คืนนี้ตั้งใจนะนั่งทำงาน(จากการเรียน) ที่ยังข้างอีกสองวิชาให้มีความก้าวหน้า แต่แล้วก็ยังเริ่มทำไม่ได้ครับ เกิดอาการสมองตื้อ เลยแอบหลับไปงีบหนึ่ง ตืนมาก็ยังไม่สดชื่นพอจะทำงานไหวครับ เลยขอเขียนบล็อกก่อนแล้วกัน งานค้างอีกหลายชิ้นครับจากสองวิชา วิชาหนึ่งถูกขีดเส้นไว้ภายในวันที่สามสิบ ตอนนี้ยังไม่ได้หยิบมาทำเลยครับ ลำบากจริงๆ

วันนี้ผม (โดยเจตนาครับ) ไปร่วมงานของท่านคณบดี เนื่องจากท่านเชิญแกนนำชุมชนเมาะมาวีมาทำเวทีสานเสวนาเกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยของแม่ งานนี้แม่งานจริงๆ คือ อนามัยเมาะมาวีครับ จริงๆ กิจกรรมของวันนี้กับพรุ่งนี้ผมช่วยท่านออกแบบ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของคนที่ให้งบมาทำ แต่ตอนออกแบบกิจกรรม ผมก็บอกท่านไปว่า วัตถุประสงค์ที่เขากำหนดค่อนข้างยาก ขอทำเท่าที่ทำได้แล้วกัน ซึ่งตอนออกแบบกิจกรรม ผมได้ข้อมูลแบบหนึ่ง (เท่าที่ผมจำได้นะ) แต่พอมาวันนี้ปรากฏกลุ่มที่มาร่วมกิจกรรมกลับเป็นแกนนำชุมชน เดิมทีผมเข้าใจว่าเป็นคู่สามีภรรยาที่กำลังจะมีบุตร

ผมก็เลยเสนอไอเดียไหมว่า วันแรกเอาเป็นว่า นอกจากความรู้เกี่ยวกับสุขอนามัยแล้วก็ควรนำเสนอเกี่ยวกับบทบาทของผู้นำในการดูแลสุขอนามัยด้วย

ช่วงเช้า เป็นการให้ความรู้โดย หมอมูฮัมมัดดาโอ๊ะ (หรืออะไรลืมชื่อท่านแล้วครับ) เกี่ยวกับสุขอนามัยทั่วไปและของผู้หญิง ท่านบรรยายได้น่าสนใจครับ นำเสนอครบเครื่องดีครับมีการยกอัลกุรอานประกอบได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ ครับ และดูเหมือนท่านจะจำอัลกุรอานเยอะจริงๆ ครับ เป็นคุณหมอที่น่าสนใจมาก ทราบจากท่านคณบดีว่า ท่านจบหมอจากอินโดฯ ครับ

ส่วนนี้คือ บอมอ (หมออนามัย) มะ ครับ เป็นเจ้าของโครงการนี้ครับ

ส่วนนี้คณบดีศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ครับ

ท่านเพิ่งกลับมาจากมาเลเซียเมื่อคืนครับ ไปสัมมนาทางด้านการเมืองของมาเลเซียมา ตอนนั่งคุยช่วงพักเที่ยงผมได้ข้อมูลเยอะมากครับ อย่างแรกคือ การเลือกตั้งครั้งนี้ ในแวดวงวิชาการก็มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างไปจากสมัยก่อนของมาเลย์มากขึ้นครับ แต่ก่อนการวิเคราะห์การเมืองบนเวทีวิชาการหาไม่ได้เลยครับ มะเธร์ไม่ยอมให้มีครับ บังเอิญผมไม่ใช่คอการเมือง เลยขอไม่นำเสนอแล้วกันครับ

วันนี้ท่านคณบดีทำหน้าที่กล่าวต้อนรับ เพื่อละลายความเกร่งของผู้เข้าร่วมครับ จากนั้นอีกช่วงหนึ่งท่านนำเสนอเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพและบทบาทของครอบครัว เป็นช่วงที่น่าสนใจมากครับ

ก่อนการแบ่งกลุ่มไปพูดคุยกัน ผมได้โอกาสพูดนิดหนึ่ง จริงๆ ผมไม่มีคิวพูดครับ เนื่องจากตั้งใจมาร่วมกิจกรรมกลุ่มอย่างเดียว แต่เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแกนนำชุมชน ไม่ใช่กลุ่มที่ผมออกแบบกิจกรรมไว้ ผมเลยคุยกับทีมงานว่า เนื้อหาหายไปประเด็นหนึ่งคือ บทบาทผู้นำทางศาสนาต่อสุขอนามัยของคนในชุมชน ผมเลยพูดน่าจะไม่ถึงสิบนาทีครับ (ตีแบบตรงจุด)

