ต่อจากเก็บตกจากสวนป่า ตอนที่ 1
บ่ายวันที่ 18 หลังจากที่พวกเราได้ออกเดินเพื่อรู้ตนเอง โดยเดินกลับไปสู่ธรรมชาติ เรียนรู้จากธรรมชาตอ และพูดคุยกับธรรมชาติ พวกเราต่างคนก็ต่างออกเดินไปคนละทิศละทาง ผมก็เดินไปสำรวจไปทั้งภายในและภายนอก ได้เห็นในหลายๆ สิ่งหลายอย่าง จึงได้แวะเก็บภาพและนำภาพมาต่อกันขึ้นเป็นบันทึกมาแลกเปลี่ยน (รวมทั้งบางภาพที่เก็บไว่ต่อเนื่องจากกิจกรรมนี้)

แม้แต่ต้นยูคาลิปตัสก็ให้บทเรียนกับเราได้ การเติบโตของต้นไม้เขาจะสลัดเปลือกด้านนอกออกทิ้ง เพื่อการขยายรอบวงของต้นให้ขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนกับการไม่ติดกรอบ ยอมทั้งอะไรบางอย่างออกไป เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมาทดแทน

เสารั้วบริเวณทางเข้าสวนป่า หากมองดูผิวเผินก็คงเป็นเสารั้วไม้ผุๆ ธรรมดา แต่หากเราคิด และพิจารณาให้ดีก็จะพบว่าสิ่งที่หลงเหลือของต้นไม้ส่วนใหญ่จะคงเหลือแก่นไม้ ส่วนที่เป็นกระพี้นั้นค่อยๆ ผุและหลุดร่วงไป สุดท้ายก็จะเหลือเพียงแก่นเท่านั้น คงจะเหมือนกับชีวิตของคนเราที่หากเรายึดติดกับเปลือก โดยที่ไม่สนใจแก่น ท้ายที่สุดเราก็จะได้ได้พบหรือเรียนรู้อะไร ปล่อยเวลาและโอกาสต่างๆ ให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย

ต้นกระทกรกที่ข้างเรือนเพาะชำ เขาจะไม่ยอมแพ้กับความยากลำบาก จะพยายามยื่นแขนเพื่อเกาะเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ เพื่อยึดให้มั่นคงและยืดตนเองให้สู่ที่สูง รับแสงแดง อากาศ และพื้นที่สำหรับการเจริญเติบโต และขยายเผ่าพันธุ์ ดั่งกับเขาสอนทุกคนที่เข้าใกล้ให้ได้รู้ว่าอย่างท้อถอย ต้องเข้มแข็ง ให้ความพยายามต่อไป และจะสำเร็จดั่งที่ตั้งใจไว้...

พืชสองอย่างนี้ต่างชนิดต่างกระกูลกัน แต่สิ่งที่เขามีเหมือนกันก็คือ การผลิดอกออกผล เพื่อการขยายเผ่าพันธุ์ เป็นความเหมือนที่แตกต่าง - ความแตกต่างในความเหมือน ที่ไม่อาจใช้ความรู้สึกนึกคิดตัดสิน ผิด - ถูก แบบไหนจะดี - ไม่ดี มากกว่ากันได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะคิดหรือมองในมุมไหนต่างหาก
แมลงตัวจี๋วนี้บ่งบอกถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เราต้องการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แม้มีเงินก็ไม่สามารถบันดาลให้เกิดขึ้นได้ หากไม่มีใจ..................

เขาควายนี้ประดับอยู่ที่หน้าคอกวัว แม้ว่าจะไร้ซึ่งชีวิต แต่เขาก็ยังได้ให้ประโยชน์กับมนุษย์ ให้ประโยชน์กับโลกที่สามารถนำมาประดับตกแต่งเพื่อความสวยงามได้ เราต่างหาที่ต้องคิดต่อว่า แล้วจะทำประโยชน์อะไรไว้ให้แก่โลกที่เราได้อยู่อาศัยนี้ไว้บ้าง......
อาหารสี่ภาค นอกจากความอร่อยของอาหารที่เราได้ทานกันแล้ว (ทางกายภาพ) แต่สีสันและความสวยงามก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่เราอาจจะไม่ได้นึกถึง เป็นการบริโภคอาหารผ่านทางสายตา...(อิอิ...ขอสวยไว้ก่อน)ทางจิตใจ ที่สื่อถึงความละเอียด ปราณีตของผู้ปรุงแต่ง (ทุกภาคนำเสนอในส่วนนี้ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเลย)
"ชอบฝาก" เป็นอีกมุมหนึ่งที่เรามักเห็นแต่มุมคิดที่วนกลับแตกต่างออกไป เพราะแม้ว่าทุกคนจะมีกล้องและชอบถ่ายภาพ แต่เมื่อเวลาที่เราจะจากลากัน ทุกคนต่างคิดเหมือนกันหมดคืออยากเป็นคนที่ถูกถ่ายภาพ แต่ก็อยากเก็บภาพไว้ในกล้องของตนเองไปพร้อมๆ กัน...งงงง เฮฮาศาสตร์นอกจากจะฝากกอดกันแล้ว ยังมีการฝากถ่ายภาพด้วยนะครับ
- เบื้องหลัง

