จริงหรือตบแล้วจ่ายค่าปรับก็จบน่ะ

           ถึงเวลาที่ต้องมาวิเคราะห์ข้อกฎหมายกันแล้วครับ เอ้า..เร่เข้ามา..เร่เข้ามา...

          ในเรื่องหาบของแม่นี้ตัวร้ายคือเสาวรส ทั้งเรื่องมีแต่เรื่องทำร้ายกิมเน้ย และฆ่าแม่สามี น้องสามี พยายามฆ่าพ่อสามี ทำร้ายกิ๊กของลูกชาย สารพัด 

ตั้งแต่เริ่มเรื่องก็ตบกิมเน้ยแล้ว เฮ้อ...ท่านเชื่อไหม เดี๋ยวนี้เวลามีเรื่องกับใครคนเรามักจะพูดว่า เดี๋ยวเหอะ...กูจะตบมันสักที ยอมเสียค่าปรับที่โรงพัก จริงเหรอที่เสียค่าปรับที่โรงพักแล้วมันจบน่ะ อิอิ  เรามาทำ KM กัน เผื่อเวลาจะต้องไปตบใครจะได้รู้จริงสักที เอิ้กๆ

ความจริงแล้ว การทำร้ายร่างกายชาวบ้านถ้าไม่ถึงกับเลือดตกยางออก มีแค่รอยนิ้วสี่นิ้วหรือห้านิ้วเป็นผื่นบนใบหน้าคนอื่น เขาถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นแต่ว่าไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ  มาดูตัวบทฎหมายอาญากันดีกว่าครับ.....

มาตรา ๓๙๑ ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แล้วมันอย่างไรละครับที่ถือว่าไม่เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ บางทีนักกฎหมายก็งงๆเหมือนกัน เพราะบางเรื่องศาลก็ว่าไม่มีเลือดตกยางออกก็เลยถือว่าไม่เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ แต่ไอ้คนถูกกระทำเข้าใจไหมว่าถูกตบปากเจ่อ เนี่ยมันไม่เป็นอันตรายแก่กายเหรอ ลองโดนสักทีไหม อิอิ ความเจ็บใจที่ถูกตบก็ไม่ถือว่าเป็นอันตรายแก่จิตใจ  พอมาดูบางคดี ใช้เล็บข่วนจมูกเป็นแผลยาว ๑ ซ.ม. โลหิตไหล ศาลก็ว่ายังไม่รุนแรงถึงอันตรายแก่กาย อ้าวก็เลือดไหลซิบๆอยู่นี่ยังไม่เรียกว่าอันตรายอีกเหรอ...เรื่องนี้ศาลเคยอธิบายไว้ในคำพิพากษาด้วยว่าที่ถือว่าแผลถลอกไม่ถือเป็นอันตรายแก่กาย เพราะเพียงเป็นอันตรายแก่หนังกำพร้าหรือหนังชั้นนอก

ลองมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันดีไหมครับว่าเราจะยึดถือหลักอันไหนดีว่าบาดแผลอย่างไหนควรจะถือเป็นอันตรายแก่กาย อย่างไหนไม่เป็น

แต่ที่อยากจะสื่อตรงนี้ก่อนก็คือ ความผิดตามมาตรา ๓๙๑ เป็นความผิดลหุโทษ พนักงานสอบสวนเขามีอำนาจเปรียบเทียบได้ครับ แต่การเปรียบเทียบปรับนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้เสียหายด้วยนะครับ ถ้าผู้เสียหายไม่ยอมให้เสียค่าปรับก็ต้องมาขึ้นศาลครับ  เพราะฉะนั้น ถ้าท่านถูกตบ อิอิ แล้วตำรวจจะเปรียบเทียบปรับผู้ตบ เราก็บอกว่าเราไม่ยอมให้ปรับ เขาก็ต้องเอาคนตบไปส่งอัยการเพื่อฟ้องศาลครับ ให้มันไปเสียเวลาและถูกขังในห้องขังศาลมั่ง สะใจดี ฮ่าๆๆ

ความจริงในการทำร้ายร่างกายมีระดับความรุนแรงไม่เท่ากันครับ หนักขึ้นกว่ามาตรา ๓๙๑ ก็คือมาตรา ๒๙๕ ครับ

มาตรา ๒๙๕ ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          เห็นไหมครับโทษจำคุกขยับจากไม่เกิน ๑ เดือน เป็นไม่เกินสองปี โทษปรับไม่เกินหนึ่งพันก็ขยับมาเป็นปรับไม่เกินสี่พัน มันหนักขึ้นตามความเจ็บปวดของผู้ถูกกระทำ อิอิ

ถ้าหนักกว่านั้นอีกหน่อยก็คือทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายถึงสาหัส ก็จะเป็นไปตามมาตรา ๒๙๗ ครับ

มาตรา ๒๙๗ ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี

อันตรายสาหัสนั้น คือ

(๑)ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท

(๒)เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์

(๓)เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด

(๔)หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว

(๕)แท้งลูก

(๖)จิตพิการอย่างติดตัว

(๗)ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต

(๘)ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน

เห็นไหมครับ โทษมันขยับอีกแล้ว และอาการของผู้ถูกกระทำก็ได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็ต้องเรียกว่าถึงขนาดหยอดน้ำข้าวต้มนั่นแหละครับ  และที่หนักสุด ก็เป็นเรื่องทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย

มาตรา ๒๙๐ ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใด ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๙ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี

ข้อนี้ ก็เข้าใจยากหน่อย แต่อธิบายง่ายๆคือ คนทำไม่ได้ตั้งใจฆ่าแต่ผลออกมาผู้ถูกกระทำ ทะลึ่งตายไปเสียได้ อิอิ  เช่น นายมะกรูดชกนางสาวมะนาวด้วยความโมโหครั้งเดียว นางสาวมะนาวล้มลงหัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง ตาย ดังนี้ เราก็เห็นว่านายมะกรูดเจตนาทำร้ายร่างกาย แต่ผลออกมาถึงตาย จะฟังว่าเจตนาไม่ใช่แน่ เพราะคนธรรมดาถูกชกทีเดียวไม่น่าจะถึงตายได้ ส่วนวรรคสองที่ว่ามีลักษณะประการหนึ่งประการใดนั้น ขอยกตัวอย่างในเรื่องฐานะของบุคคลที่ถูกกระทำ เช่น ถ้านายมะกรูดชกบุพการี หรือชกเจ้าพนักงานที่กำลังปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่กำลังช่วยเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วเขาตาย โทษก็หนักขึ้นไปอีก

 แหม ว่าซะยาวเฟื้อย ทั้งๆที่จริงๆแล้วพูดเรื่องละครได้แค่ฉากเดียวเท่านั้นเอง แล้วถ้าว่าทุกฉากสงสัยจะจบปีหน้า รู้สึกว่ามันจะยาวไปแล้ว ต่อตอนหน้าก็แล้วกันอิอิ