บุคลากรในวงการศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดใด คงไม่มีใครไม่รู้จัก คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ซึ่งปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า "สพฐ." ท่านเป็น หญิงเก่ง และ หญิงแกร่ง ที่สุดคนหนึ่งที่ดิฉันศรัทธา ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการบันทึกความรู้ และการให้ความรู้แก่บุคคลที่อยู่รอบข้าง เป็นนักเขียน เป็นนักบันทึก เป็นนักแปล ที่ดิฉันก็ไม่รู้ว่าท่านแบ่งเวลาในการทำงานอย่างไร
บุคลากรในวงการศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดใด คงไม่มีใครไม่รู้จัก คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ซึ่งปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า "สพฐ." ท่านเป็น หญิงเก่ง และ หญิงแกร่ง ที่สุดคนหนึ่งที่ดิฉันศรัทธา ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการบันทึกความรู้ และการให้ความรู้แก่บุคคลที่อยู่รอบข้าง เป็นนักเขียน เป็นนักบันทึก เป็นนักแปล ที่ดิฉันก็ไม่รู้ว่าท่านแบ่งเวลาในการทำงานอย่างไร รึว่าชั่วโมงของท่านจะมีถึง 600 นาที ... ที่ดิฉันยกเรื่องการเขียนมาพูดถึง ก็เพราะ ท่านได้เขียน "เรื่องเล่า" ถ่ายทอดสิ่งที่ท่านได้รู้ ได้เห็น ได้ทำ ในทุก ๆ สัปดาห์ ให้กับบุคลากรในสังกัดได้เรียนรู้รับฟังทุกวันอังคาร ท่านมีคอลัมภ์ประจำบนเว็บไซต์ของ สพฐ. www.obec.go.th ซึ่งในทุก ๆ วันอังคารท่านจะเรื่องราวที่ท่านได้ปฏิบัติราชการ ไปพบ ไปเห็น นำตัวอย่างดี ๆ มาชื่นชมให้เห็นแนวทางดำเนินงานตาม และเกือบทุกสัปดาห์ท่านก็จะมีบทความภาษาอังกฤษจากนักการศึกษานานาชาติแปลเป็นภาษาไทยให้พวกเราได้เรียนรู้ ดิฉันขอยกบทบาทที่ท่านเขียนในคอลัมภ์ พบกันวันอังคาร เมื่อวันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2551 มาให้ท่านอ่าน และหากสนใจจะติดตาม ก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ http://www.obec.go.th/new/kasama/ ค่ะ
"เอกสารที่น่าสนใจที่ขอนำเสนอในสัปดาห์นี้ ได้รับมาจากคุณอมเรศ ศิลาอ่อน ผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยพัฒนางานการศึกษา ท่านได้กรุณาส่งสรุปสาระจากคำบรรยายของ Sir Michael Barber : The Challenge of Achieving World Class Performance ซึ่งดิฉันขอสรุปสั้นๆ เพื่อเป็นข้อคิดสำหรับท่านผู้อ่าน
บทความนี้เริ่มจาก สิ่งที่ทำแล้วไม่ได้ผล (ในการพัฒนาคุณภาพไปสู่มาตรฐานระดับโลก)
- การเพิ่มงบประมาณเพื่อการศึกษาเป็นค่าใช้จ่ายต่อหัวไม่ได้ทำให้คุณภาพเพิ่มขึ้น มีการนำเสนอข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า อังกฤษเพิ่มงบประมาณ 77% นิวซีแลนด์ 223% ออสเตรเลีย 270% แต่คุณภาพในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์กลับลดลง 8 คะแนน 10 คะแนน และ 2 คะแนน ตามลำดับ (ดิฉันคิดแย้งเอาเองว่า ผลสรุปนี้ไม่น่าจะใช้ได้กับประเทศไทย เพราะประเทศเหล่านี้ได้รับงบประมาณสูง อยู่แล้ว แต่ของเรายังได้ไม่เพียงพอ)
- มาตรการที่มุ่งเพียงลดอัตราส่วนระหว่างนักเรียนและครู ก็จะไม่ส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพเช่นกัน
