ผู้เขียน ก็เริ่มรู้ตัวว่าเพลงนี้เหมาะกับผู้เขียนที่สุด เพราะคงต้องร้องเพลงนี้ กับเจ้าของเสียงกรีดหวี จนกว่าจะกลับบ้าน

 ไม่ได้ตั้งใจนะนี่ ที่จะจบเรื่องเสียงประหลาด ในวันที่มีละคร นิมิตมารเสียด้วย เข้าบรรยากาศดี

มาฟังต่อดีกว่า ว่าพระอาจารย์ท่านบอกว่าเสียงนั้นคืออะไร บางคนได้ฟังอาจร้อง อ๋อ! อย่างนี้นี่เอง

ผู้เขียนก็ร้องในใจอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พอขึ้นห้องไป ผู้เขียนก็มาทบทวนว่า จะใช่หรือ ทำไมต้องเลือกเวลาส่งเสียงด้วย หรือเขาเห็นเราเป็นเพื่อน ชอบความเงียบ ความสงบเหมือนกัน แล้วอีกอย่าง เขามีแรงมหาศาลขนาด ขยับเก้าอี้ได้เลยหรือ ทำไมเราเกิดมามีชีวิตในโลกนี้ ก็หลายขวบปีแล้ว ทำไมไม่เคยได้ยิน เรื่องเหล่านี้ที่ไหนมาก่อนเลย

 อินเดียทำให้ผู้เขียน ได้รู้จักอะไรมากขึ้น ได้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ไม่เคยได้ยิน เป็นประสบการณ์ใหม่เอี่ยมทีเดียว

 คิดๆแล้วก็เพิ่งรู้ว่า เรานี้ ยังโง่อีกมาก ใครอาจมองว่า เก่งนะไปอินเดียคนเดียวก็ได้ แต่กับสิ่งเล็กน้อย กลับ กลัวและไม่รู้จักอีกต่างหาก

 พระอาจารย์ ท่านบอกผู้เขียนแบบเนิบๆว่า

"คงเสียงมอดกัดไม้น่ะ"

ไม้ที่นำมาก่อสร้าง ยังมีกระพี้อยู่ มอดจึงกัดกิน ไม่มีอะไรหรอก

 พระอาจารย์ บอกเสร็จก็เป็นอันจบ ไม่มีคำอธิบายต่อ

คืนนั้น ผู้เขียนนอนฟังเสียงมอดกัดไม้ จนหลับพลางจินตนาการ มอดเป็นแมลงกินไม้ ใช่!  แล้วมอดก็เป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ซึ่งผู้เขียนยอมรับว่า จำหน้าตาไม่ได้แล้ว แต่รู้ว่า มันจะกัดไม้เป็นรูๆ มีขี้มอดเป็นขุยไม้ละเอียดๆ มักจะเป็นกองๆให้เห็นชัดเจน เอ....วันที่ทำความสะอาดวันนั้น มีขี้มอดหรือเปล่านะ ไม่แน่ใจ คิดไปคิดมาก็หลับลงพร้อมกับเรื่องราวคุณมอดกัดไม้ ที่วันนี้ ดูจะขบกัดอย่างเมามัน เพราะเสียง กรีดๆๆ ดังแรงกว่าปกติ หรือเพราะผู้เขียน นำมันมาใส่ไว้ในใจนะ จึงดูว่าสิ่งที่เกี่ยวกับมอดชัดเจนเหลือเกิน

 รุ่งสางวันนั้น ผู้เขียนตื่นนอนมา ไม่ได้ยินเสียงกรีดหวี แหมเข้าใจนะ หลับกลางวัน ตื่นทำงานกลางคืน เมื่อผู้ขียนลงมาชั้นล่างก็สว่างพอดี นั่น! เก้าอี้ตัวเก่ง ที่เต้นระบำได้ มาเลยมาให้พิสูจน์เสียดีๆ ว่าแล้วผู้เขียนก็เข้าไปสำรวจ ลูบคลำ อย่างตรวจตรา คือคิดว่ามอดคงกัดไม้จนสั่นสะเทีอน โยกเยกได้ เป็นไปได้ไหมนะ ก็ไม่แน่เพราะบางสิ่งก็เป็นไปได้อย่างที่เรานึกไม่ถึง

  แสงเงินแสงทอง ในเช้าฤดูร้อน สว่างพอจะให้เห็นสรรพสิ่งได้ชัดเจน โดยเฉพาะเก้าอี้ และโต๊ะตัวเก่านี้ ผู้เขียนพบว่า มีรูมอดอยู่บ้างแต่ไม่มาก รอบๆก็ไม่มีขี้มอดใดๆ หรือจะมีการปัดกวาดเมื่อวานนี้

เอาน่า แค่มีรูมอดให้เห็นบ้าง ก็พลอยอุ่นใจ น่าจะเป็นตามที่พระอาจารย์ท่านว่าไว้ โธ่! มอดจริงๆหรือ อุตส่าห์หวั่นไหวเสียหลายวัน

