Blog นี้ เพื่อสหายนักจัดการความรู้ ชาวคณะแพทย์ ม.น

 วันก่อนสหายชาวคณะแพทยศาสตร์ ท่าน ผศ.นพ.ศิริเกษม และ ทีมงานมาคุยกันฉันท์มิตรกับ JJ ว่ามีเคล็ดวิชาอย่างไรจะนำ KM ไปสู่การปฏิบัติ

 JJ ลองทบทวนให้ท่านฟังว่า การนำการจัดการความรู้มาใช้เป็นเครื่องมือ น่าจะมีองค์สามดังนี้ครับ

 ประการแรกเสาะหามหามิตร ที่มี "ใจรัก" เป็นนักพัฒนา ตน คนงาน ในองค์กรเรามา เพราะหากมีใจรักท่านเหล่านี้ ท่านพร้อมที่จะยื่นมือมาช่วยเรา "พัฒนา"

 ประการที่สอง คือ เสริม "ทักษะ" ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ถึง เครื่องมือตัวนี้ ติด "ป้ญญา" ให้ท่านเป็นทีม "คุณอำนวย หรือ Facilitator" ที่พร้อมทำงานเป็นทีมนำ เป็นผู้ช่วยเหลือขยายให้ "ความรู้ ความเข้าใจ และ เพิ่มพูนทักษะ" เป็น "ผู้ให้" แก่ท่านอื่นๆ

 ประการที่สาม คือ การกำหนดเป้าหมาย ของการนำเครื่องมือการจัดการความรู้ ระดับสถาบันมาเป็น "ตัวชูโรง" เช่นนำ การประกันคุณภาพการศึกษา มาใช้เป็นตัวเดินเรื่อง เพื่อจะได้ไม่หลงทาง

 สรุป แบบ ตะติยัมปิ คือ ปัจจัยที่จะเสริมให้เกิดความสำเร็จ คือ ต้องเสาะหา ค้นหา

 ผู้ที่มี "ใจรัก" เสริม "ทักษะ" และ สุดท้าย ต้องมี "ความพร้อม" เรียกว่า พร้อมแบบองค์รวม คือ

 พร้อมที่ตัวเจ้าของที่จะให้

 พร้อมทั้งตัวผู้รับ

 พร้อมที่จะมีเวที แลก เปลี่ยนประสบการณ์

 พร้อมที่จะเป็นผู้ให้

 พร้อมที่จะพัฒนา

 พร้อมที่จะกล้าแลก ความรู้ฝังลึก

 พร้อมที่จะใช้ "การจัดการความรู้ เป็น เพียงเครื่องมือ"

 พร้อม ที่จะ "เลียนรู้ และ เรียนรู้" 

 พวกเราชาว Blogger

 มิตรสหายรักทาง Blog

 ผู้นำ KM มาเติมเต็มงานประจำ

 มีประสบการณ์อย่างไร มาร่วม "Share and Learn เพลินพัฒนา ครับ"

JJ2008 ฅ ฅน ธรรมดา