ตามนัยครั้งก่อน เมื่อแปลร่วมกับประโยคหลังก็ต้องยกมาอีกครั้ง
- โอกา อะโนกะมาคัมมะ วิเวเก ยัตถะ ทูระมัง
- ตัตราภิระติมิจเฉยยะ หิตวา กาเม อะกิญจะโน
- ผู้มีธรรมเป็นเครื่องกังวลหามิได้ อาศัยแล้วซึ่งธรรมไม่มีกิเลสดุจน้ำ จากธรรมที่มีกิเลสดุจน้ำ ละซึ่งกามทั้งหลาย พึงปรารถนาซึ่งความยินดียิ่งในวิเวกที่ชนทั้งหลายยินดีได้แสนยาก
คำว่า อะกิญจะโน แปลว่า ผู้มีธรรมเป็นเครื่องกังวลหามิได้ ... ลองถามตัวเราเองว่า เรากังวลอะไรบ้าง ? อนาคตลูก สุขภาพของญาติผู้ใหญ่ หน้าที่การงาน คู่รัก บ้านก็ยังผ่อนไม่เสร็จ รถคันเก่าก็เสียบ่อย คอมฯก็ยังติดไวรัสอยู่ ผ้าที่แช่ไว้เมื่อเช้าก็ยังไม่ได้ซัก งานแต่งงานลูกชายเพื่อนวันมะรืนนี้จะชวนใครไปบ้าง จะทำประกันชีวิตดีไหม ?.... ฯลฯ ซึ่งเครื่องกังวลตามที่ว่านี้ ก็จัดว่าเป็นชื่อของกิเลสได้เช่นเดียวกัน...
ดังนั้น เมื่อไม่มีความกังวล (ตามอย่างคนทั่วไป มิใช่อริยเจ้า) ก็ต้องเพ่งถึง ที่ไม่มีน้ำ (อโนกะ) จากความเป็นอยู่ปัจจุบันซึ่งจัดเป็น ที่มีน้ำ (โอกะ) แล้วก็พยายามละกามทั้งหลาย... นี้คือประเด็นแรก
คำว่า กาม แปลว่า ใคร่ ต้องการ ปรารถนา ชอบ .... ซึ่งโดยทั่วไปก็อาจมีความหมายเป็นกลางๆ ตามตัว เช่น สิกขกาโม ผู้ใคร่ในการศึกษา ธมฺมกาโม ผู้ใคร่ในธรรม ฯลฯ... แต่บางครั้งก็จัดเป็นชื่อของกิเลส ซึ่งในคาถานี้ก็จัดเป็นชื่อของกิเลสเช่นเดียวกัน...
ในที่นี้หมายถึง กาม ๒ จำพวก ได้แก่ วัตถุกาม กล่าวคือ รูป เสียง กลิ่น รส... และ กิเลสกาม กล่าวคือ ความกำหนัด ความยินดี ความพอใจ.... ซึ่งประเด็นนี้ ค้นหาอ่านในอินเทอร์เน็ตได้ไม่ยาก หรือสำหรับผู้สนใจก็ลองอ่านพระไตรปิฏกเรื่องนี้ได้ ที่นี้
ประเด็นนี้ เป็นการขยายความว่า ละธรรมดำ ก็คือ ละกามทั้งสองจำพวกนี้เอง
.............
พึงปรารถนาซึ่งความยินดียิ่งในวิเวก คำว่า วิเวก แปลว่า ความเงียบ สงัด สงบ ปราศจากสิ่งรบกวน ซึ่งจำแนกได้เป็น ๓ จำพวก ได้แก่
- กายวิเวก คือ อยู่ในที่เงียบ สงบ ไม่มีคนหรือเสียงมารบกวน
- จิตตวิเวก คือ มีใจเงียบ สงบ ไม่ฟุ้งซ่านหรือวุ่นวาย
- อุปธิวิเวก คือ สงัดจากกิเลสต่างๆ ที่จะจรเข้ามารบกวนจิตใจ
คำอธิบายเบื้องต้น ก็คือ การอยู่ในที่เงียบสงัด ทำให้จิตใจพลอยเงียบสงบไปด้วย เมื่อบำเพ็ญเพียรทางใจก็อาจทำให้ใจสงัดจากกิเลสที่จะมารบกวนได้... แต่บางคนที่ฝึกจิตมาบ้าง แม้อยู่ในที่พลุกพล่านก็อาจมีใจสงบ... หรือในทางตรงข้าม บางคนแม้อยู่ในป่าลึก ไร้ผู้คน ก็อาจมีใจฟุ้งซ่าน... (ผู้สนใจอ่านพระไตรปิฏกเรื่องวิเวก... คลิกที่นี้)
ตามนัยนี้ บ่งชี้ว่า การเจริญธรรมขาว ควรเริ่มต้นที่วิเวกทั้งสามจำพวกนี้
.........
ทูระมัง แปลว่า ยินดีได้ยาก ซึ่งศัพท์นี้ พ่วงอยู่กับคำว่า ยัตถะ และ ตัตถะ ซึ่งนักเรียนบาลีเรียกกันว่า ประโยค ย.ต. (สังกรประโยค หรือ complex sentence) ซึ่งค่อนข้างจะแปลยากสำหรับผู้แรกเรียนบาลีเสมอ...
คำว่า ยินดีได้ยาก อาจสะท้อนถึงว่า การยินดีในวิเวก ซึ่งเป็นการเริ่มต้นในการเจริญธรรมขาวทำนองนี้ มิใช่เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ดังนั้น จึงเป็นการย้ำว่า เป็นสิ่งที่ยินดีได้ยาก นั่นคือ ทำได้ยากนั่นเอง....
อนึ่ง การยินดีในวิเวกก็คือการเริ่มต้นเจริญธรรมขาว ควรจะเป็นไปอย่างไรนั้น มีเนื้อความอธิบายในคาถาต่อไป....