เมื่อวันก่อนคุยกับคุณเอก จตุพร ว่า ส่วนใหญ่บันทึกในบล็อกผมช่วงนี้เป็นการระบายอารมณ์เสียมากกว่าการนำเสนอความรู้ ข้อคิดเห็นครับ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ อ่านแล้วอย่าเพิ่งคิดมากตามนะครับ

ผมเปลี่ยนภาพประจำกับตัวมาได้หลายวันแล้วครับ จริงๆ ภาพนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากครับ แค่ถ่ายกับเว็บแคม แล้วก็ใส่กรงกับโปรแกรมโฟโต้ชอป เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังแย่ๆ ครับ รู้สึกว่าช่วงนี้เวลาเป็นสิ่งมีค่ามาก แต่กลับปล่อยเวลาให้มันผ่านไปอย่างไม่สามารถทำอะไรได้เลย ส่วนความคิดที่ก่อนหน้านี้โลดเล่นได้ตลอด ช่วงนี้กลับวนเวียนอยู่กับที่ คิดไปคิดมาก็วนอยู่ที่เดิม จนสรุปได้ว่า สมองผมมันติดกับไปเรียบร้อยแล้วครับ

สองสามวันมานี้หลับตั้งแต่สองทุ่มครึ่งครับ ตื่นเช้ามาจัดการให้อิลฮามไปโรงเรียนก็รีบเร่งไปที่ทำงาน งานวุ่นทั้งวันครับ วุ่นด้วยเครียดด้วย อย่างวันนี้และเมื่อวันก่อนก็ต้องนั่งแลกเปลี่ยนคารมกับคนที่ทำงานจนเกือบบ่ายสองจึงจะได้ทานข้าวเที่ยง

เรื่องที่เครียดได้ทุกปี คือ การพิจารณาความดีความชอบครับ โควต้ามีน้อยครับ แต่คนเยอะ และเสนอไปหลายรอบว่าควรปรับเปลี่ยนแนวคิดได้แล้วก็ไม่มีใครเห็นด้วย กลายเป็นว่าทุกอย่างก็ลงที่คนตาดำๆ แหละครับ

 สมัยเป็นเด็ก ผมเห็นพ่อของผมเครียดสุดก็ตอนนี้เหมือนกันครับ จำได้ว่าเคยได้ยินท่านบ่นว่า ถ้าให้คนนี้สองขั้น อีกคนหนึ่งที่ทำงานดีอาจหมดกำลังใจในปีหน้าก็ได้ และเมื่อปีหน้าทำได้ไม่ดีคนนั้นก็ไม่ได้สองขั้นอีก ส่วนคนที่ถึงคิวได้ปีนี้กลับผลงานไม่เข้าตาเลย แต่จะให้คนมีผลงานดีก็ทำงัยกับคนนี้ล่ะ ไม่ได้เขาจะรู้สึกอย่างไร อันนี้สมัยพ่อครับ มาสมัยผมก็พอๆ กัน แต่อาจจะแย่กว่าตรงที่สองปีสามปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยปรับเปลี่ยนวิธีการขึ้นเงินเดือนไม่เหมือนกันสักปีหนึ่ง จนทำให้คนที่ทำงานห้าปีมีเงินเดือนไม่ต่างกับคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ผมเลยตั้งคำถามให้หัวหน้า กจ. ไปว่า คุณคิดว่า คนที่ทำงานมานานจะรู้สึกอย่างไร เขาตอบผมตรงมากครับคือ ผมก็คือคนหนึ่งที่ทำงานมานานแต่เงินเดือนเท่ากับคนที่เพิ่งมาทำงาน ฮาฮาฮา

ความยุติธรรมไม่ใช่หมายถึงแบ่งสรรให้เท่ากันครับ เลยทำให้ต้องคิดกันหลายตลบ ในใจผมๆ อยากให้เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยลุกขึ้นเรียกร้องเรื่องนี้กับผู้บริหารบ้างเพื่อเป็นการสะท้อนข้อเท็จจริง แต่เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีคนบ่นดังๆ เลยครับ

วันนี้โทรถามงานกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ป.เอก ถึงความคืบหน้าของงาน (กะว่า เขาคงเสร็จเรียบร้อยแล้ว) ปรากฏว่า เหมือนกันครับ ผมนึกว่าผมงานวุ่นคนเดียวจนไม่มีเวลาทำการบ้าน ทีไหนได้เพื่อนผมทั้งๆ ที่ได้ลางานมาเรียนเต็มเวลา แต่กลับมีงานยุ่งจะไม่ได้เคลียร์งานเหมือนกัน ผมเองตั้งใจมาหลายวันแล้วครับ (หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นชีพจรลงเท้าจริงๆ) ว่าจะเคลียร์งานป.เอกสักที (มีอยู่ 4 ชิ้นใหญ่ๆ และต้องใช้เวลา) แต่แล้วไม่ไหวจริงๆ ครับ กลับมาจากที่ทำงานก็สบัดสะบอมเต็มที่แล้ว คืนนี้ดีหน่อยครับ แต่ขอระบายอารมณ์กับ g2k ก่อนเพื่อความปลอดโปร่ง

ดีที่รอบนี้ไม่ได้เครียดคนเดียว อย่างน้อยรองคณบดีอีกสองท่านก็เครียดด้วย ฮิฮิ ที่หนักหน่อย (อาจจะหนักกว่าผมก็ได้ครับ) คือ รองฝ่ายแผนครับ ช่วงนี้มีแต่งานเร่งๆ ด่วนๆ

จบแค่นี้นะครับ จะไปทำงานต่อแล้ว