ก่อนนอนเมื่อคืนนี้ มีเรื่องค้างอยู่ว่าเรื่องของฉันในลานปัญญา อาจพาระบบช้าลง ฉันได้สัญญาไว้ว่ารุ่งสว่างจะแก้ให้ตามเงื่อนไขชี้แจง เพื่อช่วยลดความช้าของระบบที่เรื่องในลานไปเกี่ยวข้อง
เช้าวันนี้เริ่มต้น ฉันเริ่มค้นหาเพื่อจัดการ แต่ว่าพระเจ้าไม่ช่วย ไม่อำนวยดั่งใจเลยค่ะ ด้วยเน็ตที่ฉันพึ่งพา มันล่มบ่อยแต่เช้าเลยอ่ะ เมื่อทำไม่ได้อย่างตั้งใจ จึงตัดสินใจแขวนมันไว้ซะก่อน ผ่อนเวลารอเน็ตมันพร้อม จึงค่อยค้อมตัวมาทำใหม่ แล้วหาต่อว่าจะทำอะไร เชื่อไหมคิดไม่ออกค่ะท่าน ว่าจะเริ่มทำอะไรต่อไป
อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งคิดค่ะท่าน ว่าชีวิตฉันนั้นมันว่างขนาดไม่มีอะไรจะทำ สบายขนาดนั้นเชียวหรือ ไม่ใช่ๆแน่นอนค่ะ
เมื่อฉันเรียนรู้ขึ้นว่า คิดไม่ออกจะทำอะไร ก็มีคำถามสะท้อนใจให้ตอบว่า ทำไมเรื่องเยี่ยงนี้จึงเกิดขึ้น มันเกิดมาตั้งกะเมื่อไร อะไรทำให้มันเกิดขึ้น คำตอบสดๆที่ออกมา มันตอบว่า มันเกิดหลังการไปเรียนรู้ ณ สวนป่า ด้วยตั้งแต่นั้นต่อมาฉันฝึกฝืนไม่นัดหมายตัวเองล่วงหน้า งดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะจองใช้เวลาของอนาคต ทำอะไรอยู่ที่ ณ ปัจจุบัน แล้วเรียนรู้ว่าใจเรียนรู้ไหม มีอะไรเปลี่ยนไป ค้นและเรียนรู้มัน เพื่อทำความรู้จักตัวตน ซึ่งหากฉันเป็นฉันอย่างเมื่อก่อน เหตุการณ์เยี่ยงนี้จะไม่เกิดขึ้นค่ะ
และแล้วตาก็เหลือบไปเห็นกองกระดาษที่เก็บรวบรวมมาจากการจัดกิจกรรมวิธีสร้างความสุขให้ชีวิต เออ! ยังไม่ได้รวบรวมที่เขา AAR ให้เลย เอานะเอาหน่อย รวบรวมดูหน่อยซิ แล้วก็ได้มาอย่างนี้ มาอ่านดูกันนะค่ะ

- ความสุขที่ได้รับ คือ การได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้รู้จักกับคนอื่นมากขึ้น ได้เข้าใจคนอื่นมากขึ้น ได้หัวเราะ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
- เราได้ปลดปล่อยความคิดที่ไม่ดีต่อคนอื่น กลับย้อนมองตัวเอง แล้วทำให้ได้คิด และมีความคิดดีดีขึ้นมาแทน
- ความสุข คือ การได้รับสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกพอใจ ถูกใจ ความสุข คือ การได้รับฟังสิ่งดีๆของผู้อื่นและตัวเอง
- สุขที่ได้จากการฝึกจิตใจตัวเองให้รู้จักตัวเองมากขึ้น
- ความสุข คือ การได้รับการฟังจากผู้อื่นมากขึ้น
- ความสุข คือ การรับฟังผู้อื่นให้มากขึ้น
- มองทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ ธรรมชาติ เราต้องปรับตัวเองให้มีความสุขกับมัน
- ความสุขอยู่ที่ตัวเราเอง
- ความสุขอยู่ที่ตัวเราเองไม่มีใครมากำหนดตัวเราได้
- ความสุขที่ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้จักคนอื่นมากขึ้น หัดคิดแบบบวก ความสุขก็จะเกิด
- ทำให้จิตใจแจ่มใส ไม่กังวลใจ
- รู้จักมองผู้อื่นในมุมมองที่กลับกันจากความเป็นตัวตนของเขาเอง
- ความสุข คือ ในจิตใจไม่ร้อนรน ไม่ยึดติด เรื่องที่ผ่านไปก็จบ อย่าไปคิดให้ทุกข์
- ความสุขอยู่ที่ตัวเรา เราหามันไม่ยาก
- การมองโลกในแง่บวก มองพฤติกรรมต่างในแง่บวก ให้ความสุขได้ มองโลกในแง่ดี เข้าใจจิตใจผู้อื่น