- ความแตกต่างในสภาพเศรษฐกิจและสังคมยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งที่ส่งผลต่อความแตกต่างระหว่างนักเรียน ยกเว้นในกรณีที่ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง งานวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่าก่อนเด็กจะอายุ 4 ขวบ จำนวนคำที่เด็กแต่ละคนได้ยินจะต่างกันตามสภาพความรู้ของผู้ปกครอง เด็กจากครอบครัวนักวิชาการวิชาชีพจะได้ยินคำ 46 ล้านคำ จากครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำจะได้ยิน 26 ล้านคำ และจากครอบครัวยากจนที่ต้องพึ่งสวัสดิการสังคม จะได้ยิน 13 ล้านคำ เรียกได้ว่าเสียเปรียบตั้งแต่อายุ 4 ขวบไปแล้ว
- สิ่งที่สำคัญที่สุดต่อการยกระดับคุณภาพ และมักจะหาไม่ได้ในระบบการศึกษาทั่วไป คือ การเรียนการสอนที่มีคุณภาพอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
อะไรบ้างที่ทำแล้วดูจะได้ผล ต่อการพัฒนาคุณภาพ สรุปจากประเทศที่ผลสัมฤทธิ์พัฒนาขึ้น
- บทเรียนที่ 1 การศึกษาจะไม่มีวันมีคุณภาพเหนือคุณภาพของครู ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะดึงดูดคนที่มีคุณภาพสูงสุดเข้าเป็นครู เช่น เกาหลี คนเป็นครูมาจากคนที่เก่งที่สุด 5 % แรก ฟินแลนด์ 10 % แรก และสิงคโปร์ 30 % แรก
- บทเรียนที่ 2 วิธีเดียวที่จะปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ คือ ปรับปรุงการเรียนการสอน วิธีที่ได้ผลที่สุด คือ พัฒนาวิชาชีพภายในห้องเรียนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ด้วยการสนับสนุนให้ครูได้ไปสังเกตการเรียนการสอนของเพื่อนครู เช่น ที่เซี่ยงไฮ้ให้ไปภาคเรียนละ 8 ครั้ง ครูดีเด่นสาธิตการสอนให้เพื่อนครู ตามด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ครูได้รับการสนับสนุนให้ทำงานวิจัยเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน
- บทเรียนที่ 3 ผลงานที่มีคุณภาพระดับสูงต้องช่วยให้เด็กทุกคนไม่ใช่ดูแลเพียงคนเก่งประสบความสำเร็จ โดยได้ยกตัวอย่างประเทศฟินแลนด์ที่ดูแลเด็กเรียนอ่อนเป็นพิเศษ ในวิชาภาษาและคณิตศาสตร์ ด้วยการหาครูสอนเสริม 1 ต่อ 1 สนับสนุนครูการศึกษาพิเศษให้ได้รับการอบรมเพิ่มเติมและได้เงินเดือนสูง และระดม ผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กมาทำงานร่วมกันเป็นทีม เช่น นักจิตวิทยา พยาบาล ฯลฯ
- บทเรียนที่ 4 ผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่เป็นตัวช่วยที่สำคัญยิ่งในโรงเรียน ที่สิงค์โปร์ให้ความสำคัญในการคัดเลือกและอบรมผู้บริหารสถานศึกษา เช่น ใช้เวลาอบรม 6 เดือน โดยจ้างบริษัทอบรมผู้บริหารชั้นนำ จัดโครงงานให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม ทุกสัปดาห์จะให้โจทย์ยากๆ เพื่อให้ลองพัฒนานวัตกรรมที่จะแก้ปัญหา ส่งไปฝึกงานต่างประเทศกับบริษัทชั้นยอดระดับโลก และมีเกณฑ์การประเมินที่เข้มข้น ในขณะเดียวกัน จะสนับสนุนให้โรงเรียนมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนมากขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการเงินและการระดมทรัพยากร ในภาพรวมได้ก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร จากบรรยากาศที่สบายๆ ไปสู่การตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย ดังนี้
|
สบายๆ
|
ท้าทาย
|
|
ลองผิดลองถูก
|
