การเมืองระดับชาติจะต้องมีความสมานฉันท์ด้วย การเมืองท้องถิ่นจึงจะเกิดความสมานฉันท์ได้

จากการที่ผู้ร่วมเสวนาได้มีฉันทามติกันว่า  ต้องการให้ผู้นำหรือนักการเมืองท้องถิ่น  กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ กล้านำ กล้าเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี 

รวมทั้งให้กล้าตัดสินใจ  มีความเด็ดขาด  เด็ดเดี่ยว เพื่อพัฒนาชุมชนให้เจริญก้าวหน้า  ให้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเพื่อประโยชน์ของประชาชน

ยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง มิใช่ประโยชน์ส่วนตัว และเน้นการมีส่วนร่วมในชุมชนทั้งการคิดและการวางแผน

มีจรรยาบรรณ เทิดทูนคุณธรรม มีอุดมการณ์ รู้บทบาทหน้าที่ของตนเองที่มีต่อประชาชน  สามารถเข้าได้กับทุกภาคส่วน

มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี  ประสานงานได้ดี  มีภูมิหลังและการศึกษาดี  มีความรู้  เสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีใจอาสา

มีความโปร่งใสและพร้อมรับการตรวจสอบจากประชาชน ไม่โกงกิน

เน้นการพัฒนาคน มิใช่มุ่งแต่พัฒนาวัตถุ  ไม่เอาความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง มีความอดทน เปิดใจรับฟังความคิดของประชาชน

ผู้นำควรมี ๓ ภูมิ คือ ภูมิวุฒิ (การศึกษา) ภูมิธรรม (จิตใจเป็นธรรม/มีคุณธรรม) ภูมิฐาน เลือกคนไม่ดี เหมือนเลือกโจรไว้ปล้นเรา

พร้อมทั้งเสนอให้ทำเป็นรูปธรรม  มีกลไกในการถอดถอนผู้นำท้องถิ่นที่ไม่ซื่อสัตย์ คอรัปชั่น  ไม่ควรใช้วิธีการเลือกตั้งแบบการเมืองระดับชาติ  แต่ควรใช้วิธีการสรรหาจากกลุ่มบุคคล  จำนวนหนึ่ง แล้วจึงเลือกผู้นำจากกลุ่มนั้น เพื่อลดการซื้อสิทธิขายเสียง