี้ หญิงคนนั้น เก็บตัวเงียบ ไม่พูดจา และอยู่คนเดียวเงียบๆ
และพร้อมที่จะระเบิดออกมา ว่า....อย่ามายุ่งกับฉ้านนนนนนนน
*****
วิตกหก วิตกห้า ฮ่าฮ่าฮ่า
หัวเราะร่า เคยทำ กลับสงสัย
คิดว่าเป็น วิตก จริตใน
ช่วยได้ไหม วิตก หนักเหลือเกิน
*****
คนรอบข้าง ไม่ช่วย ยังซ้ำหนัก
ไม่ช่วยพัก กับปัก จิตส่งเสริม
มีส่วนทำ ซ้ำร้าย หนักเหลือเกิน
ต้องทำเมิน เนิ่นนาน ชินไปเอง
*****
จาก
ครูอ้อย แซ่เฮ
อาการแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่หญิงครับ ผมเองยังเป็นเลย วิตกว่าจะสอบผ่านไหม
อาการน่าเป็นห่วงค่ะ ..ห่วงคนข้างๆนะคะ
บางทีเราพบเห็นอะไรมากๆเราก็ต้องคิดตามไปด้วย
หรือว่าเราจะหยุดคิด ..หยุดได้ไหมคะ..ก็เราชอบคิดนี่นา.. จริงมั๊ย
สวัสดียามเช้าค่ะ น้องชาย... คนพลัดถิ่น
ขอบคุณค่ะ
แต่ เอ...มันเป็น โรค หรือเปล่า ใครหนอจะเข้ามาตอบให้หายสงสัย
สวัสดีค่ะน้องรัก ... NONGYAO - CHAMCHOY
ขอบคุณค่ะ
อาการพวกนี้เกิดจาก
วิธีแก้
วัยทอง
ถ้าสิ่งแวดล้อมเราแก้ไม่ได้ เราต้องมีวิธีจัดการ
การแก้ที่ตัวเราเอง
ขอให้พี่ครูอ้อย มีความสุขนะคะ
สวัสดีค่ะน้องแก้ว .... แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
ขอบคุณค่ะ น้องแก้ว ก็มีความสุขมากๆๆนะคะ
สวัสดีค่ะ ครูอ้อยของครูแตน
ครูแตนหายไปนาน.............นานมาก
งานเยอะค่ะครูยุคใหม่.........งานจริง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน
ครูแตนเพิ่งเริ่มปฏิบัติธรรมได้ไม่นานนัก........แต่
สรุปได้ด้วยตนเองว่า......ไม่มีใครทำให้เราทุกข์หรือวุ่นวายใจได้เลย....ถ้า
เราหยุดคิด....มีสมาธิ....ไม่คิดตามสิ่งที่ไม่ดีทั้งปวง.....หรือ
แค่คิดว่า.....สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม...
ด้วยความปราถนาดีจาก....ครูแตน(ขอฝากตัวเป็นศิษย์ค่ะ)
สวัสดีค่ะ น้องสาว ... ครูแตน
คิดถึงนะคะ
มาอีกแล้วค่ะครูอ้อยคะ ขออนุญาตเสนอแนวคิด
หากคิดแล้ว หยุดคิดแล้วต่อมน้ำตาทำงาน น้ำตาก็ไหลริน
เป็นธรรมชาติของร่างกายเราหรือสังขาร....
แต่จิตต่างหาก...จิตของเรานี้แหล่ะ...ปรุงแต่ง
เมื่อจิตปรุงแต่งแปลว่าเรายังไม่หยุดคิด...
หยุดคิดไม่ได้ ....ก็ปล่อยให้คิดไปเรื่อย....
แล้วเอาจิตเราตามดูความคิด....ที่ปรุงแต่งไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คิดแล้วคิดไม่ตก ก็คิดอีก.....เรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆ
แล้วก็คงจะเหนื่อยที่จะคิด หรือ ปลงตกนั่นเอง ....
เฮ้อ....ทุกสิ่งเป็ฯเรื่องสมมุติ....สมมุติว่าเป็นคนชื่อแตน
สมมุติว่าเป็นครูอ้อย....สมมุติอยู่เรื่อยไป
สรุปว่าปลงให้ตก......สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกาล
ตื่นเช้ามา ทำงาน เจอผู้คน ค่ำกลับบ้านเจอครอบครัว เข้านอน
เช้าตื่นนอน ทำงาน เฮ้อ! เมื่อไรจะจบสิ้นนะคนเรา
อุ้ยพูดมากไปหรือเปล่าคะ บ้ายบายค่ะ
สวัสดีค่ะน้องสาว....ครูแตน
อะไรก็ไม่ใช่ของเรา ...
