ประชาชนจาก อ.เมือง, คง, จักราช, เฉลิมพระเกียรติ, ชุมพวง, บ้านเหลื่อม, บัวใหญ่, เทพารักษ์, โนนไทย, โนนสูง, พิมาย, สูงเนิน, หนองบุญมาก, ปากช่อง, และกิ่งอำเภอพระทองคำ จ.นครราชสีมา จำนวนทั้งสิ้น ๑๗๓ คนเข้าร่วมงานสานเสวนาเรื่อง “การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างสมานฉันท์”
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นวิถิประชาธิปไตยอยู่แล้ว ขอเพียงแต่ไม่ให้ลุกไหม้เผาผลาญสิ่งต่างๆในสังคม ปัจจุบันสังคมไทยเกิดความขัดแย้งที่อาจขยายตัวมากขึ้น มีการใช้ความรุนแรงเข้าใส่กัน ทุกคนต่างรักชาติรักแผ่นดินทั้งสิ้น แต่จะต้องมานั่งคุยกันตกลงกัน เพื่อหาฉันทามติร่วมกันในข้อขัดแย้งต่างๆ สิ่งที่ต้องตระหนักถึงคือ ต้องไม่ทำให้ความขัดแย้งรุนแรงกลายเป็นโรคระบาดไปทั่วประเทศ มิเช่นนั้นจะแก้ปัญหาได้ลำบาก
สังคมไทยในปัจจุบันเรามีทรัพยากรต่างๆ มีทุนทางสังคมและวัฒนธรรมอยู่มากมาย จังหวัดนครราชสีมาถือเป็นต้นกำเนิดของคนในภาคอีสาน เมืองพิมายเป็นเมืองพระนครที่เกิดขึ้นก่อนเสียมเรียบเสียอีก ซึ่งความจริงพื้นที่ตรงนี้จัดว่าเป็นพื้นที่ที่มีทุนทางสังคมที่สูงยิ่งของคนโคราช ประเด็นสำคัญคือ เราจะใช้ทุนทางปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ได้หรือไม่
เรามีชุมชนตัวอย่างที่มีความสมานฉันท์ ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถึงความสำเร็จในการทำชุมชนสมานฉันท์ วันนี้เราควรจะมาสร้างความฝันกัน เราฝันอยากจะเห็นชุมชนของเราเป็นอย่างไร และมาฝันร่วมกันอีกว่าจะมีแนวทางอย่างไรได้บ้างที่นำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ อยากจะให้นำความฝันที่เราทุกคนได้ฝันร่วมกันไปเป็นพลังที่เข้มแข็งในการลงมือสร้างฝันให้เกิดขึ้นจริง โดยผ่านเครื่องมือประชาเสวนา ซึ่งถือเป็นสันติวิธีอย่างหนึ่งในการพูดคุยเพื่อหาฉันทามติร่วมกัน
ในอนาคต ณ พื้นที่ตรงนี้ ชุมชนแห่งนี้ จะสามารถเป็นตัวแบบให้แก่ชุมชนอื่นในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศในการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนสู่ชุมชนสมานฉันท์ต่อไป