- ใจเย็น รู้จักปลง
- ปรับจากลบมาเป็นบวก
- จิตใจสงบ ไม่วุ่นวาย ตัวเบาๆ
- คิดแต่สิ่งที่ดี จิตใจสงบ มองทุกอย่างดีไปหมด
- ที่ไหนมีรักที่นั่นมีสุข ทำให้ชีวิตสนุก
- ต้องให้เวลากับบางเรื่อง
- ปล่อยวาง คิดดี ทำดี
- การนึกถึงเรื่องราวในอดีต การมอง การฟังอย่างมีสติ ทำให้มีความสุข

ฉันไม่ได้เล่นกลอะไรที่ทำให้ได้คำตอบเหล่านี้ออกมาจากตัวเขา ฉันทำแค่เพียงจัดเวทีสนทนาขึ้นในระหว่างพวกเขา 2 วันเต็มๆ โดยตั้งโจทย์ให้เขาเรียนรู้และติดตามความรู้สึกของเขาระหว่างการสนทนากัน แล้วช่วยสรุปโดยสะท้อนคำถามให้ได้คิดและประเมินการเรียนรู้ของเขาเท่านั้นเองค่ะ
เห็นด้วยทุกประการค่ะ สุข ทุกข์ เรานี่เองเป็นคนกำหนด
สุนทรียสนทนาได้ผลอย่างน่าประหลาด เสียดายที่ผมรู้จักมันช้าไป ไม่งั้นการบริหารงานในฐานะหัวหน้าหน่วยงานน่าจะดีกว่าที่เป็น
ลูกน้องเก่าที่อยู่กับเราสมัยเป็นผู้ช่วย ยังบอกว่าผมดูเครียดไม่ค่อยยิ้มตอนเป็นอัยการจัง
หวัด อิอิ ก็จะให้ยิ้มได้อย่างไรมันไม่ได้ดังใจสักอย่าง ลูกน้องแต่ละคนไม่ทำงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนกลางก็สั่งโน่นสั่งนี่เพิ่มเติมตลอดเวลา บังคับให้ลงข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้ทันตามตัวชี้วัด แต่ลงรายการสำนวน ๑ เรื่องใช้เวลา ๒๐ นาที แล้ววันหนึ่งมันจะลงได้กี่เรื่อง ใครจะยิ้ใออก ฮ่าๆๆ
ลูกน้องก็มีเรื่องระหองระแหงตลอด ต้องหย่าศึกทุกสามเดือน เฮ้อ...
ถ้าจับมานั่งให้ใช้สนทรียสนทนา น่าจะได้ผลนะ..พี่หมอ
พี่หมอครับ
AAR. ชุดนี้ดีมากเลยครับ ได้ข้อคิด เพื่อใช้เตือนสติ แต่ละถ้อยคำสวยงามมาก
และจากการที่ได้คุยกับพี่หมอที่ร้านอาหารทะเลวันนั้น ผมได้มุมคิดใหม่ๆเยอะเลยครับ ดีใจที่ได้พบและคุยกันนะครับ
ผมจะทำ สุนทรียสนทนา ในงาน HHC.ที่ หาดใหญ่ อีกไม่นานนี้ครับ คิดว่ากระบวนการน่าจะไปได้ดี
ผมไปทดลองที่กระบี่ (วันที่ไปล่าสุด) ผมก็มองว่า ทุกคนที่เข้าร่วมหากเราเปิดบรรยากาศให้แลกเปลี่ยน แบบกัลยาณมิตร แบบ ไดอะล็อก ทุกคนก็มีความสุขพร้อมที่จะเปิดใจครับ
ที่หาดใหญ่ผมมี หมอเต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี เป็นที่ปรึกษาที่อยู่ในพื้นที่ งานนี้อบอุ่นดีมากๆเลยครับ
การคุย การแลกเปลี่ยนด้วยมิตรภาพ สร้างสุข สร้างสันติครับ
สวัสดีครับคุณหมอเจ๊
ทุกอย่างบรรจุอัดแน่นอยู่ในใจเรา รอเราเปิดออกมาใช้ ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติทำอย่างไรก็ไม่หมด แต่คำตอบที่ทำให้หมดได้อยู่ในใจของแต่ละคนแล้ว...การตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีเดียวจะบังเกิดผลอันมหาศาล...อยู่ที่เราจะเลือกเอง...แล้วจะมีผลกับวิถีชีวิตเราเอง
เหมือนกับที่เขาพูดกันว่าสิ่งเหล่านี้เหมือนแมลงสาบสัตว์โลกล้านปี มันดำรงชีวิตมาได้ตลอดคู่กับคน เขาบอกว่าถ้าเราเจอแมลงสาบในบ้านเพียง 1 ตัว แสดงว่ามีอีกแปดร้อยตัวอาศัยอยู่ในบ้านเรา หากเราหาวิธีกำจัดได้ สาไหรกับความขัดแย้งที่แอบเกาะอยู่ในใจเราเพียงไม่กี่เรื่องใช่ไหมครับ เราต้องกำจัดได้....
