ศีล 8....อุโบสถศีล


ศีล ทำให้เกิดสมาธิ สมาธิ ทำให้เกิดปัญญา

ศีล 8 กับ ศีล 5 แตกต่างกันอย่างไร ทราบไม๊คะ โดยทั่วไปเราจะใช้คำว่าศีล 8 เมื่อสมาทานรักษาในวาระพิเศษหรือรักษาอยู่เป็นประจำและจะใช้คำว่าอุโบสถศีลเมื่อสมาทานรักษาในวันพระ ซึ่งก็ต่างมีข้อต้องรักษาเหมือนกัน  ศีล 8 หรือ อุโบสถศีล เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งจากศีล 5 ทั้งยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการปูพื้นฐานที่มั่นคงของการปฏิบัติธรรมต่อไป

ศีล 8 มีดังนี้

 1. ไม่ฆ่าสัตว์ เบียดเบียนสัตว์ ทรมานสัตว์
2. ไม่ลักทรัพย์
3. ไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องเพศ แม้แต่กับคู่ครองของตนเอง คืออยู่แบบพรหมจรรย์ (ไม่เหมือนศีล 5 ศีล5 ยังยุ่งเรื่องเพศได้กับคู่ครองของตนเอง)
4. ไม่พูดเท็จ คำหยาบ เพ้อเจ้อ
5. ไม่เสพสุราเมรัย สิ่งเสพติด
6. ไม่กินอาหารหลังเที่ยงวัน ยกเว้นน้ำเปล่า น้ำปานะ เช่นนม โอวัลติน จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่                                                               
7. ไม่ทัดดอกไม้ เครื่องหอม น้ำหอมและดูการละคร ฟ้อนรำ ที่ทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน ใจไม่สงบ แต่ถ้าเป็นข่าวสารความรู้ หรือละครที่ดูแล้วทำให้จิตใจผ่องใส นึกถึงบุญกุศล ก็ดูได้ ไม่ผิดศีล
8. ไม่นอนที่นอนสูงใหญ่ ภายในยัดด้วยนุ่นหรือสำลีหนาเกิน 1 คืบ

วัตถุประสงค์ของศีล 8

คือทำให้ใจสงบระงับ ไม่กวัดแกว่งฟุ้งซ่านไปในเรื่องเพศ โดยศีลข้อ 6-8 จะเป็นการสนับสนุนให้รักษาศีลข้อ3 ได้ง่ายขึ้น จิตใจสงบระงับมากขึ้น โดย ศีลข้อ 6 จะทำให้เราไม่อิ่มเกินไป จนมีเรี่ยวแรงมากเกินไป พอมีแรงมากก็เป็นไปได้ที่อยากจะไปเทียวเตร็ดเตร่ ทำให้จิตฟุ้งซ่านไปในเรื่องเพศได้ง่าย คือ เป็นการสำรวมในการกิน
ศีลข้อ 7 จะไม่ทำให้เราฟุ้งซ่านไปในเรื่องกลิ่น เพราะถ้าได้กลิ่นหอมๆ เห็นสิ่งสวยๆ งามๆ ทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน ไม่สงบได้ คิดคำนึงไปในเรื่องเพศได้ง่าย คือเป็นการสำรวมทางตา จมูกและหู
ศีลข้อ 8 ถ้านอนที่นอนนุ่มนิ่มจะทำให้เราฟุ้งซ่านคำนึงถึงความนุ่มนิ่มของร่างกายเพศตรงข้ามได้ คือเป็นการสำรวมทางกาย ทางสัมผัส

ศีล 8
ข้อ 1. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ 2. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ 3. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณีสิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ 4. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ 5. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ 6. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ 7. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ มัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้อ 8. อุจจาสะยะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
                        ศีล  ทำให้เกิดสมาธิ  สมาธิ  ทำให้เกิดปัญญา
                        ปัญญาทำให้เกิดการรู้แจ้ง เห็นจริง เข้าใจโลก

        

ขอบคุณและอ่านเพิ่มเติม ที่นี่ค่ะ

http://board.dserver.org/t/thaidhamma/00000069.html

http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=616

คำสำคัญ (Tags): #ศีล 8#อุโบสถศีล
หมายเลขบันทึก: 194993เขียนเมื่อ 19 กรกฎาคม 2008 05:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:18 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (20)

สวัสดีค่ะ เข้าพรรษานี้ตั้งใจจะรักษาศีล จะได้กี่ข้อยังไม่รู้เลย อยากจะถือศีล 8 แต่ยังไม่แน่จะได้ไหม

P

ขอบคุณพี่NONGYAO - CHAMCHOY ค่ะ

       หายไปนานจังค่ะ

              สบายดี  นะคะ

                     มีแต่สิ่งดีๆในวันเข้าพรรษาและตลอดไปนะคะ

                              

