เกิดมาผมก็เพิ่งเคยเจอนี่แหละ
ที่มีหน่วยราชการ สั่งให้ผมเอาเงินตัวเองไปอบรมชาวบ้านอย่างนั้นอย่างนี้ !
สั่งให้ผม ทำสิ่งที่ถูกที่ควรก็ไปอย่าง
แต่นี่ มาสั่งให้ผมควักเงินส่วนตัว ไปทำเรื่องมักง่ายและค่อนไปทางโง่!!
เงินผมไม่ได้หาง่ายๆนะครับ
เงินเดือนผมก็ไม่มี
งบประมาณก็ไม่มีใครส่งมาให้ผลาญเล่น
แม่ยายก็ไม่มีมรดกให้
เงินผมไม่ได้มีไว้เพื่อทำเรื่องดัดจริต
ถามว่าผมทำอะไร
ทำเรื่องการจัดการความรู้ ครับ
ดำเนินการกับโครงการนี้อย่างไร?
ประสานงานบริษัทปูนซิเมนต์ไทยที่ส่งพนักงานมาอบรม สร้างอาคารรองรับโครงการนี้ ราคา1,000,000 บาท ปัจจุบันค่าน้ำ ค่าไฟ ผมควักสมทบอยู่แล้ว การปรับปรุงระบบไฟฟ้า30,000 บาทก็ควักไปแล้ว การที่ทะลึ่งมาสั่งให้ผมอบรมบ้าๆบอๆ ควรตรวจสอบสติกันหน่อย
ถ้าเป็นเรื่องการจัดการสิ่งที่โง่ทั้งปีทั้งชาติ ผมพยายามเลี่ยง ครับ!
ถามหน่อย
มีเจ้าที่กระทรวงไอซีทีซักกี่คน ที่ควักเงินตัวเองมาอบรมชาวบ้าน เหมือนที่สั่งให้ชาวบ้านทำอยู่เดี๋ยวนี้!!
เรื่องนี้โต้กันไปก็เท่านั้น มันต้องพิสูจน์ นัดมาเลย จะเกณฑ์ชาวบ้านมาให้อบรม เอาวันละ20คน ใช่ไหม? แล้วกระทรวงICTเอาอาจารย์มหาวิทยาลัยที่รับจ๊อบอบรมคอมพิวเตอร์ในโครงการมาสอนให้เราดู ดีหรือไม่ดี จะให้คนกลางชาวBlogger และสื่อมวลชน มาเป็นประจักษ์พยาน เราถึงจะประเมินได้ว่า วิธีที่กระทรวงฯเสนอให้ศูนย์ฯควักเงินตัวเองอบรมชาวบ้าน100คน ภายใต้วิทยากรของกระทรวงฯจัดหาให้นั้นเป็นฉันใด
ใครกันแน่ที่ไม่มีเหตุผล
มหาชีวาลัยอีสานตั้งอยู่ในป่า ห่างไกลเสาโทรคมนาคม แม้แต่ระบบโทรศัพท์สัญญาณอ่อนมาก โทรได้บ้างไม่ได้บ้าง (ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกันหรือเปล่ากับระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ท) ที่นี่ฝนตก ลมพัดแรง การไฟฟ้าฯติดตั้งตัดสัญญาณอัตโนมัติ เพียงฝนตกลมกระโชกหรือหมาเห่าดังไฟฟ้าก็ดับแล้ว โครงการฯนี้ไม่มีเครื่องสำรองไฟให้ การใช้คอมพิวเตอร์ของICT จึงประสบเหตุข้อมูลหายอยู่เนืองๆ
เรื่องสุสานไอซีที มีผู้รู้ ผู้ชำนาญการ ผู้สนใจ ผู้สันทัดกรณี ลิ่วล้อ มาแนะนำให้ความเห็นในฐานะคนกลาง ล้วนเป็นแง่มุมที่ดีควรค่าแก่การศึกษาพิจารณา ผมเชื่อว่าโครงการไอซีทีชุมชนเป็นเรื่องที่ดี แต่กลไกการทำงานของแต่ละศูนย์มีข้อปลีกย่อยเฉพาะตัว ถ้าปล่อยให้เราดำเนินการเอง พิจารณาเลือกความเหมาะสมว่าจะใช้ประโยชน์จากเครื่องมือที่ได้รับนี้อย่างไร? จะไม่ดีกว่ารึครับ!
