เมื่อวันเสาร์เช้า(๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑)ที่ผ่านมา ลูกคนเล็กจะไปบ้านย่า ก็โอเค ก่อนไปแวะเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ที่ปั้ม เด็กปั้มถามเติมนำมันเท่าไหร่ครับ ผมบอกว่าร้อยนึง ปรากฏว่าได้น้ำมันแค่ ๒.๕ ลิตรเอง ก็ตกลิตรละ ๔๐ บาท ทำให้นึกถึงสุภาษิตไทยที่ว่า ข้าวยากหมากแพง แต่มาถึง ณ พ.ศ.นี้คงต้องเขียนสุภาษิตเวอร์ชั่นใหม่แล้วละครับเป็น ข้าวยากซ้ำน้ำมันแพง
มาถึงตรงนี้ฉุกคิดได้ว่า บ่นไปน้ำมันก็ไม่ลดแน่นอน ของขึ้นแล้วจะให้ลงนั่นยากส์ แต่ชีวิตเมื่อยังอยู่ก็ต้องต่อสู้ต่อไป เรามาร่วมกันระดมความคิดความเห็นกันดีกว่าว่า ในยุคข้าวยากซ้ำน้ำมันแพงอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้เราพอมีทางออกอย่างไรบ้างเริ่มจากผมก่อนแล้วกันผมเห็นว่า
-
เราน่าจะหันมาขับรถจักรยานยนต์แทนรถยนต์ซึ่งต้นทุนในการเดินทางไปทำงานด้วยจักรยานยนต์นั้นถูกว่าเยอะ แต่อาจจะมีปัญหาในหน้าฝนที่อาจจะต้องคอยหลบ(น้อง)ฝน
-
แต่สำหรับบางท่านที่มีความจำเป็นต้องไปกับรถยนต์(อาจจะเพราะตำแหน่งหน้าที่หรืออื่นๆ)ก็อาจจะชวนพักพวกเพื่อนฝูงที่ทำงานที่เดียวกันหรือไปทางเดียวกันแชร์ค่าน้ำมันกัน ก็ช่วยได้ครับ อันนี้ตามคติ มาด้วยกันไปด้วยกัน อันนี้ทางภาคใต้ปฏิบัติกันอยู่ครับ อีกอย่างไปหลายคนอุ่นใจดีครับ และรู้สึกปลอดดภัยกว่าไปคนเดียวโด่เด่ อย่างน้อยก็มีเพื่อน...
-
สำหรับท่านที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเองก็ไปหาบ้านเช่าหรือซื้อบ้านใกล้ๆที่ทำงาน ยิ่งติดรั้วที่ทำงานก็ดีครับ อาศัยเดินไปประหยัดดี แต่ก็อาจจะมีปัญหาของคู่สมรสคือเราใกล้ที่ทำงานแต่สำหรับเธอหรือเขาอาจจะไกล รวมถึงสถานที่เรียนและศึกษาของลูกๆ
-
ลดการเดินทางใช้โทรศัพท์ โทรสาร อินเตอร์เน็ตให้มากจะช่วยได้ แต่ก็นั่นแหละ บางอย่างต้องไปเอง
-
แล้วคุณละครับมีความเห็นอย่างไร
เรียนท่านอาจารย์ครับ
ผมดีหน่อยที่ที่ทำงานกับบ้านอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ผมใช้จักรยานไฟฟ้ามาครึ่งปีแล้วครับ ไม่มีปัญหา อยากเบาแรงก็บิดไปเลย(ความเร็ว 60 กม./ชม.เห็นจะได้)อยากออกกำลังกายก็ปั่นได้ แต่ก็จำเป็นต้องใช้รถยนต์ไปประชุม ออกหมู่บ้านครับ ส่วนเรื่องข้าวยากหมากแพง ผมปลูกทุกอย่างที่กิน (แต่ไม่ได้กินทุกอย่างที่ปลูก) เหลือกินก็แจก เหลือแจกจึงขายครับ ไม่ทำเองก็ไม่ไหวครับอาจารย์เงินเดือนน้อย เหลือพอส่งลูกเรียนจบมีงานทำก็สุขสุดๆแล้วครับ
เหตุผลที่ต้องนั่งรถไปทำงานคันเดียวหลายๆ คน เป็นเพราะเพื่อความอุ่นใจ อันนี้เห็นด้วยมากๆ ครับ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องประหยัดน้ำมัน ครูในภาคใต้ก็พร้อมใจกันปฏิบัติอยู่แล้วครับ
ใช่ครับอาจารย์แต่ก็ช่วยให้ประหยัดด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าคนนอกพื้นที่ ๓ จังหวัดจะลองทำก็ได้ครับ อันนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์
