สรุปเนื้อหาโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนและการให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
การฟังอย่างตั้งใจหรือการรับฟังกันอย่างแท้จริงนั้น จัดว่าเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญในการพูดคุยกัน ซึ่งจะเป็นการป้องกันและแก้ไขความขัดแย้ง ตลอดจนเป็นรากฐานของประชาธิปไตย
ลักษณะท่าทางที่ทำให้ผู้พูดรับรู้ได้ว่าผู้ฟังกำลังฟังอย่างตั้งใจนั้นก็คือการมองตาผู้พูดและมองตรงๆ เพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ แถมมีการพยักหน้าเพื่อแสดงการรับรู้เป็นระยะ ส่งเสียง เออ ออ ครับ คะ ตลอดจน ไม่พูดขณะฟัง เมื่อคนหนึ่งพูด คนที่เหลือต้องฟัง
ทำอย่างไรจึงจะสร้างการเมืองท้องถิ่นให้สู่ความสมานฉันท์ได้ การเมืองในระดับชาติปัจจุบันมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเมืองท้องถิ่นเพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน และยังไม่แข็งแรง การเมืองท้องถิ่นนี้เป็นรากฐานของการเมืองไทยที่สำคัญ เรามีชุมชนตัวอย่างทั้งในภาคอีสานและภาคกลางให้ดูเพื่อเป็นการจุดประกายในการสร้างท้องถิ่นที่พึงปรารถนาในชุมชนของทุกคน
ทำอย่างไรที่จะให้สังคมเกิดสันติสุขภายใต้วิกฤติชาติ เราเห็นมีการเปิดเวทีเพื่อด่าทอกัน และอาจจะนำไปสู่การเสียเลือดเนื้อ
สังคมสันติสุขจะเกิดขึ้นได้หากประเทศมีความมั่นคง ซึ่งก็คือการปลอดจากความหิว ความกลัว ความรุนแรง สันติภาพจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย หากคนในสังคมนั้นๆยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
หากต้องการที่จะสร้างสังคมสันติสุข จะต้องสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมให้ได้ก่อน ทั้งนี้ ความยุติธรรมคือ การทำสิ่งต่างๆให้ถูกต้อง
ประเทศในยุโรปมีการรบราฆ่าฟันกันมามากมาย มีการทำสงครามกันบ่อยครั้ง ถามว่าถ้าคนในยุโรปยังพยายามจำอดีตที่ผ่านมานั้นจะสามารถรวมตัวกันเป็นสหภาพยุโรปได้หรือไม่ ดังนั้น เราจึงควรนำอดีตมาเป็นบทเรียน มิใช่นำมาแก้แค้นกันในอนาคต เมื่อเราดูหนังเรื่องพระนเรศวร แทนที่เราจะไม่พอใจพม่า เราควรจะมาเรียนรู้ว่าการแตกสามัคคีของคนไทยเราเองก่อให้เกิดผลเสียอย่างไรบ้าง
การเมืองท้องถิ่นยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ก็มาจากการแทรกแซงทางการเมืองในระดับชาติ การเลือกตั้งผู้นำท้องถิ่นทำให้ชาวบ้านหรือแกนนำในพื้นที่เกิดความแตกแยก อย่างไรก็ตาม ยังมีบางพื้นที่ที่ไม่เกิดความแตกแยก ซึ่งเราจะสามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
เราจะสร้างการเมืองท้องถิ่นที่สมานฉันท์ได้อย่างไร วิธีการสานเสวนาซึ่งเป็นกระบวนการพูดคุยกัน มุ่งเน้นการฟังกันและกันอย่างตั้งใจ ไม่เอาชนะเอาแพ้กัน โดยต่างจากการโต้วาทีหรือโต้เถียงกันซึ่งมุ่งที่จะเอาชนะคะคานกัน
มาชี้หน้าด่ากัน ต่างฝ่ายต่างเชื่อว่าตนเองมีคำตอบที่ถูก และพยายามที่จะพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด ดังนั้น เวทีใดๆก็ตามไม่ควรจะเป็นการโต้เถียงกัน แต่ควรใช้เวทีประชาเสวนา ร่วมคิดร่วมแก้ปัญหากัน ไม่เผชิญหน้ากัน และนี่คือสันติวิธีอย่างหนึ่ง

ไม่มองตา ก็ฟังอย่างตั้งใจได้ค่ะอาจารย์ เวลาต้องจด lecture ไงคะ ได้แสดงความเห็นคนแรก ดีใจ อิอิ