สวัสดีครับ....คุณครูอ้อยครับ...แวะมาเยี่ยมครับ พอดีเจอคำถาม เลยขอแลกเปลี่ยนด้วยคนครับ....
1. วิตกจริต เป็นโรคหรือไม่ ทางโลกไม่ทราบครับ(เป็นหรือไม่ก็ไม่แน่ใจครับ) แต่ทางธรรม อาการวิตกจริต เป็นจริตหนึ่ง ใน 6 จริตซึ่งทุกคนมีครับ ถือเป็นปกติครับ
2. ที่กล่าวมานี้ หญิงคนนี้ ใช่เป็น วิตกจริต หรือไม่...เป็นครับ แต่ไม่ผิดปกติครับ
3. คนข้างเคียง มีส่วนที่ทำให้หญิงคนนี้ เป็นแบบนี้หรือไม่...ทางธรรมบอกว่า จริตนั้นเกิดได้จากบุคคลนั้นเกิดเอง (จากการสัมผัสทางกายและทางใจครับ)อาจจะเป็นจากสิ่งแวดล้อม(บุคคล,สังคม,ธรรมชาติ)ตอบว่าอาจเป็นได้ครับ
4. น่าจะเป็นที่นิสัย จู้จี้ ขี้บ่น ของหญิงคนนี้ หรือไม่ ...นิสัยเป็นพื้นฐานจิตของแต่ละบุคคล ถ้าเราคิดว่า เป็นมุสาวาทา (ศีลข้อ 4)หรือเปล่าครับ(พูดเท็จ,พูดเพ้อเจ้อ,พูดคำหยาบ,พูดส่อเสียด)ถ้าใช่ก็ไม่พูดครับ.. แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไรครับ(อนุญาตไว้ท่านหนึ่งครับ)
5. หากเป็น ทำไมเพิ่งจะมาเป็นตอนนี้ นิสัยนี้น่าจะเป็นมาตั้งนานแล้ว...เป็นก่อนเป็นหลังไม่แปลกครับ เพราะว่าถ้าไม่ผิดศีลก็ไม่น่าจะเป็นห่วงครับ
6. หาทางแก้ไข หาทางบรรเทา ได้อย่างไร..ถ้าเป็นหลักการทั่วไป การไม่พูดก็ทำให้อยู่คนเดียว(ไม่ถูกต้องครับ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องมีเพื่อนครับ)คงใช้คำว่า"ควบคุม"ดีกว่ามั้งครับ...คติคือ "อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่กับมวลมิตรระวังคำพูด" ครับ...ทางธรรมอาจจะยากไปสำหรับกรณีผู้ไม่เคยปฏิบัติครับ....เพราะวิธีการแก้ไขคือ เพ่งวรรณะกสิน ครับ(ไม่ต้องรู้มากหรอกครับ)
7. คนรอบข้าง มีส่วนทำให้หนักขึ้น หรือ บรรเทาได้หรือไม่...ไม่ได้ครับเป็นเรื่องของความเข้าใจเสียมากกว่า ...ลูกเข้าใจแม่ ก็จะไม่ว่าไม่โต้เถียง ..แต่จะพาไปเที่ยว พาไปออกกำลังกายให้เหนื่อย..สามีที่เข้าใจภรรยาก็จะดูแลภรรยาเพิ่มขึ้น ..ลดงานตัวเองลงเพื่อภรรยาจะได้ช่วยงาน..จะได้คิดหาวิธีบรรเทาอาการดังกล่าวได้ครับ เป็นการบรรเทา แต่ถ้าต่างคนเอาแต่ใจเข้าหากัน ก็ตัวใครตัวมันก็กัน คุณครู...
มารายงานตัวครับ.."ครูอ้อย"
ผมหายไปนานมากกกกกส์... ไม่รู้ยังจำ...กันได้หรือเปล่า........
แต่ก็ยังคิดถึงครูอ้อยเสมอ....ก็ครูอ้อยนี่แหละ..ที่แนะนำให้รู้จักชุมชนแห่งนี้........ขอบคุณครับ....
www.watkokschool.com
สวัสดีค่ะท่าน .... นาย สมพงศ์ ตันติวงศ์ไพศาล
ขอให้ท่านโชคดีตลอดไปค่ะ
สวัสดีค่ะท่าน ผอ..นิพนธ์.... หลานเจ้าตาก
ขอบคุณค่ะ