กลับจากสัมมนาที่สงขลามาถึงปัตตานีก็หกโมงเย็นครับ ตั้งใจจะกลับให้เร็วกว่านี้ เนื่องจากตอนเช้าได้ยินข่าวจากเพื่อนอาจารย์ที่ออกจากมหาวิทยาลัยหลังผมว่า มีการยิงกันตายหลายศพ แถมวางตะปูเรือใบเป็นระยะๆ และอาจารย์ณรงค์ หัสนีก็เกือบจะขับรถเหยียบไปเหมือนกัน

ผมก็เลยคิดว่าอย่างไรคงต้องให้ถึงบ้านก่อนหกโมงครึ่ง มันงั้นคงเสียวหน้าดู

ผมว่าหลายท่านคงอยากรู้ว่าผมเจออะไรเมื่อหัวค่ำนี้มากกว่าว่าทำไมผมกลับมาช้ากว่าที่คิดไว้ ฮิฮิ

ขณะผมขับรถพาลูกและภรรยากลับบ้าน ผมเห็นรถคันหนึ่งขับส่ายไปส่ายมา ผมเดาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาสักอย่าง ผมเลยตัดสินใจเร่งเครื่องครับ แค่พอข้างเลนไปอีกฝั่งหนึ่ง สิ่งที่ผมต้องตกใจสุดขีดคือ มีกล่องหนึ่งอัน พร้อมกับตะปูเรือใบเต็มถนน

ทำงัยละครับ หักหลบก็ไม่ทันแล้ว เหยียบเป็นเหยียบ แล้วก็คิดว่าเหยียบไปแล้วครับ แล้วข้อห้ามประการหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในสมองผม คือ ห้ามจอดรถในบริเวณนั้นโดยเด็ดขาด ผมขับรถไปเรื่อยๆ ไม่กล้าเร่งเครื่องครับ เพราะไม่รู้ว่ายางจะหมดลมเมื่อไร

คราวนี้คำถามจากอิลฮามก็ถามละครับ "อาบี"ขับชนอะไร ผมก็บอกว่า อาบีขับเหยียบตะปูค่ะ สงสัยแก่จะไม่เข้าใจครับ ถามอย่างเดียวว่า "อาบี"ชนอะไร

เดาว่า ลมรถน่าจะไม่หมดในทันที และหากโชคดีล้อไม่แตก ก็คงน่าจะถึงบ้าน ปรากฏที่ดีกว่านั้นคือ ผมขับจนถึงบ้านครับ แล้วก็ลองตรวจสอบล้อดูก็ไม่เจอตะปู เลยคาดว่า ไม่โดน (อัลฮัมดุลลิลลาห์) แต่ก็ยังไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซนต์ครับ ให้แน่ต้องรอถึงพรุ่งนี้ครับ แต่หวังว่า คงไม่โดน (อินชาอัลลอฮ์)

ส่วนการนำเสนอความก้าวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งผมไม่ได้เป็นหัวหน้าโครงการนะครับ รอบนี้อาจารย์อับดุรรอห์มาน เป็นหัวหน้า แต่ผมถูกบังคับให้เป็นคนนำเสนอ เวลาที่ทางผู้จัดกำหนดให้คือ โครงการละ 20 นาที และมีการเสนอแนะอีก 20 นาที

คราวนี้ผมใช้โปรแกรม FlipAlbum เป็นโปรแกรมสำหรับการนำเสนอครับ ที่ผมกังวลคือ ผมไม่มีนาฬิกาข้อมือ เนื่องจากนาฬิกาผมสายข้อมือขาด

ผมไม่รู้ครับว่า ผมใช้เวลาไปกี่นาที แต่ผมรู้สึกว่า ผมได้พูดประมาณ 80 เปอร์เซนต์จากสิ่งที่ต้องการพูด และรู้สึกว่า พูดไปแป๊บเดียว เมื่อพูดจบ ท่านอาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์พูดว่า คิดว่า บ่ายนี้น่าจะง่วง แต่สุดท้ายก็ไม่ง่วงเลย (ผมคิดว่าเป็นคำชมนะครับ) จากนั้นก็มีการซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในรอบการซักถาม ผมเปลี่ยนเทคนิคนิดหน่อยครับ คือ ผมใช้วิธีการรีบตอบก่อนคำถามจะจบ และกระตุ้นให้ผู้ถามใช้เวลาในการถามน้อยที่สุด ซึ่งเทคนิคนี้ผมเคยลองใช้มาครั้งสองครั้งแล้วได้ผล ผลคือ เราควบคุมคำถามได้ ฮิฮิ คำถามจะไม่คุมเครือ เราก็ตอบง่ายขึ้น

คำถามเด่นก็น่าจะมาจากอ.ชัยวัฒน์ละครับ ท่านไม่ถามผม ท่านขอถามอ.อับดุรรอห์มาน หัวหน้าโครงการแทน ถามความรู้สึกครับว่า การไปเข้าวัดในมาเลเซีย รู้สึกอย่างไร ฮาฮาฮา ในฐานะที่เป็นอุสตาซ

ลงมาจากเวที ก็ได้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จาก อ.กูมัจดีน จาก ม.ราชภัฏยะลา แฮะแฮะ แล้วหัวหน้าทีมผมก็บอกว่า ผมใช้เวลาไปทั้งหมดหนึ่งชั่วโมงพอดี (นำเสนอสี่สิบนาที ซักถามอีกยี่สิบนาที)

ปกติผมจะเป็นคนที่ควบคุมเวลาการนำเสนอดีครับ ยกเว้นครั้งนี้ที่ผู้ดำเนินรายการคือ อ.ชัยวัฒน์และอ.ปรานี ไม่เตือนผมนีครับ ไอ้ผมก็ไม่มีนาฬิกาเสียด้วย ส่วนนาฬิกาของคอมพิวเตอร์ โปรแกรมที่ผมใช้มันก็ปิดเอาไว้ ฮาฮาฮา ผลก็คือเวลาคนอื่นๆ โดนบีบแล้วก็เลือกอีกสองโครงการที่ไม่ทันตามกำหนด ฮิฮิฮิ โทษผมไม่ได้นะครับ ต้องโทษนาฬิกา

(อ.มะฮ์ซูม สะตีแม คนนำเสนอถัดจากผมครับ)

(อ.ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอ นำเสนอลำดับต่อมา)

(ทีมที่ปรึกษาโครงการ)

 

(อ.อับดุรรอห์มาน จะปะกียา หัวหน้าทีมวิจัยครับ)

 อ.กูมัจดีน คนสุดท้ายของการนำเสนอในวันนี้ แต่ผมไม่ทราบว่า ท่านจะได้นำเสนอหรือเปล่า เพราะผมขอตัวกลับก่อน