สวัสดีค่ะพี่ตุ๋ย...^__^ ครูบาอาจารย์ท่านจะเมตตาสอนเสมอว่า อย่าติดนิมิตร แต่จิตกะปุ๋มมันหยาบติดอยู่นานเหมือนกัน 5555 เอาไว้เจอกันแบบ F2F จะขออนุญาตนำเล่าแลกเปลี่ยน สนุกสนานต่อเส้นทางการปฏิบัติ โดนครูเฆี่ยนลงไปในจิตบ่อยครั้งค่ะ พอหลุดออกมาได้ ... ปัญญาวิ่งฉลุยเลยเจ้าค่ะ...
ครั้งสุดท้ายที่ไปกราบท่าน ท่านบอกเป็นนัยว่า "ให้เล่นไปตามบทบาทสมมติอย่างรู้ตัว"...
เรื่องเด็กถูกตี...ทำให้กะปุ๋มนึกถึงพี่ท่านหนึ่ง เป็นพี่ชายที่นับถืออีกท่านหนึ่ง ตอนนั้นท่านตีลูกชายและก็สอนว่าทำไมถึงได้ตี เพราะเจ้าลูกชายขโมยเงิน แม่มารู้เข้าพ่อกับแม่เกิดทะเลาะกัน...จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เรารวมถึงลูกน้องพี่เขาเข้าใจพี่เขาผิด ว่าเขาโหดเกินไปไม่เหมาะสมกับที่เป็นผู้ปฏิบัติธรรมเลย ทำให้เราเข้าใจพี่ท่านบิดเบือนไป พร้อมมีใจตำหนิติเตียนท่านด้วย (ใจเราชั่วค่ะ)
พอนานผ่านไป กะปุ๋มได้เข้าใจเหตุผลนั้นแล้ว การทำโทษครั้งนั้นของพี่ชายนั้น เพราะพี่ท่านต้องการให้ลูกกลัวความชั่ว เพราะนอกจากขโมยแล้ว เด็กยังโกหกด้วย และไปเล่าให้แม่ฟังด้วยความน้อยใจ(ลูกสมุนของความโกรธ) ด้วยหัวใจคนเป็นแม่ที่รักลูกได้รับเรื่องราวที่บิดเบือนจึงได้ไปทะเลาะกับพ่อ เป็นความโกรธเกิดขึ้น แต่เด็กไม่ได้ตั้งใจจะให้บิดเบือนเพราะเด็กไม่รู้หรอกว่าบิดเบือนคืออะไร แต่มันเป็นกลไกในจิตที่ทำไปทำให้กระทำไปโดยประมาท...
พี่ตุ๋ยพิจารณาดูเถอะค่ะว่าเด็ก...เขาทำผิดศีลไปกี่ข้อ ด้วยความเมตตาพ่อจึงได้เฆี่ยนลูกไป ... เพราะอยากให้ลูกกลัวความชั่ว เพราะหากไม่รีบชี้ทางตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปอบรมสั่งสอนกันเมื่อไรนะคะ ผลจากการทำผิดศีลและกระทำสิ่งที่เป็นอกุศลกรรมนี่น่าเป็นห่วงและสงสารผู้กระทำนั้นนะคะ...
นึกไปแล้วก็รู้สึกกลัวในการกระทำความชั่วของตนเองนะคะ ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา...เพราะจะต้องไปรับผลกรรมนั้น คิดแล้วก็ต้องกำหนดสติแนบใจเพื่อไม่ให้ทำผิดพลาด
(^___^)
ขอบพระคุณนะคะสำหรับเรื่องเล่าดีดีนี้ ทำให้ททวภายในตนเองค่ะ