ตัวเมืองมุกดาหาร ได้ก้าวเข้าสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยว ทั้งเป็นเมืองต้นทางก่อนข้ามไปลาวและเวียตนาม และเป็นเมืองปลายทางที่มาเที่ยวตลาดอินโดจีนและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของจังหวัด หากเทศบาลและจังหวัดไม่ตั้งตัวดีดี คิดให้รอบด้าน ไปศึกษาประสบการณ์จากที่อื่นๆมาต่อยอดความรู้ เตรียมรับมือให้เหมาะสม มุกดาหารก็จะคงรักษาความเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เป็นเมืองที่น่าอยู่ต่อไปได้

อย่าเพิ่งงง ชื่อเรื่อง ความจริงก็คือ มุกดาหารในเดือนมีนาคมปี 2551 เดือนที่ผมกลับมาเริ่มงานอีกครั้ง หลังจากที่ห่างไปตั้งแต่เดือน ธันวาคม 50

 

สิ่งแรกที่คิดถึงคือไปกราบศาลเจ้าแม่สองนางที่ริมแม่น้ำโขง และพระประธานวัดศรีมงคล ซึ่งเป็นวัดโบราณคู่เมืองมุกดาหาร และไปดูที่ตลาดอินโดจีนดูแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับแขวงสะหวันนะเขตของ สปป.ลาว รูปข้างล่างนี้ถ่ายมานานแล้วบนวัดมโนรมณ์บรรพต ซึ่งอยู่บนภูเขาสูงด้านทิศใต้ของตัวเมือง

 

 

หอสูงโด่เด่ด้านขวามือของรูปนั่นคือ หอแก้วซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมืองมุกดาหาร และเป็นหอชมเมือง ท่านที่มาเที่ยวอย่าพลาดแห่งนี้เชียว มิเช่นนั้นจะมาไม่ถึงเมืองมุกฯ  ไกลลิบๆส่วนบนที่ขวางแม่น้ำโขงนั่นคือสะพานมิตรภาพแห่งที่สอง ซึ่งปัจจุบันการจราจรเริ่มถี่มากขึ้นครับ

 

 

 

  

แม้ว่าจะมีสะพาน แต่การคมนาคมแบบเดิมทางเรือยังคงมีอยู่ แต่เป็นการขนส่งสินค้ามากกว่าการขนส่งคน เพราะคนนิยมข้ามไปมาทางรถผ่านสะพานมากกว่าครับ

 

 

 

 

ความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวมาเมืองมุกฯนั้นมากขึ้นทุกวัน เพราะสะพานที่ง่ายต่อการที่นักท่องเที่ยวจะนั่งรถไปเที่ยวแขวงสะหวันนะเขตสักครึ่งค่อนวันแล้วก็กลับมานอนเมืองมุกฯสักคืนหนึ่ง เช้าก็ไปเที่ยวตลาดอินโดจีนริมแม่น้ำโขง ก็เหมือนๆที่จังหวัดหนองคาย นครพนมนั่นแหละครับ สินค้าจากเมืองจีน จากเวียตนาม จากสิงคโปร์ และส่วนมากจากเมืองไทยเรานี่แหละครับ ใครตาดีได้ตาร้ายเสีย

 

สะพานข้ามแม่น้ำโขงส่งผลต่อตัวผมด้วยอย่างไม่น่าเกี่ยวกัน

 

เมื่อปี 44 ผมมาอยู่เมืองมุกใหม่ๆ นักท่องเที่ยวมาก็เพื่อเที่ยวตลาดอินโดจีนเท่านั้น จึงไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าใดนัก โรงแรมใหญ่ๆ อย่างพลอยพาเลส เจ้าของเป็นคนท้องถิ่นซึ่งนักท่องเที่ยวและข้าราชการนิยมมาพัก แต่โรงแรมมุกดาหารแกรนด์ เป็นของพ่อค้าจากฉะเชิงเทรา เหงาหงอยมากๆ ผมจึงเช่าห้องพักรายเดือนในราคาที่ต่ำ และข้าราชการระดับหัวหน้าส่วนของจังหวัด ที่เบิกค่าที่พักได้ ก็จะมาพักเช่ารายเดือนที่นี่กัน

 

เมื่อมีกลุ่มทัวร์มาเที่ยวมากขึ้น นักท่องเที่ยวล้นจากพลอยพาเลส ก็จะไปพักกันที่มุกดาหารแกรนด์  

 