โชคดีครับผม
เห็นด้วยทุกประการค่ะ สุข ทุกข์ เรานี่เองเป็นคนกำหนด
ใช่เลยค่ะ นอกจากเราจะเป็นคนกำหนด เราเองนั่นแหละที่ย้ำคิด ย้ำทำ ย้ำหยิบ ย้ำยึดมันไว้ไม่ปล่อยทิ้งด้วยค่ะ
สวัสดีเจ้าค่ะ ป้าหมอจ๋า
ป้าหมอจ๋า เดี๋ยวจะไปกอดป้าหมอ อิอิ คิดถึงนะเจ้าค่ะ ครูเสียงเหน่อๆ เอารูปใครมานั่น หน้าตาดีชะมัด 555++ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^
อัยการชาวเกาะ ค่ะ
ลองฝึกการฟังตัวเองดูนะค่ะ จากที่คุยแลกเปลี่ยนมา
สุนทรียสนทนาได้ผลอย่างน่าประหลาด เสียดายที่ผมรู้จักมันช้าไป ไม่งั้นการบริหารงานในฐานะหัวหน้าหน่วยงานน่าจะดีกว่าที่เป็น ลูกน้องเก่าที่อยู่กับเราสมัยเป็นผู้ช่วย ยังบอกว่าผมดูเครียดไม่ค่อยยิ้มตอนเป็นอัยการจังหวัด
ขอสะท้อนให้ตอบหน่อย อีตอนที่คิดอย่างนี้ แขวนอะไรไว้กับตัว
อิอิ ก็จะให้ยิ้มได้อย่างไรมันไม่ได้ดังใจสักอย่าง
รู้หรือยังว่า ควรแขวนอะไรไว้บ้าง จึงจะยิ้มออก
ส่วนกลางก็สั่งโน่นสั่งนี่เพิ่มเติมตลอดเวลา บังคับให้ลงข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้ทันตามตัวชี้วัด แต่ลงรายการสำนวน ๑ เรื่องใช้เวลา ๒๐ นาที
มันคือความจริงใช่ไหมเล่า
แล้ววันหนึ่งมันจะลงได้กี่เรื่อง ใครจะยิ้มออก ฮ่าๆๆ
ไอ้ที่ยิ้มไม่ออก เติมเครื่องปรุงอะไรลงไปในความจริงข้างบนมั๊ย พอเติมแล้วมันยังเป็นเรื่องเดิมหรือเรื่องใหม่กว่าเดิม
สำหรับตัวพี่ พี่ฟังได้เป็นเรื่องเก่าเป็นเรื่องของคน 3 คนค่ะ :
อัยการชาวเกาะเป็นผู้ช่วยยังยิ้ม เป็นอัยการจังหวัดแล้วยิ้มไม่ออก เครียด
ลูกน้องไม่ได้อย่างใจสักอย่าง
ส่วนกลางก็สั่งโน่นสั่งนี่เพิ่มเติมตลอดเวลา บังคับให้ลงข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้ทันตามตัวชี้วัด
ลูกน้องลงรายการสำนวน ๑ เรื่องใช้เวลา ๒๐ นาที
ลูกน้องก็มีเรื่องระหองระแหงตลอด ต้องหย่าศึกทุกสามเดือน เฮ้อ...ถ้าจับมานั่งให้ใช้สนทรียสนทนา น่าจะได้ผลนะ..พี่หมอ
ถ้าเรายังร้อน ทำคนเดียวไม่สำเร็จค่ะ เขาก็ยังระหองระแหงกันต่อ
พี่ยังไม่เคยทำคนเดียวเลย ยังต้องใช้ทีมค่ะ แต่ก็อยากให้ลองดูค่ะ
ลองแล้วมาแลกเปลี่ยนกันหน่อย เรียนรู้อะไร