ที่ผ่านมา เราได้อบรมครู อาจารย์ นักศึกษา โดยBlogในเครือข่ายที่ชำนาญ ก็เห็นว่ามันไม่ง่ายเลย เราใช้เครื่องของICT.เป็นเครื่องมือในการสอนวิธีใช้อินเตอร์เน็ท ถ้าเปิดเครื่องพร้อมกัน จะใช้ได้3เครื่อง เครื่องอื่นก็ทำงาน แต่คนใช้นั่งใบ้กินรอๆๆ..
การมาตรวจว่าใช้ได้แล้ว20เครื่อง แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าถ้าใช้พร้อมกันสัก10เครื่องมันจะอืดเหมือนเดิมรึเปล่า สิ่งนี้ต้องพิสูจน์ ทราบว่าฝ่ายตรวจรับงาน จะมาดูวันที่28 บังเอิญว่าผมมีประชุมสภามหาวิทยาลัยช่วงเช้า ช่วงบ่าย จ.ส.100 เชิญไปเป็นวิทยากรที่สวนลุมพินี จึงขออนุญาตเลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่6-7เมษายน จะดีไหมครับ?
ผมยินดีมาก ที่เจ้าหน้าที่ICT. ลงมาดูข้อเท็จจริง ดีกว่าเอาแต่ชกลมอยู่ในห้องแอร์ ถ้าแก้ไขได้ดีเราก็ขอคาวระ แต่ถ้ามันยังไม่ดีอย่างที่คุยจะได้แก้ไขปัญหากันตรงๆ เรื่องการกล่าวอ้าง ว่าระบบที่นำมาใช้ในศูนย์ไอซีทีชุมชนนั้น ดีที่สุดกว่าทุกระบบหรือระบบอื่นๆ มันอาจจะเป็นได้ เพราะเรื่องสัญญาณมีรายละเอียดปลีกย่อย ด้านความแรงของสัญญาณ ธรรมชาติของภูมิศาสตร์ ร่วมทั้งเทคนิควิธี
(กรณีเรื่องระบบสัญญาณ มีตัวอย่างไปดูได้ในโรงเรียนชนบท ผู้บริหารฯต้องหาเงินไปซื้อบริการสัญญาณจากบริษัทเอกชน ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าระบบและอุปกรณ์ที่รัฐฯจัดหาให้ เท่าที่สังเกต ภาคธุรกิจเอกชนใช้ของไอพีสตาร์ ไปไหนผมสังเกต ที่สนามบินบุรีรัมย์ก็ใช้ไอพีสตาร์ ถามว่าทำไมถึงใช้ยี่ห้อนี้ เขาบอกว่าเจ้านี่แหละดีที่สุด จึงไม่รู้ว่าของICT.ดีกว่าจริงหรือขี้โม้!)
