เที่ยวแบบสบายกายสบายใจสุดๆ

 

        เป้าหมายของทัวร์ลุงโจ้ครั้งที่สองเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์  (21-24) คือ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปางค่ะ

        วันแรกของการเดินทางตรงกับวันมาฆาบูชา ลุงโจ้พาพวกเราไปไหว้พระที่วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี  แวะวนอุทยานซากดึกดำบรรพ์ ไม้กลายเป็นหิน ที่จังหวัดตาก เพิ่มความรู้ให้ป้าเจี๊ยบกับน้องแพรอีกเรื่อง ดังนั้น กว่าจะไปถึงแจ้ซ้อนก็มืดตึ๊ดตื๋อ มองไม่เห็นอะไรเลยค่ะ ทั้งๆที่เป็นวันเพ็ญ

        ลุงณฤทธิ์ สมิตินันทน์ หัวหน้าอุทยานเป็นเพื่อนวนศาสตร์รุ่นเดียวกับลุงโจ้มารับที่ป้อมยาม  บอกว่าต้องเดินไปบ้านพักเพราะรถยนต์เข้าไม่ได้  แล้วให้เจ้าหน้าที่ถือไฟฉายส่องนำพาพวกเราเดินไปตามทาง  ระยะประมาณ 200 เมตร  ระหว่างเดินได้กลิ่นกำมะถันลอยตามลมด้วยค่ะ

        บ้านพักของเราอยู่ลึกด้านในสุด อยู่เลยบริเวณที่เป็นห้องบริการอาบน้ำแร่เข้าไปอีก และเจ้าหน้าที่ให้กุญแจห้องอาบน้ำแร่ไว้สองห้อง เป็นห้องที่อยู่ห่างบ้านพักเพียงแค่ 10 เมตร สุดยอด..  ลุงโจ้กับป้าแอ๋วยึดไปห้องหนึ่ง อีกห้องก็เป็นของป้าเจี๊ยบกับน้องแพรสิคะ  แช่น้ำแร่กันสุขโขเลยค่ะ

        อาหารที่ร้านของอุทยานแนะนำให้เรากินคือ ยำไข่ต้มน้ำแร่  สุดเก๋ตรงที่ไข่แดงแข็ง แต่ไข่ขาวเหลว เหมือนกินไข่เต่าเลย  อร่อยซะจนกินกันคนละ 2 ฟอง!  และวันเดินทางกลับป้าเจี๊ยบซื้อไข่ไก่มาต้มอีก 60 ฟอง ใช้เวลา 17 นาทีตามป้ายแนะนำที่บอกไว้ข้างบ่อ  นี่เป็นของฝากสมาชิกครอบครัวที่ไม่ได้ไปด้วยไงคะ

        แต่ละวัน  ลุงโจ้ก็พาเราไปเที่ยวตามจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ เชียงราย พะเยา และแพร่  ตอนเย็นกลับมาที่พักก็แช่น้ำแร่ แล้วใช้บริการนวดแผนไทยของเจ้าหน้าที่อุทยาน  ซึ่งน้องแพรร่วมกิจกรรมทุกรายการ  นอนให้นวดสบายใจเฉิบ

        นี่เป็นการเที่ยวที่สบายที่สุดเลย  ขอบคุณลุงโจ้และลุงณฤทธิ์ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานทุกคนด้วยค่ะ