ผมเริ่มด้วยการยกเหตุการณ์ในสมัยคอลีฟะห์อุมัรครับ ในสมัยนั้นมีนโยบายการออกรบของชายชาติทหารใหม่ เนื่องจากท่านอุมัรพบว่า ภรรยาของทหารที่ออกรบที่มีทุกข์ทรมานกับการเฝ้าคอยการกลับมาของสามีที่ไปรบเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน สุดท้ายท่านก็สอบถามเวลาที่เหมาะสมว่า สามีภรรยาไม่ควรห่างไกลกันนานเกินกี่เดือน ท่านจึงกำหนดให้ทหารอยู่ค่ายไม่เกินกำหนดนั้นเพื่อกลับมาอยู่กับครอบครัวบ้าง

ต่อมาผมก็ยกตัวอย่างของการออกกำลังกายของท่านศาสนทูต ที่จะพบว่าท่านออกกำลังกายกับภรรยาของท่าน เช่น วิ่งแข็งออกกำลังกายกับภรรยา ผมนำเสนอในมิติที่ว่านี้คือการสร้างแบบอย่าง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของคนใต้ปกครอง

จากนั้นก็เป็นการคุยกลุ่มย่อยครับ อันนี้ผมเหนื่อยมากครับ เนื่องจากผมเป็นพี่เลี้ยงประจำกลุ่มสอง ซึ่งตลอดงานมาใช้ภาษามลายูเป็นหลัก แต่ปรากฏว่าผมว่าผมทำได้ดีครับ ชวนแกนนำชุมชนคุยออกรสจริงๆ ครับ เดิมกำหนดว่าหนึ่งชั่วโมง กลายเป็นคุยกันสองชั่วโมงเลยครับ สมองผมทำงานหนักมากครับ เพราะต้องคิดไปพร้อมๆ กับแปลภาษาไป ที่คิดอีกอย่างหนึ่งคือ ลากให้เข้าตรงจุดที่โครงการต้องการอย่างไร

ถ้าถามว่า อะไรคือปัญหาสุขภาพที่สำคัญของชุมชน คำตอบคือ ปัญหายาเสพติดครับ ที่นี้คือ 4*4 (ใบกระท่อมครับ) ในชุมชนปัญหานี้เริ่มจากเด็กอายุประมาณ 12 ปีครับ อะไรคือสาเหตุ? อันนี้ละครับที่เข้าสู่ประเด็นในครอบครัว ผมถามชุมชนว่า เป็นเพราะปัญหาครอบครัวหรือเปล่าที่ทำให้เด็กติดยา คำตอบผิดคาดครับ ครอบครัวไม่ได้มีปัญหา แต่สภาพแวดล้อมคือปัญหา แต่พอสังเคราะห์อีกนิดจะเจอว่า ครอบครัวเป็นต้นเหตุนิดหน่อยครับ

เด็กที่เกิดมา ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ครับ เพราะทั้งคู่ต้องออกทำงานนอกบ้าน ดังนั้นเด็กๆ จะอยู่กับปู่ย่าตายาย พอเด็กอายุ 12 ปี คนแก่เริ่มจะตามเด็กไม่ไหวแล้วครับ เลยปล่อยเด็กไปเล่น และเป็นอิสระมาก และนั่นคือการพบกับสิ่งแวดล้อมที่น่าเป็นห่วง

ชุมชนอยากได้อะไรเพื่อการพัฒนาสุขอนามัย?

เขาอยากให้มีอาชีพในชุมชน อยากให้ครอบครัวทำงานใกล้ชิดเด็กๆ ครับ ปัจจุบันมีการอบรมอาชีพให้ แต่ไม่มีการติดตาม และส่งเสริมให้เขาสามารถประกอบอาชีพจากสิ่งที่อบรมไปได้

ประเด็นเก็บได้เยอะมากครับ หนึ่งหน้ากระดาษเต็มครับ มีประเด็นหนึ่งชาวบ้านถามผม แต่บังเอิญคำที่ใช้ในการถามผม ผมแปลไม่ออกจริงๆ ครับ โดนถามย้ำสองสามรอบ เลยตอบแบบเลี่ยงๆ ไป แฮะแฮะ รู้ตัวเลยว่าภาษายังไม่ได้พัฒนาขึ้นสักเท่าไร