มหาชีวาลัยอีสานใช้บริการของICTและไอพีสตาร์ เห็นข้อเท็จจริงว่าของใครคล่องตัวดี ไม่ต้องรอนาน ไม่ล่มบ่อย เปรียบเทียบอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่มีเหตุผลที่จะไปกุข่าวหาเรื่องใคร? จะมาทึกทักเพียงว่าใช้ได้ทุกเครื่องคงไม่พอหรอก ควรพิจารณาว่ามีประสิทธิเทียบเท่า หรืออย่างน้อยก็ไม่แพ้ระบบอื่นที่นิยมใช้ทั่วไป
มันถึงจะสมอ้างที่ว่า ระบบสัญญาณที่ICTคัดสรรให้มาดีที่สุด
เมื่อวานนี้บริษัทโพเวลอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์จำกัด โทร:(662)641-4589 ซึ่งรับผิดชอบจัดหาอุปกรณ์ต่างๆมาติดตั้งในโครงการ ทราบปัญหาแล้วลงมาดูแลแก้ไข กรณีนี้ต้องขอบขอบคุณ2หนุ่มจากบริษัทฯ มาจัดการระบบสัญญาณให้ใหม่ ทราบว่าใช้อินเตอร์เน็ทได้ทุกเครื่องแล้ว ตะกี้นี้ก็ส่งอุปกรณ์มา 1 ห่อใหญ่ แกะดู อ๋อ เป็นป้ายที่ทำให้ถูกต้อง ชื่อโครงการICT.เมื่อก่อนเขียนเป็น ITC. ชื่นใจครับ ที่ยังเอาใจใส่ทำให้ถูกต้อง
เป็นธรรมชาติของหน่วยราชการประเทศไทย ถ้าใครไปแตะต้องไข่จงอาง จะหาทางแก้ตัวสู้หัวชนฝา เพื่อรักษาหน้าตนเองอย่างถึงที่สุด วัฒนธรรมราชการยอมรับข้อผิดพลาดไม่ได้ อะไรที่เป็นราชการต้องถูกหมด ดีหมด ระบบมันจึงซักกะตายอย่างที่เป็นอยู่ เรื่องนี้ก็เป็นที่เข้าใจได้ เพราะมีบทเรียนตัวอย่าง..เทกระจาดวัวพลาสติกจนหน้าแหกไปทั้งโลกมาแล้ว
เรื่องนี้เพิ่งยกที่2
อาจจะมีอีกหลายยก
เชิญท่านผู้รู้ติดตามและทยอยให้คำแนะนำ ด้วยความระทดระทวยใจ!! อิ อิ
สวัสดีเจ้าค่ะ พ่อครูบา
เป็นกำลังใจให้พ่อครูสู้ต่อไปเจ้าค่ะ คิคิ เห็นด้วยกับพ่อนึกเจ้าค่ะ อบรมพระเฉพาะตอนเย็นก็ได้ เพราะพระไม่ฉันข้าวเย็น คิคิ
เป็นกำลังใจให้และรักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ ------>น้องจิ ^_^
ไม่ทราบว่าท่านได้อ่านกฎ กติกา การเสนอตัวขอรับการสนับสนุนจาก ICT ก่อนหรือเปล่า ถ้ายังไม่เคยอ่าน ตามลิ้งค์ไปเลยจ้า
http://www.ccdkm.org/CCDKM/documents_thai/20071217/ICT_Telecenter_12_2007.pdf
ศูนย์ของท่านน่าจะเป็นปี 50 แต่ตามลิ้งค์เป็นของปี 51 แต่วัตถุประสงค์ และกฎกติกา มายาท ยังน่าจะเหมือนเดิม
เลยให้ย้อนกลับไปคิดว่า เอกสารเหล่านี้ท่านได้อ่าน และเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ ก่อนยื่นเอกสารขอรับการสนับสนุนบ้างหรือเปล่า
ถึงได้โกรธกระทรวงไอซีที หัวฟัดหัวเวี่ยง มา 2 กระทู้แล้ว
ด้วยความเคารพ
เมื่อ พ. 12 มี.ค. 2551 @ 18:35
573235 [ลบ]
พ่อขา ขนาดชื่อ -สกุล เขายังไม่กล้าเปิดเผย แล้วจะรับผิดชอบอะไรใหญ่ ๆ ได้หละคะพ่อ
