ผมตั้งใจว่าตั้งแต่นี้ต่อไป จะเริ่มเขียนเรื่องภูเก็ตหรือภูเก็จ เพื่อเป็นการเตรียมความรู้ให้บรรดาผู้ที่จะไปร่วมเฮฮาศาสตร์ ๔ ที่ภูเก็ตจะได้รู้เท่าๆกัน อิอิ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ไปก็จะได้เตรียมความรู้เพื่อคอยดูรายงานจากบันทึกของแต่ละท่านจะได้ไม่งง

            ภูเก็ตเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดียโดยผ่านแหลมมลายู หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดคือหนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของนักเดินเรือชื่อ คลอดิอุส ปโตเลมี เมื่อปี พ.ศ.๗๐๐ ซึ่งเรียกแผ่นดินส่วนนี้ว่า “แหลมตะโกลา” ส่วนในบันทึกและแผนที่การเดินเรือมาเอเชียตะวันออกของชาวยุโรประหว่าง พ.ศ.๒๐๕๔-๒๓๙๗ เรียกแผ่นดินนี้ว่า “จังซีลอน” นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเกี่ยวกับชาวทมิฬในปี พ.ศ.๑๕๖๘ เรียกเมืองนี้ว่า “มณีคราม” แปลว่า “เมืองแก้ว” ซึ่งมีความหมายตรงกับชื่อ “ภูเก็จ” ที่ปรากฏในจดหมายเหตุเมืองถลาง ฉบับที่ ๑ ในปี พ.ศ.๒๓๒๘ และใช้เรื่อยมาจนกลายเป็น “ภูเก็ต”ซึ่งปรากฏในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๕๐ เป็นต้นมา (นี่ผมลอกมาจากรายงานการศึกษาการประเมินผลแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและการดำเนินงานโครงการตามแผนพัฒนาสามปี(พ.ศ.๒๕๔๙-๒๕๕๑)ประจำปี ๒๕๔๙ ของเทศบาลตำบลกะทู้เลยนะครับ)

            เห็นไหมครับมีหลักฐานอ้างอิงพร้อมว่าภูเก็ตเป็นที่รู้จักของใครต่อใครมานาน ถ้าท่านมาภูเก็ต ถ้าได้ยินว่าที่ภูเก็ตมี สโมสรโรตารี่จังซีลอน ก็คงไม่งงแล้วนะครับเพราะเป็นชื่อดั้งเดิมที่เขาเรียกภูเก็ตนั่นเอง   แล้วก็ไม่ต้องงงกับชื่อสโมสรโรตารี่ทุ่งคา เพราะชื่อ “ทุ่งคา” หรือ “ท่องคา” ก็เป็นชื่อเก่าที่คนแถวนี้เขาเรียกชื่อเมืองนี้กันอย่างนี้ สมัยก่อนตอนผมเป็นเด็กเวลาจะไปภูเก็ตก็จะเรียกว่าไปท่องคา

            ก่อนจะเรียกภูเก็ตเราก็เรียกเมืองถลางหรือเมืองตะกั่วถลาง เป็นเมืองนักษัตรเมืองหนึ่ง ใช้ตราประจำเมืองเป็นรูปสุนัข ในอดีตสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการเปลี่ยนระบบการปกครองหัวเมืองต่างๆเป็นระบบมณฑลเทศาภิบาลได้มีการรวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันตกตั้งเป็นมณฑลภูเก็ต และเปลี่ยนมาเป็นจังหวัดภูเก็ตเมื่อปีพ.ศ.๒๔๗๖ มีตราประจำจังหวัดเป็นรูปอนุสาวรีย์สองวีรสตรี

            ทราบไหมครับว่าคำขวัญของภูเก็ตคืออะไร แฮ่ๆ “ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม”

            ทราบไหมครับว่าภูเก็ตมีกี่เกาะ มีพื้นที่เท่าไหร่ รับรอง งง......ในหนังสือที่ผมอ้างถึงข้างต้นบอกว่าภูเก็ตมีเกาะบริวาร ๓๒ เกาะ ส่วนหนังสือภูเก็ตของอาจารย์ฤดี ภูมิภูถาวร  ซึ่งเป็นหนังสือในโครงการตำราและสื่อโรงเรียนสตรีภูเก็ตระบุว่ามี ๓๗ เกาะ ยิ่งหาหลายเล่มก็จะพบว่ายังสรุปไม่ได้เลยว่าภูเก็ตมีเกาะบริวารกี่เกาะ บางเล่มก็บอก ๓๕ เกาะ บางเล่มก็บอกว่า ๓๔ เกาะ ผมไปบรรยายให้บรรดานักบริหารงานยุติธรรมระดับสูงของอัยการที่มาทัศนศึกษาภูเก็ตว่าหนังสือหลายเล่มมีข้อมูลไม่ตรงกัน ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ผมตอบว่า “มันไม่มีใครผิดหรอกครับ แล้วแต่ว่าตอนที่ไปนับน้ำขึ้นหรือน้ำลง ถ้าน้ำขึ้นเกาะก็เหลือน้อย ถ้านับตอนน้ำลงเกาะมันก็โผล่มากขึ้น” เล่นเอาเฮกันทั้งรถ ส่วนเนื้อที่เกาะภูเก็ตไม่นับรวมเกาะบริวาร ๕๔๓ ตารางกิโลเมตร ถ้าไปรวมก็จะมั่วอีก เลยไม่ต้องรวม อิอิ แต่ในหนังสือของอาจารย์ฤดี ท่านบอกชื่อเกาะด้วยจึงนับว่าชัดเจนที่สุดและถูกต้องที่สุดแล้วในขณะนี้ครับ

            ทะเลภูเก็ตมีสองฝั่งถ้าเป็นฝั่งตะวันออกจะเป็นดินเลนและป่าชายเลน ส่วนฝั่งทะเลด้านตะวันตกเป็นภูเขาและหาดด้านนี้จะสวยงามมาก วันนี้ว่างก็เลยคว้ากล้องไปถ่ายภาพมายั่วน้ำลาย อิอิ จะปิดรับสมัครวันที่ ๓๐ มีนาคม นี้แล้วนะครับ ใครยังไม่ตัดสินใจรีบๆนะครับ

            เอาละครับคราวนี้ก็มาชมภาพความงามของหาดด้านฝั่งตะวันตกคือหาดสุรินทร์ครับ

เป็นไงครับ เตรียมตัวเตรียมกล้องกันหรือยัง วันนี้ไม่สามารถถ่ายดวงอาทิตย์ได้เนื่องจากมีเมฆมาก เอาแต่บรรยากาศสีสัน พอสนุกๆ ตัดสินใจเถอะครับ ไม่ต้องคิดมาก..แฮ่....