เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ 17-18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ครูสุได้เข้าร่วมอบรม เรื่อง กระบวนการจัดทำและเผยแพร่การวิจัยในชั้นเรียน การวิจัยในชั้นเรียน หรือ นวัตกรรมในชั้นเรียน เพื่อผลงานทางวิชาการ โดยจัดอบรมขึ้น ณ โรงเรียนเวียงแหงวิทยาคม อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ คือ ผศ.ดร.หนูม้วน ร่มแก้ว และ ผศ.สมศักดิ์  เอี่ยมธรรมชาติ

ในความรู้สึกของครูสุตอนแรกคือ กลัวเรื่องการวิจัยมาก เคยแต่ทำวิจัยหน้าเดียว แต่ไม่เคยทำวิจัยถึง 5 บท ถ้าทำก็คงทำไม่ถูกต้องตามหลักการแน่ ๆ ถึงให้ครูที่เก่ง ๆ ทางวิจัยมาสอนก็ช่างเถอะ  แต่พอได้มาฟังบรรยายจากอาจารย์ระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งท่านทั้งสองเก่งมากและเป็นกรรมการตรวจผลงานทางวิชาการของครูอาจารย์มานับไม่ถ้วน ทำให้ครูสุเกิดความเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ว่า การทำสื่อ นวัตกรรม การวิจัย ต้องทำอย่างไรบ้าง

เริ่มต้นจากคำว่าสื่อ ที่เราทำ หากเราต้องการให้สื่อที่เราออกแบบ เราคิด นั้น หากจะทำให้เป็นนวัตกรรม ต้องผ่านกระบวนการวิจัยอย่างถูกขั้นถูกตอน เพื่อหาประสิทธิภาพของสื่อ หาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนที่เรียนจากสื่อ จึงจะเป็นนวัตกรรมที่ถูกต้อง  และเมื่อมีการจัดนำเสนอสื่อผ่าน Symposium หรือเวทีการแสดงผลงานทางวิชาการแล้ว นวัตกรรมที่ได้รับการเผยแพร่ มีผู้นำนวัตกรรมนั้นไปใช้ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีทางการศึกษา 

สื่อนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่สื่อประเภท วัสดุ สิ่งพิมพ์ เทคโนโลยี วิธีการ แหล่งเรียนรู้ สื่อบุคคล (ภูมิปัญญา) ฯลฯ การจะเลือกใช้สื่อหรือผลิตสื่อนั้น สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องมาดูบริบทของโรงเรียน และศักยภาพของโรงเรียนที่จะใช้สื่อนั้น ไม่ใช่มองประเด็นที่ความทันสมัยอย่างเดียว หากผลิตสื่อที่สวยงามทันสมัย แต่นำไปใช้ที่โรงเรียนไม่ได้ ก็ถือว่าสื่อนั้นไม่สามารถใช้ในการแก้ปัญหาหรือจัดการเรียนการสอนได้  ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งผิด หรือ เชย หากเรายังจะใช้สื่อแบบเดิม ๆ ภาพพลิก บัตรภาพ ชุดการเรียน อยู่ แต่ทำให้นักเรียนเกิดการพัฒนาได้ดีกว่าเดิม ครูเท่านั้นที่รู้ดีกว่านักวิชาการ ว่าที่โรงเรียนเราเหมาะสมจะใช้สื่อแบบใด

การทำวิจัย 5 บท  ตอนที่ครูสุเรียน คิดว่า การวิจัย เป็นเรื่อง ที่เราจะต้องงม ต้องหา ต้องเสาะ แสวง ในสิ่งที่เราไม่รู้  (และเราก็ไม่อยากจะรู้เท่าไหร่)  แต่เราถูกบีบบังคับให้ไปวิจัย ครูสุถึงไม่ชอบวิจัย เพราะทำไปตามคำแนะนำ (น่าจะเรียกว่าคำสั่ง) พออาจารย์พ่อหนูม้วน Clarify จึงเข้าใจในกระบวนการวิจัย อย่างเช่น การวิจัยชั้นเรียน โดยครูสุขอสรุปดังนี้

1. การวิจัยที่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู แบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ
1.1การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเรียนรู้ คือเราจัดการเรียนรู้แล้วพบปัญหา นำปัญหานั้นมาทำวิจัย เพราะไม่สามารถแก้ไขในการสอนปกติได้ บทที่ 1 บทนำ จะใช้คำว่า ที่มาและความสำคัญของปัญหา
1.2กับการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ดีขึ้นกว่าเดิม  หมายความว่า เด็กเรียนได้ดีอยู่แล้ว แต่ เราก็อยากจะพัฒนาให้ดีกว่านี้ ดังนั้น บทที่ 1 บทนำ จะใช้คำว่า หลักการและเหตุผล

2.การพัฒนาสื่อนวัตกรรม ไม่ใช่แค่ทำแต่สื่ออย่างเดียว ครูผู้สอนต้องจัดทำเอกสารประกอบการเรียน  แผนการสอนนวัตกรรม แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจ  โดย สิ่งที่เราจัดทำทุกอย่างต้องผ่านผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้

3.ในการเขียนบทนำ จะต้องมีการอ้างถึง พรบ.การศึกษา หลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรสถานศึกษา เนื่องจากเราใช้สิ่งนี้เป็นตัวแบบในการจัดการเรียนรู้ ถึงจะมาอ้างบทความ งานวิจัย และตามสภาพจริง ถึงอ้างอิงที่มาจะดีเลิศแค่ไหน ถ้าขาดหลักสูตร ฯลฯ ดังกล่าว ที่เราอ้างมาเหล่านี้ก็ไม่เพียงพอ

4. วัตถุประสงค์ในการวิจัย ไม่ควรเขียนมากเกินไป เหมือนกับให้เราทำงานมากเกินไป ซึ่งอาจจะไม่รู้จักจบเสียที ในการจัดทำสื่อนวัตกรรม การวิจัยก็ควรมุ่งเน้นที่การหาประสิทธิภาพของสื่อเป็นหลัก

5.สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำวิจัยทุกชนิด คือ การใช้ค่าสถิติให้ถูกต้อง หากใช้สถิติไม่ถูก ถึงงานวิจัยจะออกมาดีมีประโยชน์ก็ตาม มีสิทธิจะโดนเหวี่ยงทิ้งได้ หรือ ผ่านอย่างมีเงื่อนไข (คือเงื่อนไขเขาให้มาแก้การสถิติครับ)

ครับเอาเพียง 5 ข้อก่อนดีกว่า ที่เหลือรอจากท่านผู้รู้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