เรื่องน้ำมันแพง ก็โดนไปเต็มๆเหมือนกัน เพราะส่วนตัวก็ไม่ได้มีออฟชั่นให้เลือกมากนัก (ยังคงต้องเดินทางด้วยวิธีเดิมๆเรื่อยๆ) ตอนนี้คือ พยายามไม่คิดว่าลิตรละเท่าไหร่ เพราะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพียงแต่คิดแค่ว่า ที่ๆเราต้องไปนั้น ไปทางไหนประหยัดสุด และเราจำเป็นต้องเดินทางแค่ไหน
ผมอยากขี่จักรยานอย่างที่ไหนๆเขามี เพียงแต่บ้านเราไม่มีเลนให้ขี่ ที่ กทม.พยายามทำแต่เหมือนที่วิ่งวิบากมากกว่าครับ
อัสลามมุอะลัยกุม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบะรอกาตุฮฺ
ี่ ตอบในลักษณะที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพ และเป็นมุสลิมะฮฺต้องใช้เวลาเดินทางทั้งไปและกลับรวมวันละ เกือบ 3 ชม.ได้
แต่ไม่ได้ขับรถ เลยเสียค่ารถแยะมาก เพราะวันละ 5 ต่อ - -" ยิ่งค่ารถเมล์ขึ้นอีก อ่ะฮืม เศร้าใจมากเลย
อีกทั้งการนั่งรถเมล์นั้น ต้องไปเบียดเสียดกับชาย ต้องใช้การหลีกเลี่ยงด้วย ออกเช้า และกลับช้าแทน อาการหนักเข้าไปอีก - -"
อยากขับมอเตอร์ไซด์ไปทำงานมากๆ เพราะระยะทาง แค่ 7 กม. แต่ทว่า กทม.ขับรถกันน่ากลัวที่สุด รถแยะด้วยสิ >_<" แต่ก็ยังอยากขับ เพราะอยากไปถึงไว และได้กลับไวค่ะ และไม่ต้องไปเบียดกับชายทั้งหลายด้วย
เห็นท่านอื่นเสนอ รถจักยานไฟฟ้ากัน ก็น่าสน แต่สิ่งที่ต้องคิดตามมาก็คือ รถจักรยานไฟฟ้าก็ต้องใช้น้ำมันผลิตด้วยนี่นา
ซึ่งเป็นการเพิ่มการใ้ช้น้ำมันทั้งประเทศรวมเข้าไปด้วยอีก มันประหยัดเราก็จริง แต่เป็นการเพิ่มค่าพลังงานแบบรวมทั้งประเทศ
แต่ถ้าเราใช้มีโซล่าเซล์ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แล้วไปชาร์ตกับจักรยานไฟฟ้าอันนี้ก็น่าสนใจค่ะ
เพราะตาม โรงเรียนบนดอย ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ kindness เคยไปช่วยงานมา ใช้สอนชาวเขาจะใช้แผงพลังงานแสงอาทิตย์พวกนี้ ก็ใช้ไม่กี่เซล์น่ะค่ะ ชาร์ตเข้าแบตเตอร์รี่ ใช้เปิดไฟนีออนได้ 1- 2 ดวง ได้ประมาณ 3-4 ชม. ส่วนที่เป็น รร. ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ก็จะทำแผงพลังงานแสดงอาทิตย์ใหญ่มาก เห็นแล้วยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่งใช้ไฟได้แยะ
อันนี้ kindness ก็สงสัย ทำไมเขาไม่รณรงค์เรื่องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์กันทั้งที่ มหาวิทยาลัยต่างๆ เด็กๆก็ทำโปรเจคมากมาย หน่วยงานพลังงานทั้งหลายก็ทำกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็เคยออกมาโปรโมตพักหนึ่งให้ ใช้หลังคาแสงอาทิตย์ ไฟเหลือแล้วเขาจะรับซื้อไฟด้วย แต่ก็เงียบหายไป โดนเขาจะออกค่าแผงโซล่าเซล์ให้ด้วย แต่ว่าต้องลงทุนเป็นหลักแสน แต่เขาก็รับซื้อไฟส่วนที่เหลือใช้ค่ะ
ที่บอกมาทั้งหมด แพงตรงเซล์พลังงานค่ะ เพราะเคยติดต่อขอรายละเอียด อยากนำมาใช้กับงานบางอย่างเช่นกัน แต่เป็นการลงทุนในระยะยาวที่คุ้มค่า และเป็นพลังงานสะอาดค่ะ ถ้าเราลงทุนเอง ไฟเหลือก็ขายกับการไฟฟ้าได้
