แบดมินตันคือชีวิต

 กาลครั้งหนึ่ง...นานมากแล้ว จำได้ว่าป๋าตีแบดมินตันตั้งแต่ฉันยังเรียนอนุบาล ทุกคนในบ้านตีแบดฯ น้องชาย 2 คน เข้าแข่งขันในระดับเยาวชนประจำจังหวัด ฉันจำได้ว่าตัวเองเริ่มตีแบดฯ เป็นเรื่องเป็นราวตอนเรียน ม.4 เข้าแข่งขันคู่ผสมกับชายหนุ่มผิวคล้ำคนหนึ่ง เฮะ เฮะ...เขาผู้นั้นคือเนื้อคู่ตุนาหงันในปัจจุบันนี้แหละจ๊ะ...นับจากวันนั้นถึงวันนี้เกือบ 20 ปี ที่ห่างจากสนามแบดฯ กันทั้งคู่ แต่ป๋ายังตีแบดฯอยู่ตลอด เป็นตัวอย่างที่ดีมากสำหรับลูก ๆ เพราะอายุ 74 ปีแล้วยังเล่นเกมได้อยู่...

วันนี้มีลูกสาว 1 คน อายุ 14 ปี เริ่มเล่นแบดฯ เมื่อ 2 ปีก่อน ถือว่าเริ่มต้นช้ามาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เริ่ม สามีเริ่มกลับมาเล่นแบดฯ และเป็นโค้ช ตระเวณอบรมทั้งในและต่างประเทศ (จีน) เป็นปรากฎการณ์ของครอบครัวที่ส่งสัญญาณว่าในอนาคตทุกคนในครอบครัวจะต้องมีสนามแบดฯ เป็นของตัวเอง เพราะขณะนี้ มีคนในบ้านที่เล่นแบดฯ คือ ป๋า สามี ลูก 1  หลาน 4  น้องชาย 2  ล่าสุดฉันเพิ่งกลับมาเล่นก๊อกแก๊ก ตีผิดบ้างถูกบ้างในกีฬา สาสุขที่กระบี่ อุตส่าห์ได้เหรียญทองแดงร่วมประเภทหญิงคู่อาวุโส เอาไว้เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลตั้ง 1 เหรียญ (แต่อย่าถามว่าได้กี่แต้มนะ อ๊าย..อาย) ส่วนลูกสาวก็ตระเวณแข่งในสนามต่าง ๆ ส่วนใหญ่ (ทุกครั้ง) แพ้ตามระเบียบ เพราะในรุ่นอายุเดียวกัน เค้าเล่นกันมาตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ ก็ไม่เป็นไร มีประสบการณ์และอยู่ในช่วงวัยรุ่น ทำให้มีสังคมวัยรุ่นที่พูดกันแต่ ไม้แบด รองเท้าแบด เสื้อผ้าแบด กระเป๋าแบด นักกีฬาแบด  ไม่ไปวุ่นวายกับเรื่องอื่น ๆ ที่ทำให้ต้องกังวลมากนัก