“ที่เห็นนั้น เขาเห็นจริง แต่สิ่งที่ถูกเห็น ไม่จริง”

ยังอ่านหนังสือหลวงปู่ฝากไว้*อยู่เช่นเดิม จริงๆ อ่านหลายรอบแล้ว วันนี้อ่านแล้วสะดุดใจคำแนะนำของหลวงปู่ดูลย์เกี่ยวกับนิมิตของผู้ที่ปฏิบัติแล้วเห็นนิมิต ท่านว่า

ที่เห็นนั้น เขาเห็นจริง แต่สิ่งที่ถูกเห็น ไม่จริง

ตัวเองเคยนั่งสมาธิ แล้วเกิดนิมิตก็มี แต่ก็ไม่ได้ยึดอะไร ดูตามเฉยๆ ไม่ว่าจะเห็นอะไร เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นเรียกว่านิมิตหรือไม่ เพียงแ่ต่เมื่อเห็น ก็ตามดู ว่ามันจะเป็นอย่างไร ดูเหมือนดูภาพยนตร์นั่นเอง จริงๆ แล้วที่หลวงปู่บอกไว้ก็เทียบเคียงแบบง่ายๆ ได้กับภาพยนตร์เหมือนกัน เวลาดูหนัง ดูละคร ถ้าเราดูจริงๆ ไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของละคร.. เราก็จะดูด้วยความที่รู้ว่า..สิ่งที่เกิดนั้นเป็นเพียงละคร เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องจริง..อารมณ์ก็จะไม่ผันไปตามละคร หรือปล่อยให้ละครชักจูงไป

มองออกมาอีกชั้นหนึ่ง ถ้าเรามองละครโรงใหญ่ หรือชีวิตของคนต่างๆ เวลาที่เรามองสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรอบๆ ตัว หรือสิ่งรอบๆ ตัว.. เราก็ยังเห็นจริง.. แต่สิ่งที่เราเห็นน่ะ..มันก็อาจจะไม่จริงเหมือนกับที่หลวงปู่ว่าไว้เช่นเดียวกัน

เพราะเหตุใดหรือ..ก็เพราะว่าสิ่งที่เราเห็น..มันเป็นมุมที่เราเห็น..เราไม่รู้อะไรอีกมากมายที่เกิดขึ้นกับเขาก่อนหน้านี้..แถมบางครั้งเมื่อเราเห็นแล้ว.. เราก็จะเอาประสบการณ์หรืออดีตของเราไปปรุงกับเรื่องที่เราเห็นอีกต่างหาก..

เห็นเด็กถูกตี..ร้องไห้.... เราอาจจะคิดว่าเด็กเจ็บ..คนตีใจร้าย..คิดไปคิดมา..อาจจะลามปามไปโกรธคนตี หรือคิดติเตียนคนตีก็ได้...

แต่จริงๆ แล้ว เราจะรู้ได้จริงๆ ไหม ว่าเด็กเจ็บ หรือเด็กตกใจจนร้องไห้..

เราจะรู้ไหมว่าผู้ใหญ่ใจร้าย หรือผู้ใหญ่หวังดี..

สำหรับตัวเองแล้วเห็นชัดเลย..ว่าสิ่งที่เห็นนั้น..มันไม่จริงเหมือนที่หลวงปู่ว่า..

ก็เลยนึกถึงคำสอนในอีกตอนหนึ่งหลวงปู่ที่ท่านแนะนำวิธีการละนิมิตแ่ก่ผู้ที่ภาวนาแล้วเกิดนิมิตเป็นประำจำว่า..

เออ นิมิตบางอย่างมันก็สนุกดี น่าเพลิดเพลินอยู่หรอก แต่ถ้าติดอยู่แค่นั้นมันก็เสียเวลาเปล่า วิธีละได้ง่ายๆ ก็คือ อย่าไปดูสิ่งที่ถูกเห็นเหล่านั้น ให้ดูผู้เห็น แล้วสิ่งที่ไม่อยากเห็นนั้นก็จะหายไปเอง

สรุปแล้ว..เราน้อมกลับมาดูเราดีกว่า ว่ามีสติไหม เหมือนกับที่หลวงปู่ท่านว่า.."ให้ดูผู้เห็น"

แล้วก็ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ไม่ดำเนินชีวิตตามอารมณ์ หรือการปรุงแต่งของความคิดค่ะ 

-----------------------------------------------

*หนังสือ "หลวงปู่ฝากไว้" หลวงปู่ดูลย์ อตุโล รวบรวมโดยพระครูนันทปัญญาภรณ์ ๒๕๒๘