หลายท่านจะเก็บภาพกิจกรรมตามสถานการณ์ แต่ผมมักจะเก็บภาพที่เป็นคำถามอยู่ในใจว่าเพราะเหตุใด...เบื้องหลังของสิ่งต่างๆ นั้นเป็นอย่างไร ภาพนี้คงได้เห็นเบื้องหลังของการเขียนบล็อกอย่างต่อเนื่องของบล็อกเกอร์ชั้นครู ที่ขยันและมีลีลาอันยอดเยี่ยม...อิอิ เบื้องหลังเป็นอย่างนี้นี่เองครับ

กว่าได้ภาพสวยๆ ที่ ออกมาสู่สายตาของเราชาวบล็อกได้ชื่นชมกันนั้น บางภาพไม่ได้มาอย่างง่ายๆ ไม่เชื่อลองดูเบื้องหลังการบรรจงเก็บภาพของคนแซ่เฮท่านนี้ดูก็ได้ อิอิ...ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใครนะครับ


สองภาพบนนี้ถ่ายพร้อมกับพี่บางทราย ....เราพบกัน หันหน้าเข้าหากัน แต่เมื่อถึงเวลาแล้วต่างคนก็ต่างกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองนะจ๊ะ....อิอิ

ภาพสุดท้ายหากใครไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่เห็น ผมก็ถึงบางอ้อเพื่อเห็นป้ายเล็กๆ นี้ เป็นกุศโลบายชั้นครูที่เจอกับเหตุการณ์เข็มขัดสั้นอีกแล้ว.....อิอิ คาดไม่ถึงไง ก็เลยทำให้เข้าใจในความคลุมเครือของอีกหลายๆ ท่าน เป็นเหตุการปกติที่เราอาจต้องพานพบอยู่ทุกวี่ทุกวัน ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมรับกับทุกสถานการณ์
เป็นอีกหลายๆ บทเรียนที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมในสวนป่า 17-19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่ได้มีส่วนทำให้งานนี้เกิดขึ้น และทุกๆ ท่านที่ได้มาร่วมวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตนเอง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน หากไม่ไปร่วมงานนี้ผมคงเสียโอกาสดีๆ ของชีวิตครั้งสำคัญเลยทำเดียว



สวัสดียามเย็นค่ะ ท่านสิงห์สุดเท่ห์
* เยี่ยมยุทธ์ ทุกๆ ภาพ
* ได้ใจ มีความหมาย ทุกคำบรรยาย
* ขอบคุณค่ะ
ติดตามมาเก็บภาพกิจกรรมค่ะ
โดยเฉพาะมุมอาหารสี่ภาค
ทำไป..ปรุงอาหารไป...กอดกันไป
:)
สวัสดี พี่สิงห์
ถึงแม้ธรรมชาติจะพูดไม่ได้ แต่ก็สามารถสอนคนเราได้ด้วย เรียกชื่อว่าคุณครูธรรมชาติดีไหมครับเนี่ย
..และผมโดนคุณครูธรรมชาติทำโทษ (แอบเด็ดเมล็ดเต่าร้างมาเล่น เจอดีร้องจ๊าก คันสุดๆเลยตรงยางจากเมล็ดเนี่ย เข็ดไปนาน น่าจะตั้งชื่อเป็นเต่าร้องนะเนี่ย)
เยี่ยมครับน้องสิงห์
ทำให้พี่นึกถึงสมัยบ้ากล้องที่ต้องล้างอัดนั้น เมื่อได้รูปออกมาแล้วก็เอาใส่แฟ้มที่เรียกอัลบั้ม ใส่ไว้นานๆเอามาดูลืมรายละเอียดไปแล้วว่ารู้นั้นมันถ่ายที่ไหน ในโอกาสอะไร ตอนนั้นเป็นอย่างไร ..ฯลฯ
พี่ก็เลยคัดรูปที่พอใจออกมา แล้วเอามาติดกระดาษ A4 แผ่นละรูป เอาไปใส่แฟ้มพลาสติดที่ใส่กระดาษ A4 ได้ และจะเขียนบรรยายภาพนั้นลงไปใต้ภาพ ตามอารมณ์ตอนนั้น หรือจะพิมพ์สวยๆก็ได้ เอาไปใส่แฟ้มเก็บไว้ นานๆมาดูก็จำได้เพราะมีการบรรยายไว้แล้ว ครับ
ขอบคุณครับ
ดูบรรยากาศดีมากๆได้ข้อคิดและอะไรที่หลากหลายครับ
หวัดดีครับ
หวัดดีเจ้า...คุณสิงห์ฯ
สาวหละปูนเจ้า