ด้วยความเคารพค่ะ
วัสลามมุอะลัยกุม
ครับคุณซันไชน์ การทำใจให้ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ช่วยได้มากทีเดียวครับ แต่ยังไงผมก็หวังว่า จะมีนวัตกรรมใหม่ๆออกมารองรับวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นครับ อินชาอัลลอฮฺ
สวัสดีครับ
ช่วงนี้ก็นึกถึงเรื่องน้ำมันเป็นหลัก เพราะราคาสูงขึ้นพรวดพราด
เรื่องประหยัดพลังงานสงสัยว่าจะต้องช่วยๆ กันเผยแพร่ ช่วยกันแนะนำ เท่าที่จะทำได้
สงสัยเหมือนคุณ kindness ข้างบน ว่าทำไมไม่ส่งเสริมเรื่องอุปกรณ์ประหยัดพลังงานกันให้มากกว่านี้ เห็นโครงงานก็มีอยู่มาก แต่นั่นแหละ มันคงไม่ใช่หน้าที่ใคร เราต้องช่วยกันมากๆ
วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์ ที่อยุธยาใช้ช้างมาไถนา ผมว่าเข้าที ช้างไม่ต้องเติมน้ำมัน วัวควายก็ไม่ต้องเติมน้ำมัน เรื่องช้างไถนาไม่ใช่เรื่องแปลก เคยเห็นในเอกสารเก่าๆ เล่าว่าชาวเขา (น่าจะเป็นกะเหรี่ยง) ก็เคยใช้ช้างทำนาเหมือนกัน ในต่างประเทศอย่างศรีลังกา ก็เคยเห็น
ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ เขามีนโยบายสร้างถนนให้รถยนต์สะดวกที่สุดครับ คนเดินหรือรถสองล้อจะลำบากมาก ก็ไม่ต้องไปพึ่งให้ใครแก้ ต้องช่วยกันให้มากที่สุด ใครมีวิธีดีๆ ก็มาเผยแพร่ครับ
จากการที่เคยอยู่ กทมฯมาพักหนึ่ง การปั่นจักรยานบนถนนใน กทมฯ นี่น่ากลัวมากกว่าน่าขี่นะครับ แม้แต่การขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนในกทมฯ นี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยลืมผมเคยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเพื่อน หลังจากขึ้นนั่งเบาะท้าย เจ้าเพื่อนผมบอกว่าหนีบเข่าให้แน่น แล้วจักรยานยนต์คันนั่นก็แล่นแทรกระหว่างรถสองคัน ไม่นานก็ถึงที่หมายทันเวลาพอดี แต่ผมซิครับเหงื่อแตก หลังจากนั่นผมไม่เคยนั่งรถจักรยายนต์บนถนน กทมฯอีกเลย แม้จะรีบเพียงใดก็ตาม
การมีช่องทางสำหรับจักรยานเป็นการเฉพาะอย่างในต่างประเทศ (ส่วนใหญ่จะเมืองหนาว แต่ในจีนและเวียดนามก็มี)นั่นน่าสนใจมากครับ แต่ไม่แน่ใจว่าจะถูกจริตคนไทยหรือเปล่า ประกอบกับไทยเป็นเมืองร้อน การปั่นจักรยานนี่เรียกเหงื่อได้ดีเลยครับ
อย่างที่ยะลาก็พอมีช่องสำหรับจักรยานซึ่งอยู่ในโซนของสถาบันการศึกษาแต่พักหลังนี้ไม่ค่อยได้เห็นนักเรียนนักศึกษาปั่นจักรยานมากนัก ส่วนใหญ่จะขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียน ทั้งๆที่ดูอายุแล้วไม่น่าจะทำใบขับขี่ได้
แต่ผมเห็นด้วยที่การเดินทางในช่วงสั้นๆ น่าจะเลือกปั่นจักรยานแทนรถยนต์หรือแม้แต่จักรยานยนต์ เพราะนอกจากจะประหยัดแล้วยังช่วยให้สุขภาพดีด้วย เพราะได้ออกกำลังกายไปในตัว
เรื่องพลังงาน ยังมีพลังงานลมอีกหนทาง ที่เห็นทำการวิจัยมายาวนาน
