กิจกรรมหากหยุดแค่นี้ ก็ดูมันจะง่ายไปใช่มั้ยคะ อาจารย์เลยให้แสดงละครประกอบด้วย อาจารย์ใช้ชื่อกิจกรรมว่า "ถึงคิวข้า.....ดาราจำเป็น"

แม่คะ

 

วันนี้หนูไปอบรมเรื่องการจัดทำมาตรฐานการบริการ ที่เจ้านายหนูอยากให้เจ้าหน้าที่มีมาตรฐานในการให้บริการไปในแนวทางเดียวกัน มีอาจารย์ นายแพทย์นิวัฒน์ ลีวงศ์วัฒน์ จากสถาบันการพูดเพื่อความสำเร็จ มาเป็นที่ปรึกษา

แต่ด้วยแนวคิดของอาจารย์ที่ว่า หัวหน้าเท่านั้นที่จะเป็นแบบอย่างที่ดี เมื่อหัวหน้าทำดีลูกน้องย่อมทำดีตาม

ดังนั้น อาจารย์จึงมีหลักสูตรสำหรับเตรียมหัวหน้างานให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกน้อง วันนี้เป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับหลักสูตรสำหรับหัวหน้า

 

วันนี้ช่วงเช้าอาจารย์ให้แนวคิดเกี่ยวกับการคิดบวก พูดบวก ทำบวก ในช่วงบ่ายอาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม ทำกิจกรรม กำหนดมาตรฐานการต้อนรับ การรับโทรศัพท์ การประสานงานระหว่างงานต่างๆ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

จากการให้นับ 1-4 เพื่อจัดกลุ่ม  หนูได้อยู่กลุ่มที่ 3 มีสมาชิก 10 คนพอดิบพอดี แต่จับสลากได้เรื่องของการต้อนรับ อาจารย์ให้เลือกประธานกลุ่ม (ไม่รู้ว่าให้เลือกไปทำอะไรเพราะไม่เห็นได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้เลย) อาจารย์ให้ทุกคนกำมือชูนิ้วชี้ขึ้น เหนือศีรษะ แล้วหลังอาจารย์ให้สัญญานให้ทุกคนชี้ไปที่คนที่จะเลือกเป็นประธาน นิ้วทั้งเก้าชึ้มาที่หนูพร้อมๆกันเลย หนูภูมิใจเล็กๆที่ดูแล้วกลมเกลียวสามัคคีกันเหลือเกิน

 

เรื่องการต้อนรับพวกเรากำหนดกันไว้สามข้อ เป็นมาตรฐานที่ทุกงานต้องปฏิบัติ เมื่อผู้มารับบริการมาใช้บริการที่งานหรือแผนกของเรา คือ

 

-ทักทาย สวัสดีด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สบตา ให้ความเป็นกันเอง

-สอบถามความต้องการในการมารับบริการ

-ให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม

 

กิจกรรมหากหยุดแค่นี้ ก็ดูมันจะง่ายไปใช่มั้ยคะ อาจารย์เลยให้แสดงละครประกอบด้วย อาจารย์ใช้ชื่อกิจกรรมว่า "ถึงคิวข้า.....ดาราจำเป็น"

น้องก้อยดูจะมีหัวคิดสร้างสรรค์เลยกลายเป็นผู้กำกับบท เขียนบท ส่วนการแสดงให้ทุกคนคิดกันเอง เพราะเวลาเราไม่พอแล้ว

เรากำหนดให้มีผู้ป่วยและญาติ ผ่านไปใช้บริการทุกแผนก ตั้งแต่ รปภ.-ทึ่จอดรถ-ประชาสัมพันธ์-ห้องเจาะเลือด-แพทย์-พยาบาล-ห้องยา

 

หนูได้รับเลือกให้แสดงด้วยค่ะ แน่นอนเลยว่าหนูต้องได้เป็นคนไข้ ที่สูงอายุ แถมด้วยเป็นคนลาวพูดจาไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทย

กลุ่มหนูไม่ได้เตรียมบทพูดอะไรกันเลย แต่ทุกคนเก่งมาก ส่งลูกรับลูกกันดี แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนหนูก็ทำหลังค่อมๆ เวลาเขาพูดอะไรก็ทำเป็นไม่เข้าใจ เลยต้องถามเยอะพูดมากด้วยน้ำเสียงของชาวชาติ หนูเลียนแบบแม่ ทำกริยาเหมือนตอนที่แม่อัลไซเมอร์ไง... (อิอิอิ...หนูล้อเล่นน๊า....)  หนูเลยได้รับรางวัล ป๊อบปูร่าโวท เฉือนพี่ตุ้ยไปคะแนนเดียว ซึ่งแสดงได้ดีมากๆ ส่วนหนูคงได้คะแนนที่ทำหลังค่อมจนเมื่อยปวดไปหมด แถมด้วยน้ำเสียงของชาวต่างชาติที่ทำให้หลายคนหัวเราะ (หนูกลายไปตลกไปแล้วนะคะ....แม่)

 

ส่วนมาตรฐานที่เรากำหนด อาจารย์วิพากย์ว่ายังไม่ปิ๊งโดนใจซักเท่าไร เลยได้รับรางวัลที่ 3 มา คงต้องมาแก้ไข ให้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องแตกต่างกันไปบ้างตามบริบทของแต่ละแผนก ดูยากนะแม่ ไม่รู้พวกเราจะทำได้ดี ทำดีได้มากแค่ไหน คนไข้ก็ได้รับผลดีมากขึ้นเท่านั้น หนูคิดได้ตอนนี้ว่า คงต้องไปถามผู้มาใช้บริการหลายๆๆคนว่า "เมื่อมาโรงพยาบาล อยากได้รับการต้อนรับแบบไหน"

นอนแล้วจ๊ะแม่ มึนหัว หลังกินข้าวเย็น หนูอ๊วกด้วย คลื่นใส้แล้วก็ปวดหัวแปลกๆ

รักแม่จ๊ะ

ลูก

16 มิ.ย. 51 : 21.23 น.