มาตรฐานสูงสำหรับทุกคน
|
|
รูปแบบ วิธีการที่เหมือนกัน
|
รูปแบบ วิธีการที่หลากหลาย
|
|
จัดบริการให้
|
นำเสนอทางเลือก
|
|
เน้นที่ผู้ผลิต
|
เน้นที่ลูกค้า
|
|
เน้นที่ปัจจัยป้อน
|
เน้นที่ผลลัพธ์
|
|
ตัดเสื้อโหล
|
ตัดเสื้อเฉพาะตัว
|
|
พูดเรื่องความเสมอภาค
|
ลงมือทำให้เกิดความเสมอภาค
|
|
รับองค์ความรู้ที่ส่งต่อมา
|
หาข้อมูลและวิธีการที่ดีเด่น
|
|
วางกฎระเบียบ
|
สร้างแรงจูงใจ
|
|
พัฒนาตามบุญตามกรรม
|
พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
|
|
ข้อกำหนดที่เข้มงวด
|
แนวทางที่ยืดหยุ่น
|
|
มองข้างบน
|
มองไปรอบตัว
|
"
รัก และศรัทธา ท่านมานานตั้งแต่อยู่ สปช. แนวคิดท่านชี้ช่องทางของวิชาการที่แท้จริง
การที่มีนักบริหารและนักวิชาการที่เยี่ยมยอด รวมอยู่ในคน ๆ เดียว ถือว่าเป็นที่ปรารถนาสูงสุดขององค์กร
สิ่งที่ทำแล้วได้ผลต่อการพัฒนาคุณภาพจากประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์พัฒนาขึ้น...อ่านแล้วดีจัง..ประเทศไทยก็กำลังก้าวไป..คุณหญิงเป็นผู้หญิงเก่งที่จะพาการศึกษาไทยไปสู่จุดนั้นได้...
กรุณาลงมือทำตั้งแต่วันนี้
จริง ๆแล้ว...การคิดหาวิธีทางในการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ
เป็นสิ่งที่ดีมาก......แต่ภ้าจะให้ดียิ่งขึ้น..ทุกๆคนที่เกี่ยวข้อกับการจัดการศึกษา
ต้องช่วยกันพัฒนาและลงมือทำอย่างจริงจัง..ไม่คิดเพียงอย่างเดียว.......
ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกท่าน....และบุคลกรทางการศึกษาลงมือทำงาน
อย่างเต็มที่ค่ะ
ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงานค่ะ
ท่านเป็นผู้หญิงเก่งมาก ๆๆ
ท่านเป็นหญิงที่เก่งจริง ๆ สวย สง่า งามอย่างมีคุณค่า
คุณหญิงกษมา เป็นต้นแบบของผู้หญิงเก่ง
เปรียบเสมือนนายผู้หญิงของเรา
มีกับสาฝนหล่นลงทั่วหล้า
เราชาวสถาฯศึกษาได้กำลังใจ
ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ฟังท่านพูด ผมยังนึกอยู่เลยว่า เหมือนกับแทบจะทุกวินาทีในชีวิตของท่าน ท่านคิดเรื่องการทำงาน คิดถึงเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อยู่ตลอดเวลาเลยหรืออย่างไร ..
การเป็นครูถือเป็นสิ่งที่ท้าทายเพราะผลที่ได้จะคงทนถาวรอยู่ในตัวของเด็ก สิ่งที่ครูทำมิใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่ออนาคตที่ยิ่งใหญ่ของโลก ขอเป็นกำลังใจให้นักคิดและพัฒนาเก่ง ๆ เช่นคุณหญิงต่อไปค่ะ
ผมเคยเห็นท่านครั้งหนึ่งเมื่อท่านมาที่โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณีเมื่อหลายปีแล้ว ท่านเป็นคนสวยและใจดี ขอชื่นชมท่าน
ชื่นชอบคุณหญิงกษมา เป็นต้นแบบที่ดีของคนทำงาน
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ท่านเป็นแบบอย่างของผู้หญิงเก่งวันนี้
เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เก่ง และน่าศรัธา
สิ่งที่ทำแล้วได้ผลต่อการพัฒนาคุณภาพจากประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์พัฒนาขึ้น
ประเทศไทยก็กำลังก้าวไป
คุณหญิงเป็นผู้หญิงเก่งที่จะพาการศึกษาไทยไปสู่จุดนั้นได้
ขอชื่นชมในการทำงานและทำสิ่งที่ดี ๆให้พวกเราต่อไปเพื่อประเทศไทยเราสิ่งที่ท่านแนะนำพวกเรา เราสัญญาว่าจะนำสิ่งที่ท่านสอนไปปฎิบัติและทำงานที่เรารับผิดชอบให้ดีที่สุดต่อไปค่ะ