 

P

ขอบคุณค่ะ คุณKa-Poom

      ^-^......^-^

           มีแต่สิ่งดีๆ...ในทุกๆวัน นะคะ

                                

 

                       

ขอบคุณนะคะ ท่านผอ.ประจักษ์ P

             ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียน

                        ขอบคุณในคำอวยพร

                มีความสุขกับทุกๆวัน  สุขภาพแข็งแรงค่ะ

      

 

  • สาธุ สาธุ สาธุ
  • ได้ทบทวนทั้ง ศีล 5 ศีล 8 
  • ขอบคุณค่ะ

สวัสดีครับ

  • แวะมาอ่านครับ
  • สาธุ
  • อิ่มบุญๆๆๆๆ

P

ขอบคุณพี่ไก่...กัญญา ค่ะ

     ที่แวะมาทักทาย

                 สุขภาพแข็งแรง   นะคะ

                           

 

P

ขอบคุณค่ะ คุณครูโย่ง

            ที่แวะมาอ่าน

                    มีแต่สิ่งดีๆ  กับทุกๆวินาที นะคะ

                                 ^-^
                           

เข้ามาทักทายครับ ทำดีคนเดียวมันเหงา...ต้องแบ่งปัน...สวัสดีครับ

                       ขอบคุณนะคะ คุณครูอภิชัย P

                        ขอบคุณที่แวะมาทักทาย

                  การแบ่งปันสิ่งดีๆ..แก่กันและกัน...

                      ทำให้โลกนี้สวยงาม น่าอยู่ค่ะ

                               

  • ตามมาสาธุๆๆด้วยคน
  • นอนบนตึกสูงๆๆได้ใช่ไหมครับ
  • ฮ่าๆๆ

P

ขอบคุณ ท่าน อ.ขจิต ฝอยทอง 

          ที่แวะมาสาธุ...ค่ะ

                        ^-^ มีสุขภาพแข็งแรง นะคะ
 
                           

อยากรักษาศีล 8 อยากใจเป็นสุข อยากลืมความทุกข์

มาแล้วครับ มาช้ายังดีกว่าไม่มาใช่ไหมครับ ให้นักธรรมเอก พูดหน่อยครับ

อุโบสถ เป็นเรื่องกุศลกรรมสำคัญประเภทหนึ่งของคฤหัสถ์ แปลว่าการเข้าจำเป็นอุบายขัดเกลากิเลสได้อย่างเบาบางและเป็นทางแห่งความสงบระงับ อันเป็นความสุขอย่างสูงสุดในพระพุทธศาสนา

อุโบสถมี ๒ อย่าง คือ

๑. ปกติอุโบสถ อย่าง ๑

๒. ปฏิชาครอุโบสถ อย่าง ๑

อุโบสถที่รักษากันตามปกติเฉพาะวัน หนึ่งคืนหนึ่ง อย่างที่อุบาสกอุบาสิการักษากันอยู่ทุกวันนี้เรียกว่า

ปกติอุโบสถ

อุโบสถที่รักษาเป็นพิเศษกว่าปกติ คือ รักษาคราวละ ๓ วัน คือ วันรับหนึ่งวัน วันรักษาหนึ่งวัน และวันส่งหนึ่งวัน เช่น จะรักษาอุโบสถวัน ๘ ค่ำ ต้องรับและรักษามาตั้งแต่วัน ๗ ค่ำ ตลอดไปจนถึงวันสุด ๙ ค่ำ คือได้อรุณใหม่ของวัน ๑๐ ค่ำนั่นเองจึงหยุดรักษา อย่างนี้เรียกว่า ปฎิชาครอุโบสถ

ไม่มีรูป

ขอบคุณค่ะ  คุณศศกรณ์

          ที่แวะมาทักทาย 

              ค่อยๆเริ่มต้นทีละน้อย  นะคะ

                  ใจดี   สิ่งดีๆจะมีตามมาค่ะ

                      ขอกำลังใจดีๆมีแด่คุณศศกรณ์  นะคะ

                                

P

ขอบคุณนักธรรมเอก

             มีแต่สิ่งดีๆนะคะ   รู้ไปหมดซะทุกอย่างเลย

                     

คนไหนที่ไม่เคยมีทุกข์ คนนั้นก็จะไม่พบกับธรรมมะของพระพุทธเจ้าหรอกนะ

ไม่มีรูป ขอบคุณค่ะ คุณ เจ๊เอง

ใครไม่มีทุกข์...อาจ ไม่เข้าใจในธรรมะ มากมายนัก

ก็จริงค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ

มีความสุขในทุกๆวัน นะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี