เมื่อวันอังคารที่ 22 เมษายน ผมได้เข้าประชุมคณะทำงานจัดทำหนังสือประวัติครู 16 มกราคม 2552 ของคุรุสภา นัดแรก ซึ่งผมได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานจัดทำหนังสือประวัติครูมาตั้งแต่ พ.ศ. 2539 ผมได้เขียนประวัติครูปีละ 3 คน รวมได้เขียนไปแล้ว(12 ปี) 36 คน
การจัดทำหนังสือประวัติครูเริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.2500 จนถึงปัจจุบันเป็นเล่มที่ 51 ได้บันทึกประวัติครูที่ได้รับการสรรหาเป็นแบบอย่างที่ดีแล้วทั้งสิ้น 798 คน
คณะทำงานที่จัดทำกันมาต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น อาจารย์จรูญ มิลินทร์ (อายุ 80 กว่าปี) ดร.จันทร์ ชุ่มเมืองปัก(อายุ 80 กว่าปี) อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ (อายุ 70 กว่าปี) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะอายุย่างเข้าเลข 7 ขึ้นไป มีผมที่อายุยังน้อยกว่าเพื่อน ก็ได้รับความรู้จากท่านทั้งหลายที่เป็นผู้อาวุโสและมีประสบการณ์อย่างมาก
หลักเกณฑ์การคัดเลือกประวัติครูเพื่อนำมาเขียน ที่เรายึดถือกันมายาวนาน ประกอบด้วย
1.เป็นครูที่ถึงแก่กรรมและประกอบพิธีปลงศพตามลัทธิศาสนาแล้ว หรือได้อุทิศร่างให้แก่โรงพยาบาลหรือการศึกษาทางการแพทย์ หรือเป็นครูที่ถึงแก่กรรมที่มีประวัติและผลงานสมบูรณ์พอที่จะเรียบเรียงได้โดยมิต้องรอให้ประกอบพิธีปลงศพตามลัทธิศาสนา
2.เคยเป็นสมาชิกคุรุสภา หรือครูซึ่งเป็นภิกขุ หรือนักบวชในลัทธิศาสนาต่างๆ หรือเป็นครูที่สาธารณชนยกย่องอย่างสูง
3.เป็นครูที่ไม่มีประวัติด่างพร้อยทั้งทางราชการ ส่วนตัว และสังคม โดยพิจารณาตัดสินจากคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดแล้ว หรือความรู้สึกของสังคม
4.เป็นครูที่มีจรรยามรรยาทดีและมีวิญญาณแห่งความเป็นครู เมื่อเกษียณอายุแล้วก็ได้อุทิศตนทำคุณประโยชน์แก่การศึกษาหรือประเทศชาติ
5.เป็นครูที่ได้ประกอบคุณงามความดี ได้รับการยกย่องสรรเสริญทั้งในระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ เช่น สอนดี หรือบริหารดี มีคุณธรรมและความรู้เป็นที่เคารพศรัทธานับถือของศิษย์ ผู้ปกครอง สังคม และหน่วยงานทั่วไป
จะเห็นว่าครูที่ได้รับการสรรหาและคัดเลือกมาเขียนปีละประมาณ 20 กว่าคน ล้วนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพครูเป็นอย่างยิ่ง เช่นในปีนี้ ประวัติครูที่ได้รับการสรรหาคัดเลือกมาเขียน มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระพรหมมังคลาจารย์(ปัญญา นันทภิกขุ) พระอุบาลีคุณูปมาจารย์(ปัญญา อินทปัญโญ) นายเสรี หวังในธรรม เป็นต้น
จึงเป็นหนังสือที่ผู้ประกอบวิชาชีพครู และผู้ที่เรียนทางครูทุกคน ควรได้ศึกษาและซึมซับแบบอย่างที่ดีจากประวัติครูทุกๆท่าน และสถาบันผลิตครูทุกแห่งควรมีหนังสือประวัติครูให้นิสิตนักศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าอย่างเพียงพอด้วย
ในอนาคตน่าจะมีการจัดทำ "แผนที่ครูดี"นะครับ ในลักษIะของแผนที่ภูมิศาตร์(GIS) เพื่อลูกหลานในตำบลบ้านเกิดจะได้ศึกษา และปฏิบัติตามอย่าง อีกทั้งกระตุ้นให้ครูรุ่นหลัง ทำความดี เพื่อเตรียมตัวเข้าอยู่ใน "แผนที่"
ความคิด ดร.สุพักตร์น่าสนใจทีเดียว ผมจะลองเสนอคุรุสภา(กรรมการ)คร่าวๆดู แต่ก็อยากเห็นภาพที่ละเอียดกว่านี้ ท่านอาจเสนอโดยตรงก็ได้ เพราะคุรุสภาเองก็พยายามแสวงหาแนวทางที่ดีในการเผยแพร่ความดีงามของครูอยู่แล้ว
หนังสือประวัติครูคุรุสภาส่งให้ สพท.และหน่วยงานที่สำคัญๆ รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่ผลิตครู แต่ไม่สามารถส่งให้ทุกโรงเรียน โดยเขาได้ทำเป็น CD รวมไว้ด้วย ถ้าสนใจก็ลองติดต่อที่คุรุสภาครับ
พี่คะ หนังสือประวัติครูนี่ หาซื้อได้จากที่ไหนคะ พอดีต้องใช้ข้อมูลนะคะ ช่วยตอบทีนะคะ ขอบคุณคะ
เขาพิมพ์แจก/เผยแพร่ในวันครูเท่านั้น คงไม่มีจำหน่าย แต่ถ้าเป็น CD ไม่แน่ใจ ลองติดต่อที่ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กทม. 10300 อาจเปิดจากเว็บไซด์ก็ได้ ไล่ไปที่ Gloogle ก็ได้ หรือจะไปค้นคว้าด้วยตนเองก็ไปที่ห้องสมุดของคุรุสภาเลย อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการนี่เอง
วันนี้ผมไปประชุมคณะทำงานจัดทำหนังสือประวัติครูของคุรุสภา ได้รับข้อมูลใหม่จากคุณรัชนี รุธิรวรรณวงศ์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง บอกว่า ตอนนี้หนังสือประวัติครูยังมีแจกที่คุรุสภา ที่ยังมีเหลือประมาณ 3-4 ปีย้อนหลัง(3-4 เล่ม) สามารถติดต่อขอได้ตามที่อยู่ต่อไปนี้
ผู้อำนวยการกลุ่มยกย่องวิชาชีพ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา บริเวณกระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กทม. 10300 โทร/แฟกซ์ 02-2821856 หรือจะติดต่อที่คุณรัชนีโดยตรงก็ได้ (บริการส่งฟรีครับ)
ขอบคุณมากคะ