Lyon เป็นเมืองใหญ่มีแม่น้ำสวยงาม ส่วนเมืองเก่าเหมือนอยู่บนเขา

ตอนที่

วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๑

เราเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทย ดิฉันยังรู้สึกเมื่อยและเจ็บเท้าเพราะเมื่อวานเดินมาทั้งวัน จึงขออยู่แต่ที่โรงแรมและ Upload บันทึกของวันก่อนๆ

มาที่ Lyon ไม่ได้เที่ยวเมือง Lyon เลย นอกจากไป-กลับที่พักและที่ประชุม ช่วงเช้ามองออกนอกหน้าต่างห้องพักคิดว่าอากาศดี ที่ไหนได้วันนี้มีฝนตก (บันทึกครั้งก่อนบอกว่าอากาศดี เพราะไม่ได้ออกนอกห้อง)

สามีไปหาซื้อกาแฟจาก supermarket ใกล้ๆ เพราะวันนี้โรงแรมไม่บริการอาหารเช้า ซื้อกาแฟได้แล้ว หาน้ำตาลพบว่ามีเป็นกล่องๆ ราคาพอๆ กับกาแฟเลย จึงไม่อยากซื้อ กะว่าวันนี้ดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลดีกว่า เจ้าของร้านเข้าใจอุตส่าห์แบ่งน้ำตาลก้อนห่อใส่กระดาษมาให้ ช่างมีน้ำใจดีจริงๆ

อาหารมื้อเช้าเรากินข้าว ไข่ต้ม กุ้งต้ม มีข้าวสารเหลือเยอะจึงหุงทั้งหมด ไปตามน้องจุ๊กกุ๋ยให้มากินอาหารเช้าด้วย สองวันนี้น้องจุ๊กกุ๋ยมีเพื่อนชาวฝรั่งเศสพาทัวร์ Lyon

กลางวันเราทำอาหารอีกครั้ง เมื่อวานซื้อเนื้อปลาแซลมอนจากห้างคาร์ฟูร์มา ๑ ชิ้น ราคากว่า ๕ ยูโร ตั้งใจจะเอามาย่าง พอแกะห่อก็ได้กลิ่นเหมือนแซลมอนรมควัน ใช่แล้วอ่านป้ายไม่ออกเลือกเอาที่สวยๆ เลยได้แซลมอนรมควันแทนแซลมอนสด เรายังคงย่างแซลมอน และย่างเห็ดแชมปิยองสดด้วย มีไข่ต้มอีก ๑ อย่าง

แซลมอนรมควันย่างก็อร่อยไปอีกแบบ เค็มนิดๆ กินกับข้าวร้อนๆ แกล้มเห็ดย่างอร่อยดี คิดถึงน้ำพริกสารพัดอย่าง ส่วนผลไม้เป็นพีช ๒ แบบคือผิวเรียบกับผิวมีขนเหมือนที่มีขายที่ร้านดอยคำ

ช่วงบ่ายจัดกระเป๋าเรียบร้อย เก็บขยะไปทิ้งตามที่ที่โรงแรมบอกไว้ เราไม่ต้อง check out ตามเวลา (๑๐ น.) เพราะพนักงานโรงแรมบอกว่าแม่บ้านจะมาทำความสะอาดในวันจันทร์ อยู่ต่อได้ตามสบาย เวลาที่ออกก็ให้เอากุญแจห้องใส่กล่องที่ชั้นล่างไว้ วันอาทิตย์ที่โรงแรมไม่มีพนักงานมาทำงาน

๑๗ น. เพื่อนของน้องจุ๊กกุ๋ยมารับเราทั้ง ๓ คนไปส่งที่สนามบินของ Lyon ดิฉันได้เห็นวิธีการจัดกระเป๋าหลายใบใส่รถคันเล็กๆ ได้หมด จะจำไว้เอามาใช้บ้าง เราชมให้เพื่อนของน้องจุ๊กกุ๋ยฟังว่าประทับใจอัธยาศัยและความมีไมตรีของคน Lyon มาก

ระหว่างทางมองเห็นบ้านเรือนแล้วได้รู้ว่า Lyon เป็นเมืองใหญ่มีแม่น้ำสวยงาม ส่วนเมืองเก่าเหมือนอยู่บนเขา

ทางไปสนามบินผ่านทุ่ง Colza เหลืองอร่าม เห็นคนจอดรถเป็นกลุ่มๆ ไม่รู้มาชมความสวยงามของดอก Colza หรือทำอะไร

