คงจะเป็นการปรับปรุงพัฒนาที่ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เพราะเป็นการพัฒนาด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่ได้ทำไปด้วยอารมณ์แบบแต่ก่อนตอนที่ “เสียงข้างใน” พูดอยู่เสมอว่า “รับไม่ได้”

คำเฉลยของคำถามนี้คงมีมากมายหลายคำตอบ แต่ที่ผมตั้งใจจะสื่อกับท่านในบันทึกนี้ก็คือสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากบันทึกที่แล้ว

อะไรเอ่ย . . . พูดง่ายแต่ทำยาก? คำตอบสำหรับวันนี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า การยอมรับ ครับ การยอมรับทุกอย่างตามที่เห็น . . . ยอมรับทุกอย่างตามที่มันเป็น (เกิดขึ้น) ประเด็นนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ คาใจ ผมมานานแล้ว เพราะแต่ก่อนพอพูดคำว่า การยอมรับ มันทำให้ผมเข้าใจไปว่า ถ้าเช่นนั้นก็คง ไม่เกิดการพัฒนา ไม่มีการปรับปรุงใดๆ . . . มาในตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกแล้วว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น !!

 

การยอมรับ หรือ “Acceptance” ตามความเข้าใจของผมในตอนนี้เป็นการยอมรับในสิ่งที่เห็น ในสิ่งที่เป็นตามที่มันเป็นอย่างแท้จริง จะพูดว่าเห็นและยอมรับใน เนื้อแท้ ของมันก็ได้ ส่วนประเด็นที่ว่าอยากจะพัฒนา อยากจะ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็ว่ากันไปไม่ได้มีอะไรมาปิดกั้นไว้ไม่ให้ทำ และก็คงจะเป็นการปรับปรุงพัฒนาที่ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เพราะเป็นการพัฒนาด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่ได้ทำไปด้วยอารมณ์แบบแต่ก่อนตอนที่ เสียงข้างใน พูดอยู่เสมอว่า รับไม่ได้

 

ผมคิดเอาเองว่า การยอมรับ ที่ว่านี้ แท้ที่จริงแล้วก็คือสิ่งที่ท่านอาจารย์พุทธทาสพร่ำสอนเรื่อง ตถตา หรือ ตถาตา ซึ่งแปลว่า ความเป็นเช่นนั้นเอง ท่านสอนให้เรามองทุกอย่างเป็นธรรมะ คือเห็นความเป็นเช่นนั้นของมัน ท่านไม่ได้บอกว่าอย่าพัฒนาอย่าปรับปรุง เพราะการที่เราไม่พัฒนาไม่ทำอะไรอาจจะเข้าข่ายว่าเรากำลัง ประมาท อยู่ก็ได้

 

ช่วงนี้ผมกำลังฝึก ยอมรับ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ฝึกการเห็น ตถาตา ฝึกการเห็น ความเป็นเช่นนั้นเอง ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาทั้งที่บ้านและที่ทำงาน . . . โดยต้องพยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ต้องอย่าไปคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยาก เพราะตามหลัก “The Secret” ที่ย้ำชัดเจนว่า ถ้าเราคิดหรือพูดสิ่งใดเราก็ยอมจะได้สิ่งนั้น . . . ตกลงหัวข้อของบันทึกนี้คงต้องเปลี่ยนใหม่ (ในใจ) ว่า การยอมรับเป็นเรื่องที่ทำง่ายและทำได้ทุกๆ วัน