พี่หมอครับ AAR. ชุดนี้ดีมากเลยครับ ได้ข้อคิด เพื่อใช้เตือนสติ แต่ละถ้อยคำสวยงามมาก
บทเรียนรู้เหล่านี้ เขากลั่นออกมาจากใจเขานะค่ะ เวลาเราเอามาอ่านมันให้สติเราด้วยอย่างที่น้องเอกว่าค่ะ
ข้อคิดอีกอย่างที่พี่ได้จากที่น้องเอกมาแลกเปลี่ยน คือ ทุกครั้งที่มีการให้ เราก็ได้รับ นี่เรื่องจริงๆเลยนะค่ะ
มาฝึกการให้กันนะค่ะ ให้ด้วยใจ เพื่อให้ไร้ภัยที่ใจกลัวเกรง นั่นคือ ความไม่สบายกาย-ใจ ความทุกข์กาย-ใจ
และจากการที่ได้คุยกับพี่หมอที่ร้านอาหารทะเลวันนั้น ผมได้มุมคิดใหม่ๆเยอะเลยครับ ดีใจที่ได้พบและคุยกันนะครับ
พี่ก็ดีใจที่ได้คุยแลกเปลี่ยนกับน้องเอกค่ะ เสียดายที่พี่ว่างแค่คืนที่ไปถึง เลยไม่ได้คุยกันต่อทั้งๆที่มีเวลาอยู่อีก เสียดายจริงๆค่ะ
ผมจะทำ สุนทรียสนทนา ในงาน HHC.ที่ หาดใหญ่ อีกไม่นานนี้ครับ คิดว่ากระบวนการน่าจะไปได้ดี
น่าสนใจๆ ทำแล้วเอามาเล่าสู่กันฟังด้วยนะค่ะ มีกระบวนการอย่างไร ใช้เทคนิคอะไร จึงให้ผลออกมานะค่ะ
ผมไปทดลองที่กระบี่ (วันที่ไปล่าสุด) ผมก็มองว่า ทุกคนที่เข้าร่วมหากเราเปิดบรรยากาศให้แลกเปลี่ยน แบบกัลยาณมิตร แบบ ไดอะล็อก ทุกคนก็มีความสุขพร้อมที่จะเปิดใจครับ
ความเป็นกัลยาณมิตร สัมผัสได้จากบรรยากาศ และ วิธีสนทนานะค่ะ คนที่เจอน้องวันนั้นเป็นชาวบ้านที่เข้ามาทำงานให้สังคม ชาวบ้านนี่เปิดใจเขาง่ายจังค่ะ เมื่อเราใช้ท่าทีแบบกัลยาณมิตรอ่ะค่ะ
คนที่ทำให้เปิดใจยากมากๆ คือ พวกในแวดวงสุขภาพแบบเราๆเองนี่แหละค่ะ จะยากมากถึงยากที่สุด โดยเฉพาะทำกับ คนที่เคยสั่งใครๆได้ที่ยังไม่ "ฟัง"
ที่หาดใหญ่ผมมี หมอเต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี เป็นที่ปรึกษาที่อยู่ในพื้นที่ งานนี้อบอุ่นดีมากๆเลยครับ
ดีจังที่มีที่ปรึกษาให้ด้วย อาจารย์เป็นบล็อกเกอร์ที่มีอารมณ์ขันเนอะ อีกคนที่มอ.ที่พี่ถือเป็นอาจารย์ที่แอบตามเรียนด้วยมาตลอด คือ อาจารย์หมอสกลค่ะ ถ้ามีโอกาสน้องเอกขอเจอเพื่อขอเคล็ดลับวิชาบ้างซินะค่ะ
ดูแลสุขภาพและดูทิศทางลมด้วยนะน้องนะเวลาจะโฉบไปโฉบมาอยู่ใกล้ๆชายแดนใต้อ่ะ
โชคดีครับผม
น้อมรับพรค่ะพี่