สนามบิน Lyon ไม่ใหญ่มาก ขบวนการ check-in ไม่เป็นที่น่าประทับใจ เราเข้าคิวอยู่นานและน้องจุ๊กกุ๋ยไปถามแล้วว่าเรา check-in ได้เลยหรือเปล่า ก็ได้คำตอบว่าได้ แต่พอถึงคิวเรากลับบอกว่าขอ check-in คนที่จะไปมิวนิคก่อน เราต้องออกไปรออีกที่ แถมป้ายติดกระเป๋าว่าระวังของแตกก็ไม่มีให้ (น้องจุ๊กกุ๋ยซื้อไวน์ใส่กระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วย)

Check-in เสร็จ เข้าร้านหาซื้อของฝากที่ลูกสาวสั่งไว้ เป็นปลอกสวมปลายนิ้วเวลาเย็บผ้าและ chocolate ยี่ห้อ Maxim ของฝรั่งเศส

เวลาไปขึ้นเครื่องบินต้องขึ้นรถไป ตอนต่อคิวเดินขึ้นเครื่องต้องตากฝนอยู่พักหนึ่ง เครื่องบินลำเล็กๆ บินเกือบ ๒ ชม. ก็ถึงสนามบินเวียนนา อาหารที่เสริฟบนเครื่องรสชาดคล้ายใส้กรอก แต่มาเป็นชิ้นใหญ่ๆ พร้อมมันบดและซอสถั่วเขียวๆ พอกินแก้หิวไปได้บ้าง

มาถึงเวียนนาคราวนี้ร้านรวงต่างๆ ปิดเกือบหมด เจอคนไทยหลายคนที่มาเที่ยวกันเป็นครอบครัว เราเข้าห้องน้ำเรียบร้อยก็เข้าไปรอขึ้นเครื่องต่อเลย เราง่วงนอนกันแล้ว

เมื่อขึ้นเครื่องเที่ยวบิน OS 0025 เสร็จเรียบร้อย ไม่ทันออกเดินทางมีฝรั่งสูงอายุรายหนึ่งเกิดป่วย ดิฉันไม่เห็นว่าเขามีอาการอย่างไรบ้างเพราะนั่งหน้าเขา ๒-๓ แถว แอร์ฯ และสจ๊วตมาให้การช่วยเหลือ ต้องชื่นชมว่าเขาทำงานอย่างสงบมาก ไม่ส่งเสียง และไม่แสดงท่าทีให้เอิกเกริก ไม่มีการประกาศใดๆ สักพัก จนท. Paramed. ก็เข้ามา ตามมาด้วยรถพยาบาลและพนักงาน เอาผู้ป่วยลงจากเครื่องทางด้านหลัง โชคดีที่ผู้สูงอายุท่านนี้มีญาติมาด้วย คิดต่อเอาเองว่าเขาคงวุ่นวายหลายเรื่องเหมือนกัน

บนเครื่องบินเสริฟอาหารมื้อแรกเมื่อเวลา ๐๑ น.ของฝรั่งเศส ดิฉันเลือก grilled pork loin สลัดผักมี cheese กินไม่ได้มาก อาศัยอิ่มด้วยขนมปัง ขนม walnut pear tart และน้ำแอปเปิ้ล แถวที่ดิฉันนั่งมีที่ว่างตรงกลาง จึงนอน (นั่ง) แบบยกขาขึ้นได้ คืนนี้หลับได้มากกว่าตอนขาไป

อาหารมื้อที่ ๒ เสริฟเมื่อเวลา ๑๓ น.ของไทย เหมือนขาไปคือ ham & cheese และ yoghurt มื้อนี้ดิฉันดื่มกาแฟและกินขนมปังถึง ๒ ชิ้น

เครื่องบินถึงสนามบินสุวรรณภูมิตรงเวลา ๑๔.๒๐ น. ออกจากเครื่องสัมผัสอากาศร้อนๆ ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋า ลูกสาวมารอรับอยู่แล้ว กลับถึงบ้านรู้สึกปวดหัวมึนๆ อากาศร้อนมาก ต้องเปิดแอร์ทั้งบ้าน

เย็นวันนี้ เราไปกินอาหารไทยลาวที่ร้านไก่ย่างเสือใหญ่ มีข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ต้มแซบ ลาบปลาดุก ทอดมันปลา  ตามด้วยไอศกรีมกะทิ ทั้งมื้อ ๓ คนราคาเพียง ๑๐ ยูโรกว่าๆ

วัลลา ตันตโยทัย