เมื่อคืนผมอ่านข่าว อาจารย์ ม.เอแบคฆ่าตัวตาย แล้วรู้สึกเศร้ามากครับ ตามข่าวบอกว่าเธอฆ่าตัวตายเพราะเหตุผลอกหักความรัก ผมไม่รู้ว่าหนังสือพิมพ์ใส่ไข่ในข่าวหรือไม่ครับ

แต่บันทึกนี้เขียนเพื่อบอกว่าชีวิตคนนั้นไม่ใช่สิ้นสุดลงได้เพียงเพื่อเหตุผลง่ายๆ โดยเฉพาะเหตุผลของความรักของหนุ่มสาววัยยี่สิบต้นๆ นั้นไม่ใช่สาเหตุที่ต้องฆ่าตัวตายเลยครับ

การอกหักในวัยยี่สิบนั้น เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิต

ลองมาถามคนรุ่นผมกันดูไม่ว่าหญิงหรือชาย ถ้าชอบใจกันพอเปิดอกเล่าได้จริงๆ รับประกันว่ามีเรื่องราวของชีวิตรักโลดโผนโจนทะยานเศร้าเคล้าน้ำตากันทั้งนั้น

ความรักวัยหนุ่มสาวเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่จะมีทั้งสุขและทุกข์คละกันไป

ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่

บางครั้งการอกหักสักครั้ง สองครั้ง สามครั้ง หรือสักสิบครั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าคนดีๆ ในโลกนี้จะหายไปหมด

เพื่อนผมมากมายที่บอกว่า มาในวันนี้ดีใจสุดๆ ที่เลิกรากับแฟนตอนสมัยอายุยี่สิบกว่าๆ ไปได้ เพราะทำให้เขาได้เจอคนที่ดีกว่ามากมายนัก แล้วไอ้หมอนั่นในวัยสามสิบกว่าๆ ตอนนี้ ทั้งอ้วนทั้งหัวล้าน แววหล่อน่ารักไม่ได้เหลืออีกเลย ในขณะที่เจ้าคนธรรมดาที่ไม่เคยเหลียวแลเขาในวัยยี่สิบนั้น มาถึงวันนี้มันหล่อขึ้นทุกวัน ยิ่งแก่ยิ่งหล่อ ประมาณนั้น

คุณ J.K. Rowling ผู้แต่ง Harry Potter ก็เคยคิดฆ่าตัวตายตอนวัยยี่สิบกว่าๆ ครับ (ข่าวจาก CNN) ในวันนั้นเธอเลิกกับสามี มีลูกติด ไม่มีเงินสักนิดเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายไปหมด แต่เธอตัดสินใจไม่ฆ่าตัวตาย แต่คิดสู้ในวิชาชีพที่เธอรักและเริ่มเขียนนิยาย Harry Potter ตอนนี้เอง

ทุกวันนี้ในวัยสี่สิบต้นๆ เธอเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก มีรายได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของนักเขียน และเป็นบุคคลประวัติศาสตร์ของโลกไปแล้ว

ลองนึกดูว่าถ้าวันนั้นเธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็นในวันนี้คงไม่ได้เกิดขึ้น และเธอก็จะเป็นเพียงผู้หญิงวัยยี่สิบที่ก้าวพลาดล้มเหลว ไม่มีค่าไม่มีราคาอะไรให้ใครจดจำ

ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอครับ ถ้ายอมอดทนเปียกฝนไม่หนีไปไหน เดี๋ยวฝนก็หายครับ