เงินเฟ้อหรือเงินฝืดคำสองคำนี้มีความหมายตรงกันข้าม
เงินเฟ้อหรือเงินฝืดคำสองคำนี้มีความหมายตรงกันข้ามคำว่า "เงินเฟ้อ" หมายความว่า "ภาวะทางเศรษฐกิจที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศมากเกินไปทําให้ราคาสินค้าแพงและเงินเสื่อมค่า" ในขณะที่คำว่า "เงินฝืด" หมายความว่า “ภาวะทางเศรษฐกิจที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศมีน้อยไป การใช้จ่ายลดน้อยลง ทําให้ราคาสินค้าตก”
ปัจจุบันในทางเศรษฐศาสตร์ เงินเฟ้อ หรือ Inflation จะมีความหมายอีกความหมายหนึ่งนั่นคือ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีราคา (Price Index) ซึ่งหมายถึงภาวะสินค้าราคาแพงขึ้น ด้วย แต่เมื่อย้อนกลับไปที่ความหมายแรกก็จะพบว่า ความหมายที่ 2 หรือการที่สินค้ามีราคาแพง เป็น “ผลของเงินเฟ้อ” ตามความหมายแรก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ภาวะที่สินค้าราคาแพงนั้นจริงๆ แล้วไม่จำเป็นที่จะเกิดจากภาวะทางเศรษฐกิจที่มีเงินหมุนเวียนในประเทศมาก แต่เพียงอย่างเดียว
ส่วน“เงินฝืด” (Deflation) ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ทุกคนดูเหมือนว่าจะเข้าใจความหมายแรกซึ่งแปลว่า “เป็นภาวะที่มีเงินหมุนเวียนน้อยไป” ทำให้การใช้จ่ายลดลง เกิดภาวะฝืดเคือง หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเกิดภาวะเงินตึงตัว ทำให้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องในระบบ ซึ่งล่าสุดก็ได้มีนายแบงก์ได้เริ่มออกมาเตือนแล้วว่า แนวโน้มสภาพคล่องในระบบเริ่มลดลง แม้ว่าจะยังไม่ถึงระดับที่น่าเป็นกังวลว่าจะมีผลต่อการขยายสินเชื่อก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจด้วย ซึ่งคำสองคำนี้มีความหมายแตกต่างกันแต่ก็นำมาใช้ร่วมกันได้ถ้านำมาใช้อย่างถูกต้อง
อยากเรียนถามคุณ วลีพร ค่ะ ว่าชื่อของคุณ(วลีพร) มีความหมายคืออะไรค่ะ
ขอบคุณนะค่ะ
จะรอฟังคำตอบค่ะ