เรื่องนี้ในเอกสารของ อ.ปกรณ์ บอกไว้ว่า
เกณฑ์การพิจารณาโครงการวิจัยในคน
-
ผู้วิจัยต้องชี้แจงให้ผู้ยอมตนให้ทดลอง ทราบถึงวิธีการ หรือแผนงาน อันตรายที่อาจเกิดขึ้น ระหว่าง หลัง การวิจัย ตลอดจนการป้องกัน
-
วิธีการ หรือแผนงาน ทั้งในส่วนที่ผู้วิจัยจะดำเนินการ ต่อผู้ยอมตนให้ทดลอง และที่ผู้ยอมตนให้ทดลองต้องปฏิบัติ
-
อันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการวิจัย และภายหลังการวิจัย ตลอดจนการป้องกันอันตรายที่ผู้วิจัยเตรียมไว้
-
สิทธิประโยชน์กันพึงได้
-
สิทธิในการบอกเลิกการทดลอง
-
คำอธิบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จนผู้ยอมตนให้ทดลองหมอข้อสงสัย โดยแสดงออกว่า ไม่เป็นการชักจูง หรือชักชวนให้หลงเชื่อ
-
ผู้วิจัยต้องเลือกวิธีการวิจัยที่เสี่ยงอันตรายน้อยที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่ม Vulnerable group
-
ดำเนินการด้วยความระมัดระวังตามมาตรฐานวิชาชีพของตน
-
การขอยกเลิกการทดลอง ต้องไม่กระทบกับสิทธิของผู้ถูกทดลอง ที่จะได้รับตามปกติ
-
ต้องรายงาน Serious side effects
-
รายงานความก้าวหน้า
-
กรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเพิ่มตามความจำเป็น
"ในโครงการก็ต้องแสดงให้เห็นว่า At least ผู้วิจัยจะได้อะไร อาจไม่ได้อะไรก็มี ก็ต้องบอกว่าข้อมูลจะมีประโยชน์อย่างไรก็ว่าไป เรามีโครงการที่เข้ามาหาเยอะมาก"
"ใน Part ของ Information sheet สิ่งที่อยากให้บอกออกมาให้ชัดเจน คือ ... ถ้าเป็นเรื่องของการรักษา ก็จะต้องบอกว่า มาตรฐานคืออะไร เพราะว่าหลายโครงการที่จะมาทดลอง ไม่ยอมพูดถึงการรักษาตามมาตรฐใน Part ของ Information sheet สิ่งที่อยากให้บอกออกมาให้ชัดเจน คือ ... ถ้าเป็นเรื่องของการรักษา ก็จะต้องบอกว่า มาตรฐานคืออะไร าน มีแต่บอกว่า มียาตัวนี้กับตัวนี้ เราจะทดลองด้วยวิธีนี้ ต้องบอกด้วยว่า จริงๆ แล้ว จะรักษาอย่างไร เราจะได้ตัดสินใจด้วย โดยแฉพาะอย่าง Intervention ที่จะใช้ของใหม่ๆ ของที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน"
"Project ใหม่ๆ มีเข้าทุกปี 2004 เข้ามาสูงสุด พอหลังจาก 2004 ลดลง เพราะว่าทาง อย. เขารับรอง EC ของทบวงฯ ให้สามารถทำวิจัยในยาใหม่ได้ แต่ก่อนทุกแห่งต้องผ่านกระทรวง และเราก็มีการประชุมเดือนละครั้ง มีโครงการค้างมาก ทำไม่ทัน … ต่อมา จำนวนโครงการที่ขอเข้ามาก็น้อย เพราะกระจายไปตามทบวงฯ แต่ก็เป็นเฉพาะวิจัยยาใหม่"
"5 ปีย้อนหลัง มีงานค่อนข้างเยอะ ประชุมเดือนละ 2 ครั้ง เพราะว่าโครงการต่อเนื่องเยอะมาก"
รวมเรื่อง "Ethic Committee" เรื่อง ลปรร. ในเครือข่ายวิจัยระบบสุขภาพ