สมัยก่อนนั้น โรงแรมแกรนด์ มีผู้จัดการ เข้า-ออก นับไม่ถ้วน ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่บอกว่า ขืนอยู่ต่อไปวิชาชีพเขาหดจู๋แน่  เพราะไม่ค่อยมีแขกมาพัก ความรู้ที่ฝึกปรือมา ส่งคืนครูบาอาจารย์หมด ??  หลายครั้งทั้งโรงแรมมีรถผมจอดอยู่คันเดียวครับ  พนักงานหน้าจ๋อยๆ

 

 

รูปนี้เป็นโรงแรมพลอยพาเลส ซึ่งโรงแรมแกรนด์ก็ใหญ่โตเท่านี้

 

ตั้งแต่สะพานเกิดขึ้นเริ่มมีทัวร์มาหนาตาขึ้น ผมสังเกตมักจะเป็นกลุ่มเทศบาลต่างๆพาชาวบ้านมาเที่ยวกัน 6-7 คันรถทัวร์ กลุ่ม อบต. อบจ. ครู ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีงบประมาณ ต่างทยอยกันมามากขึ้นเรื่อยๆ โรงแรมแห่งนี้วิ่งวุ่นไปหมด เพราะเป็นเด็กฝึกใหม่  นานวันเข้าก็มีมืออาชีพเข้ามา 

 

ก่อนผมออกจากที่นี่เมื่อเดือน พฤศจิกายน ราคาค่าเช่าห้องรายเดือนคือ ห้าพันบาท ผมได้รับจดหมายจากเจ้าของโรงแรมว่าจะขอขึ้นค่าเช่าห้องเป็นเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ในปี 2551 ก็พอดีแหละผมหมดสัญญางานพอดี

 

วันที่ผมกลับมามุกฯอีกครั้งผมตระเวนหาที่พัก พบว่ามีโรงแรมใหม่ๆเกิดขึ้นมาก เป็นขนาด 30-60 เตียง ซึ่งถือว่าขนาดเล็ก ราคาค่าห้องตั้งแต่ 350-600 บาท 2-3 แห่งมีบริการ Internet free ทั้งที่โรงแรมชั้นหนึ่งไม่มี หรือมีแต่ไม่ฟรี..?  ผมพยายามหาห้องพักรายเดือน พบว่าส่วนใหญ่ต้องการเปิดเช่ารายวัน ไม่รับรายเดือน เพราะมีนักท่องเที่ยวมามากขึ้น รับแขกรายวันได้เงินมากกว่า

 

ผมไม่ชอบบ้านเช่าเพราะใหญ่โตเกินไป หรือไม่มีอะไรเลยต้องหอบเครื่องใช้ต่างๆมาใส่ซึ่งผมไม่ชอบเป็นบ้าหอบฟาง ชอบแบบง่ายๆ หิ้วกระเป๋ามาเข้าพักได้เลย และอยู่ไปเป็นปีปี

 

ผมตระเวนไปดูที่พัก อีก 3 แห่ง ต่างไม่รับรายเดือน.. ผมเลยคิดว่าลองสอบถามโรงแรมแกรนด์อีกครั้งในฐานะที่เราพักที่นั่นมา 4 ปี จะคิดราคาพิเศษให้บ้างไหม ผมทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ผู้จัดการฝ่ายขายเอาไปปรึกษากับเจ้าของโรงแรม  อีกสามชั่วโมงผ่านไปผมได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการว่า หากจะพักรายเดือนก็รับได้ค่ะ  แต่ราคาเป็นสองหมื่นบาทต่อเดือนค่ะ ... ??..!!

 

ตัวเมืองมุกดาหาร ได้ก้าวเข้าสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยว  ทั้งเป็นเมืองต้นทางก่อนข้ามไปลาวและเวียตนาม และเป็นเมืองปลายทางที่มาเที่ยวตลาดอินโดจีนและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของจังหวัด หากเทศบาลและจังหวัดไม่ตั้งตัวดีดี คิดให้รอบด้าน ไปศึกษาประสบการณ์จากที่อื่นๆมาต่อยอดความรู้ เตรียมรับมือให้เหมาะสม มุกดาหารก็จะคงรักษาความเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เป็นเมืองที่น่าอยู่ต่อไปได้

 

ตรงข้ามหากจัดการไม่ดี ปัญหาทุกด้านจะตามมา เพราะมันมาพร้อมกับคนต่างถิ่น และความกระหายในเงินตราของกลุ่มพ่อค้านั่นเอง...    

 

 

 

เอาดอกพวงชมพูสวยๆมาฝากครับ