มีทดลองอยู่ที่ ภูเก็ต ตรงข้างๆแหลมพรหมเทพค่ะ
น่าจะมีการพัฒนามากกว่านี้
ตอนนี้ชาวเขาก็ยังใช้ช้างทำนาอยู่ค่ะ
เพราะเข้าไปในหมู่บ้านลึกๆมา เจอพ่อหลวง(หัวหน้าหมู่บ้าน)
บอกเล่าว่า ใช้้ช้างไถ่ไร่นา จากนั้นเขาก็จะมาเช่าช้างไปไถ่ไร่อื่นต่อด้วย
และคนที่จะมีช้างก็คือพ่อหลวงเท่านั้น เหตุเพราะแสดงถึงอำนาจ และหัวหน้าค่ะ
หากสนใจเรื่องชาวเขา แนะนำหนังสือเกี่ยวกับชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ
- ชีวืตข้าปกาเกอะญอ /บือพอ
- เรื่องเล่าจากขุนเขา คอปือ ฮักก้า / จิตติมา ผลเสวก (อันนี้อาจจะหายาก แต่ kindness ได้มาด้วยมิตรภาพจากในเน็ท
และปัจจุบันตามหาเจ้าของไม่ได้ เพราะทำที่อยู่หาย ยังระลึกถึงเขาเสมอ)
อ้อ เพิ่งมีข่าวเมื่อ 2-3 วันก่อน ชาวบ้านรวมตัวกัน ทำนาโดยใช้ควายไถนา ไถนานี้ไปต่ออีกแปลง ลงแขก ดำนา ลงแขกเกี่ยวข้าว คือไม่ใช้พลังงานจากเครื่องยนต์เลย ได้มิตรภาพกลับคืนมาอีก
อีกที่ ชุมชน ชาวบ้านหมู่บ้านหนึ่งรวมตัวกัน ปลูกข้าวกินเอง สีเอง(เพราะเครื่องสีข้าวขนาดเล็กมีขายทั่วไป) ขายกันเอง ปลูกผักกินเอง ขายกันเอง ทำน้ำมันไปโอดีเซลใช้เอง ขายกันเอง มีสหกรณ์หมู่บ้าน ของทุกอย่างได้จากชุมชนนั้น เหมือนกับชุมชุนระบบปิด คือไม่ซื้อของนอกหมู่บ้านเลย ทำให้ชุมชนหมู่บ้านนี้ ซื้อข้าวในราคาถูก ซื้อพักในราคาถูก ทุกอย่างถูกหมด และมีรายได้หมุนเวียนกันตลอด
นี่คือตัวอย่างกันร่วมแรงใจของชุมชน สำคัญที่ความสามัคคีค่ะ อีกทั้งประหยัดพลังงานด้วยค่ะ
พูดเรื่องชาวเขา จะลามไปเรื่องการบุกรุกพื้นที่ ไร่เลื่อนลอย ที่ทุกคนโทษชาวเขา นั่นปลายเหตุเลยค่ะ และสิทธิเรื่องสัญชาติของชาวเขาทุกที ขออภัยที่นอกเรื่องไปค่ะ ^^"
ซึ่งเป็นการเพิ่มการใ้ช้น้ำมันทั้งประเทศรวมเข้าไปด้วยอีก มันประหยัดเราก็จริง แต่เป็นการเพิ่มค่าพลังงานแบบรวมทั้งประเทศ"
นั้นเป็นการคิดที่น่ายกย่องมากครับ เพราะโดยทั่วไปนั้นคนเรามักคิดว่า ลดปัญหาให้พ้นจากตัวเรา ส่วนปัญหานั้นจะไปตกที่ใดหรือที่ใครไม่สนใจ ขอพ้นออกไปจากตัวเองก็พอและนี่คือรากฐานของปัญหาสำคัญๆของทุกที่ทุกแห่ง ณ ขณะนี้
ในเรื่องของพลังงานทดแทนพลังงานที่ใช้น้ำมันไม่คืบหน้าในประเทศนี้นั้น อาจจะมีส่วนหนึ่งมาจากภาคการเมืองขาดเสถียรภาพ นักการเมืองหรืออีกนัยหนึ่งคือ ผู้บริหารประเทศจึงไม่มีสมองว่างพอจะมาคิดนโยบายพัฒนาส่วนนี้ เพราะต้องทุ่มเทสติปัญญาไปคิดป้องกันเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ ซึ่งก็ยืดเยื้อเปลืองสติปัญญาไปมากโขเหมือนกัน อีกส่วนหนึ่งอาจจะเพราะกิจการพลังงานที่เป็นอยู่ปัจจุบันมีสิ่งที่น่าหลงไหล ก็เลยไม่อยากคิดอะไรไปมากกว่านั้น เพราะการคิดค้นคว้าวิจัยนั้นใช้เงินมากแต่กว่าจะรู้ผลไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เผลอๆไปออกผลในสมัยที่ตนพ้นตำแหน่งแล้วก็ถือว่าไม่คุ้มทุนที่จะคิดกำหนดนโยบายสู้เอานโยบายที่เกิดดอกผลในสมัยที่ตนดำรงอยู่มิดีกว่าหรือ?
