ตอนที่ ๓
วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๑
เช้านี้มีปัญหาเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ กว่าจะเริ่มประชุมได้ก็เลยเวลา ๐๙ น.ไปแล้ว คุณ Agnes พูดถึง Gender ว่าเป็นเรื่องสำคัญ "Sex is what you're born with, gender is what you're given" มีคำถามว่า sex and gender เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ ให้ทำงานกลุ่มย่อยเพื่อตอบคำถามหลายข้อ เช่น gender issues มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร ผลกระทบต่อเบาหวานเป็นอย่างไร - consequence จากที่เป็นเบาหวาน การ access การรักษา เป็นต้น การอภิปรายในกลุ่มทำได้ไม่ลึกนัก
เวลา ๑๐.๒๐ น. เป็นการนำเสนอของทีม Madagascar เรื่อง Phytotherapy and Diabetes, from the example of Eugenia Jambolana use. โดยคุณ Robson Herilala, HI และ Dr. Sonia Andrianabela, Ministere de la Sante บอกวิธีการที่ผู้ป่วยใช้สารจากธรรมชาติ/สมุนไพรในการรักษาตนเอง สมุนไพรเหล่านี้หาได้ในท้องตลาด บางอย่างหาได้จากร้านขายยา บางอย่างเป็นผลไม้จากเอเชีย
พืชตากแห้งที่ผู้ป่วยเบาหวาน Madagascar ใช้
เวลา ๑๐.๕๐-๑๑.๒๐ น. Dr.Nathalie François มาพูดเรื่อง Phytotherapy and Diabetes
ว่าที่มีการใช้เพราะปัญหาเรื่องการเข้าถึงยา ควรให้ความสนใจเรื่อง secondary effects มีโอกาสเกิด toxicity และเล่าว่าการวิจัยในเรื่องเหล่านี้ว่าต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง เช่น chemical study, clinical study เพื่อดู efficiency ปัจจุบันมี standardized clinical test น้อย มีพืชอะไรบ้างที่มีฤทธิ์ช่วยลดน้ำตาลในเลือด mode of action เป็นอย่างไร บางอย่างออกฤทธิ์คล้าย metformin (บ้านเราเคยมีรายงานพูดถึงตำลึง มะระขี้นก)
เกือบ ๑๑.๔๐-๑๒.๑๕ น.หลังพักรับประทานอาหารว่าง เป็นการนำเสนอของประเทศไทยในเรื่อง School-based Diabetes Mellitus Primary Prevention and Knowledge Management คุณอ้นนำเสนอการทำงานของทีม HI ที่จังหวัดอุบลราชธานีและดิฉันเล่าเพิ่มเติมเรื่องการใช้ KM ในเครือข่ายเบาหวาน พร้อมทั้งแสดงภาพวิธีการปฏิบัติที่สมาชิกนำมาแลกเปลี่ยน เช่น การใช้สัญลักษณ์ที่ซองยา monofilament ที่ชาว สอ.บ้านกุดจานทำใช้เอง podoscope ของทีม รพร.ธาตุพนม การนำเสนอครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ต้องขอบคุณคุณธวัช หมัดเต๊ะ และน้องเก๋ สุนทรี ไพรศานติ ที่ช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง
การนำเสนอของทีมจากประเทศไทย
มีคำถามไม่มาก ไม่รู้ว่าเพราะหิวข้าวแล้วหรืออะไรอย่างอื่น แต่หลังจากนั้นคุณ Frederic Joyeux, Reference Technique Orthopaedique ของ HI มาคุยว่าอยากจะได้วิธีทำ monofilament และ podoscope ที่เราทำใช้เอง เพื่อแนะนำให้อื่นๆ ได้รู้ด้วย คุณ Caroline Nalyanya จาก Kenya มาคุยด้วยว่าประเทศของเขาก็มีการใช้วิธีการแบบของเราในกลุ่มเอดส์ แต่ไม่ advance เท่าเรา ดิฉันจึงบอกว่าเราเรียนรู้มาจากงานของกลุ่มเอดส์ด้วย