 กลางวันวันนั้น ผู้เขียนกลับมาที่ห้องพัก เพื่อพิสูจน์หลักฐานต่อไป ได้ทำความสะอาดห้องอีกครั้ง เลิกผ้าม่าน ที่ยาวเกือบถึงพื้น ปิดชายขอบไม้ไว้ ยกที่นอนดูพื้นเตียง ใต้เตียง ขาเตียง ใต้โต๊ะที่นั่งทำงาน ผู้เขียนหาจนอ่อนใจ ก็ไม่พบขี้มอดเลย จึงนอนแหงนมองเพดาน ซึ่งสูงจากพื้นประมาณสามเมตร มองไล่ไปเรื่อยๆ จนครบรอบ ผู้เขียนไม่ได้สัมผัสเพดาน ว่ามีการผุกร่อนบ้างไหม

  ที่สุดผู้เขียนก็สรุปแบบให้สบายใจกันทุกฝ่ายว่า มอดคงกัดกินไม้อยู่บนเพดาน ด้านใน ที่มองไม่เห็น แต่ป่านนี้ เพดานจวนจะผุผังแล้วละมัง เสียงที่ได้ยิน ที่ห่างจากหูตั้งสามเมตร ยังได้ยินชัดเจนขนาดนี้ คงฝูงใหญ่น่าดู และทำไมกลางวันมอดจึงไม่กัดไม้ กัดแต่กลางคืน

  ผู้เขียนคิดว่าจะไปสนทนากับพระอาจารย์เรื่องมอดต่อ ก็ปรากฏว่า ท่านและคณะสงฆ์ได้เดินทางไปไหว้พระประจำปีที่สังเวชนียสถานประจำปี ๗ วัน ส่วนผู้เขียนเอง ต่อมาอีก ๒ วัน พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชรัตนรังษี ก็ได้ให้ไปอยู่ที่เนปาล ๖ วัน เมื่อผู้เขียนกลับมา พระอาจารย์ที่เคยพูดคุยเรื่องมอดกับท่าน ก็เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว และไม่ทราบว่าจะกลับมาอินเดียอีกหรือไม่

   เมื่อผู้เขียนกลับมาถึงอินเดียก็ดึกมากแล้ว ขึ้นห้องด้วยความมืด เพราะไฟฟ้าดับไปนานแล้ว เมื่อจัดการอาบน้ำอาบท่าเสร็จ ก็ปัดๆที่นอน เพื่อหลับพักผ่อนในคืนนั้น พอเริ่มหลับตา ผู้เขียนก็นึกถึงเสียงประหลาดนั้นขึ้นมาอีก ทันทีเลย เสียง กรีด กรีด ก็เข้าหูพอดี เถอะ ถ้าเป็นมอดจริง พรุ่งนี้ต้องได้เก็บขี้มอดกันบ้างละ เพราะผู้เขียนไม่ได้อยู่ในห้องนี้ ตั้ง ๖ คืน คืนนี้เชิญส่งเสียงตามสบาย พรุ่งนี้ พอพบขี้มอด ผู้เขียนก็จะมีกำลังใจ กำจัดความหวั่นไหวไปได้ ง่วงจัง เสียงคืนนี้ ดูดังแรง และไพเราะดีนะ...เสียงมอดกัดไม้นี่....จากนั้นผู้เขียนก็หลับเพราะเพลินเสียงมอดตลอดคืน

   หลับสนิททั้งคืน ตื่นมาสดชื่นจริง วันนี้ขอทำความสะอาดสักครึ่งวัน ค่อยไปคลินิกนะ ผู้เขียนต่อคอมพิวเตอร์ เปิดเพลง"ตลอดเวลา" ของพงษ์สิทธิ์ คำภีร์ อารมณ์ดี ฮัมเพลงตามเบาๆ

" พักสายตาเถอะนะคนดี....หลับลงตรงนี้ ที่ที่มีแต่เราสองคน......"

ทำความสะอาดไป ร้องเพลงไป จนเสร็จสิ้นภารกิจ แล้วผู้เขียน ก็เริ่มรู้ตัวว่าเพลงนี้เหมาะกับผู้เขียนที่สุด เพราะคงต้องร้องเพลงนี้ กับเจ้าของเสียงกรีดหวี จนกว่าจะกลับบ้าน เนื่องจาก ผู้เขียนทำความสะอาด ด้วยความตั้งใจสังเกตตลอด ก็ไม่เห็นขี้มอดสักกอง

".....อยากให้เธอเคียงข้างอย่างนี้ บอกรักอีกที      อยู่ใกล้กันตลอดเวลา......"

            ตกลงค่ะ   คุณกรีดหวี  เราจะอยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่

........กุสินารานคร.......

                             จบเรื่องเล่า   เสียงประหลาด    ที่กุสินารา