วกมาที่การเดินทางของเราๆท่านๆ ในฐานะปัจเจกชนนี่ เราคงต้องคิดหาวิธีกันเอง และมาแชร์กันในนี้ เผื่อว่าบางท่านมีไอเดียดีๆ
ส่วนหนึ่งที่น่าจะช่วยได้คือ การวางแผนก่อนเดินทางทั้งไปและกลับ ในกรณีจะไปที่ใหน ซื้ออะไร ทำอะไร นัดใคร ถ้าเปลี่ยนแปลงเวลา หรือสถานที่นัดพบให้สอดคล้องกับเส้นทางที่เราผ่านทางนั้น หรือช่วงที่เราจะต้องออกไปอยู่แล้วก็จะช่วยได้ครับ
น้ำมันขึ้นอีกแระ... เฮอ.
ครับ คุณซันไชน์ คงจะหยุดไม่อยู่แล้วครับ แนวโน้มราคาน้ำมันคงจะไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ที่น่าลุ้นมากกว่าก็คือเมื่อไหร่จะแตะระดับที่ลิตรละ ๑๐๐ บาท
อัสลามมุอะลัยกุม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบะรอกาตุฮฺ
อันนี้ขำๆ แต่แอบคิดไว้
โครงการทางเดียวไปกันด้วยกัน คือไปด้วยกันก็จริง แต่ไม่เห็นช่วยออกค่าน้ำมันกันเลย ^^"
ถามเลยค่ะ เกินครึ่งที่ไม่ได้ช่วยเขาออก แต่ขออาศัยเขาตลอด บางทีคนขับรถก็เกรงใจที่จะบอก แต่ด้วยจัตสำนึก และน้ำใจที่ควรจะมีด้วย
เห็นคนมีรถก็รับส่งเขาไปสิทางผ่านก็ปล่อยเขาลง แต่คนที่อาศัยเขามา ตัวเองประหยัดลงเพราะไม่เสียค่าเดินทาง ถูกต้องใช่เลย
.
.
.
แต่รถมันน้ำหนักเพิ่ม ก็ต้องใช้น้ำมันเพิ่มอีกเช่นกัน รถไม่ได้เติมด้วยน้ำเปล่า หรือ หลังคารถใช้เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์
ดังนั้นต้องตั้งชื่อโครงการใหม่ว่า " ทางเดียวกันมาด้วยกัน ช่วยกันหาร.... " ประหยัดพลังงานของจริงค่ะอันนี้
แต่ไปๆมาๆ ค่าน้ำมันแพงแบบนี้บางทีช่วยหารแล้วยังแพงกว่านั่งรถเมล์ หรือรถปรับอากาศประจำทางเลยค่ะ ^^"
เดี๋ยว kindness จะตั้งกระทู้เรื่อง "การประหยัดพลังงาน ช่วยลดโลกร้อน ด้วยแนวทางอิสลาม และซุนนะฮฺของท่านร่อซูลศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม "
แล้วจะมาเชิญไปร่วมแจมนะคะ อินชาอัลลอฮฺ
วัสลามมุอะลัยกุม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบะรอกาตุฮฺ
รถพลังงานลม เด็ดจริงๆ แต่ไม่มาบ้านเราหรอก เชื่อเถอะ รถพลังแสงอาทิตย์ สร้างมาตั้งงานยังไม่ได้ใช้กันเลย
ก็อปมาจาก อนุทินของคุณธ.วั ช ชั ย ที่ 8551
หมายเหตุ เป็นทางเลือกที่ไม่มีมาให้เลือก
ยวดยานแห่งอนาคตอันใกล้
นี่คือคนทำงานแห่งอนาคต ใส่สูทปั่นจักรยานและ