ช่วงบ่ายมีการนำเสนอของทีม Mali เรื่อง Prevention of lower limb amputation for people with diabetes โดย Dr.Kone Fousseini, Brahima Diakite ทีม HI นำเสนอสาเหตุของการเกิดแผลและการป้องกัน คุณ Stephane Besancon, NGO Sante Diabete Mali พูดถึงการ training on diabetes foot ที่มีการทำเป็น module สื่อที่ใช้ เช่น แผ่นพับ DVD
ตามด้วยคุณ Frederic Joyeux, Reference Technique Orthopaedique, Handicap International นำเสนอเรื่อง Prosthesis and Assistive Devices กล่าวถึงระดับความเสี่ยง การใช้รองเท้า การรักษาแผล การใช้ felted foam, Baraux shoe, TCC, เฝือกที่ถอดได้ insole ตลอดจนอุปกรณ์พวก crush, walker, wheel chair และยังพูดถึง charcot foot และการใช้ prosthetic
ดิฉันมองเห็นโอกาสของ knowledge sharing ในเรื่องของ foot care ได้หลายแง่มุม
ทีม India นำเสนอโดย Delphine Caron เจ้าหน้าที่ HI และ Dr.Vinaya, จาก Bangalore เล่าว่าการทำงานที่อินเดียไม่ใช่เรื่องง่าย โครงสร้างมีหลายระดับ ชุมชนและภาษาในแต่ละที่มีความแตกต่างกัน คนจำนวนมากมีรายได้วันละประมาณ ๑ US dollar
HI ทำงานกับ partners เช่น JIVAS, Mobility India เล่าถึง strategy ในการทำงาน การทำงานไปสู่คนจน งานที่ทำ sponsor โดยใครบ้าง ทำอะไร เช่น การอบรม paramedical worker, mobile foot clinic ที่ทำได้ทั้งการตรวจ BG, ตรวจเท้า ทำรองเท้า วัดแรงกดที่ฝ่าเท้า คนทำงานทุกคนแม้แต่คนขับรถก็ถูก train ให้ทำงานได้ มีการอบรม volunteers ในเรื่อง basic foot and diabetic care ให้ความรู้ตั้งแต่เรื่องของ anatomy, physiology, bone etc.
สุดท้ายคือทีม Kenya โดย Caroline Nalyanya, HI และ Felicia Milembe, Association of people with diabetes of Kitale บอกว่าการทำ DM project เป็นเรื่องที่ทำได้เพราะมีประสบการณ์จากงาน HIV ต้องการทำงานกับ Diabetic Association เล่าเรื่องราวการรวมตัวของผู้ป่วยเบาหวานเป็นสมาคมได้อย่างน่าประทับใจผ่าน VDO ความยาวประมาณ ๑๐ นาทีที่เห็นทั้งภาพและได้ยินเสียงของผู้ป่วย จับความจากที่เขาเล่าได้ว่ามี professor ที่กระตุ้นแพทย์ให้ทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้ผู้ป่วยได้ประชุมและพบปะกันอย่างสม่ำเสมอ HI ไปรู้จักเพราะไปช่วย support การประชุม เขายังกล่าวถึงเรื่อง peer education
ดิฉันคิดย้อนถึงสมาคมเบาหวานของไทย อยากให้ผู้ป่วยเรามีบทบาทที่เข้มแข็งเหมือนของเขา
การทำงานอย่างใกล้ชิดผู้เข้าประชุมของทีม translators
จบการประชุม ๓ วัน ด้วยความรู้สึกดีๆ ดิฉันขอถ่ายภาพ translators ไว้เป็นที่ระลึก เพราะประทับใจการทำงานของพวกเขามาก ไม่เคยเห็น translator ที่เอาใจใส่ผู้เข้าประชุมขนาดนี้
ส่วนหนึ่งของทีม Translator
นอกเหนือจากได้รู้ว่าทีม HI ประเทศไหนทำงานเบาหวานอย่างไรแล้ว ดิฉันได้รู้จักและเข้าใจการทำงานของ NGO มากขึ้นว่าไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ แต่ต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างดี มีความรู้ที่จะใช้ในการทำงาน มีระบบ และวางบทบาทของตนเองอย่างชัดเจน
HI จึงเป็น resources ที่ดีแหล่งหนึ่งของการทำงานเบาหวาน
วัลลา ตันตโยทัย
หมายเหตุ : ปรับปรุงเนื้อหาเมื่อ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เพราะไปค้นเจอ note ที่บันทึกไว้เพิ่มเติม