บันทึกนักศึกษาปริญญาเอกเกี่ยวกับกัลยาณมิตรทางการศึกษาและท้องฟ้าในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  ผู้เขียนกำลังนั่งตรวจงานนิสิตในห้องทำงานก็ได้รับโทรศัพท์ว่าอาจารย์ขา หนูอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้วคะ เอใครละนั่น คุยไปคุยมาได้ความว่าเป็นน้องข้าวสวย จากโรงเรียนบางลี่วิทยา มาอบรมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมเพื่อนตัวน้อยๆๆ(ย้ำว่าตัวน้อยๆ)อีก 8 คน

       งานนี้โรงเรียนน้องของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนมาไม่ต้อนรับได้อย่างไร เลยพาไปเลี้ยงไอศกรีม ที่ศูนย์ฝึกอบรมแสนปาล์ม เนื่องจากเด็กๆและคุณครูพรรณาพักอยู่ที่นั่น (น่าอิจฉาเด็กๆๆมาอบรมเรื่อง การเขียนมีวิทยากรมือทองแบบท่านอาจารย์เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์ ท่านอาจารย์ประยอม ซองทอง วาวๆๆ) ที่เห็นข้างหน้านั่นคุณครูพรรณานะครับ ไม่ใช่เด็กน้อย อิอิๆๆ คุณครูพรรณาทำตัวกลมกลืนมากๆๆ ฮ่าๆๆ

       ผู้เขียนคิดในใจว่า ในอนาคตมหาวิทยาลัยไปรับโรงเรียนที่อยากช่วยกันพัฒนาได้ไหม ทำเป็นโครงการมหาวิทยาลัยพี่โรงเรียนน้อง ไหนๆมหาวิทยาลัยก็มีหน้าที่บริการชุมชนอยู่แล้ว  อยากเห็นมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นมาช่วยเหลือชุมชน มีการพัฒนาวิชาการร่วมกับชุมชน มากกว่าที่จะแข่งกันเป็นตลาดวิชาเพียงอย่างเดียว ถ้าปรึกษากับคุณครูดีๆ ในอนาคตก็จะได้เด็ก ดีๆเก่งๆๆมาเรียน(เก่งอย่างเดียวไม่เอา เอาเป็นคนดีด้วย เก่งแล้วโกงก็ไม่เอา อิอิๆ)

โดยให้ครูที่โรงเรียนคอยดูเด็กที่ยากจนแต่สนใจเรียน โดยมหาวิทยาลัยทำสัญญาว่าจะให้ทุนเรียนต่อจนจบปริญญาตรี ถ้าเรียนดีมากๆๆมีคุณธรรมจริยธรรมก็ให้รับทุนเรียนต่อปริญญาโทและเอก กลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเสียเลย (ผู้เขียนอยากเสนอความคิดมหาวิทยาลัยไหนสนใจ เอาไปทำนะครับ)

สองภาพสุดท้าย เอามาฝากพี่ชิว ชาย(หนุ่ม)ผู้หลงรักมวลเมฆ มีอิทธิพลทำให้พี่ๆน้องๆ รักเมฆตามไปด้วย  (เข้าใจว่าเป็นหลายคน อย่างน้อยก็ผู้เขียนคนหนึ่งละ)  ต่อไปให้พี่ชิวเป็นประธานชมรมคนรักมวลเมฆเสียเลย เข้าใจว่าเป็นเมฆฝน (รอพี่ชิวมาอธิบายดีกว่า อิอิๆๆ วางหมากไว้แล้วครับพี่ชิว) ภาพนี้ไม่ได้แต่งภาพ ถ่ายที่แปลงหญ้าของมหาวิทยาลัยครับ(อยากได้สักแปลงเอาไปเลี้ยงวัวฮ่าๆๆ) ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน

 

ปล. ผู้เขียนอยากตั้งชื่อบันทึกว่า มหาวิทยาลัยพี่ โรงเรียนน้อง ท้องฟ้าเมฆฝนและ คนหน้าตาดี ฮ่าๆๆๆ(แต่กลัวโดนแซว)