ข้าราชการไทย ชาวบ้านคือพระเจ้า ทุกอย่างที่ทำต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของชาวบ้าน ผิดก้อยอมรับว่าผิด และรีบหาทางแก้ไข ส่วนปัญหาจะเริ่มต้นที่ใคร นั่นเอาไว้หาเหตุผลทีหลัง
จริงไหมค่ะ
เมื่อ พ. 12 มี.ค. 2551 @ 12:24
572826 [ลบ]
ขอวิเคราะห์จากมุมมองคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายใดนะคะ
1. ครูบาฯ ได้รับการทวงถามและขอทราบปัญหาในการไม่จัดอบรมตามขอบเขตดำเนินงานที่ทาง ICT
ปัญหา: เนื่องจากเครื่องที่ได้รับมาไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเข้าอินเตอร์เน็ตเพียงไม่กี่เครื่องระบบก็อืด ก็เลยทำไม่ได้ แจ้งไปแล้วที่กระทรวงแต่เงียบหาย ได้รับการบอกให้ไปติดต่อบริษัทผู้รับเหมา
ทางแก้: เช็คระบบอินเตอร์เน็ต เช็คฮาร์ดแวร์ ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายใดก็ควรมาจัดการรับผิดชอบก็ทำเสีย ทุกอย่างจะได้ดำเนินการต่อไปได้ ถ้าบริษัทติดตั้งอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน กระทรวงผู้เป็นต้นสัญญาจ้างก็ควรเป็นผู้ออกหน้า ไม่ใช่ให้ปลายทางเป็นผู้ไปติดต่อหาทางแก้เอง เพราะไม่มีอำนาจในการจัดการ
2. ครูบาฯ บอกว่าสเป็คเครื่องต่ำ ระบบจานดาวเทียมเป็นรุ่นเก่า หรือคุณภาพไม่ดี ทาง ICT บอกว่าดีเกินมาตรฐานราคากลาง
ปัญหา: เป็นเรื่องจริงตามคำกล่าวอ้างหรือไม่ ฝ่ายใดเกิดการเข้าใจผิด
ทางแก้:
- ICT ชี้แจงสเป็คเครื่อง พร้อมราคาที่บริษัทผู้รับเหมาเสนอมาให้ทางกระทรวงเพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ใจ ซึ่งควรทำเพราะเงินนั้นมาจากภาษีประชาชน ไม่ใช่ออกจากกระเป๋าเจ้าหน้าที่กระทรวงคนใด ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบได้
- ครูบาฯ ตรวจสอบสเป็คเครื่องตามที่ ICT ชี้แจง หากตรงก็ต้องหาทางแก้ไขวิธีอื่นจนกว่าจะใช้ได้เนื่องจากไม่เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ หากไม่ตรงก็ต้องแจ้ง ICT ว่าผู้รับเหมาส่งสินค้าต่างจากมาตรฐานที่ระบุไว้ หรือสุดท้ายหากตรงแต่ราคาไม่สมเหตุสมผลตามราคากลางของตลาดทาง ICT ก็ควรชี้แจงว่าเป็นเพราะสาเหตุใดจึงเลือกเงื่อนไขนี้ และผู้รับเหมารายนี้
3. ทางกระทรวงโดยคุณพุทธชาติ ชี้แจงว่าทาง ICT ไม่ได้รับการติดต่อ และพร้อมจะย้ายเครื่องหากไม่ต้องการ
ปัญหา: การสื่อสารขัดข้อง ฝ่ายทางครูบาฯ บอกแจ้ง ทางกระทรวงบอกไม่มีใครแจ้ง ครูบาฯ ใช้เครื่องไม่ได้ตามเป้าประสงค์ ทำงานไม่ได้ กระทรวงทวงถามว่าทำไมไม่ทำงาน พอทราบว่ามีปัญหา กระทรวงบอกว่าที่อื่นเขาปกติ ยกเครื่องกลับมั้ยถ้าบอกว่าใช้ไม่ได้ ครูบาฯ ใช้ไม่ได้ก็ไม่รู้จะตั้งไว้ทำไม
ทางแก้: ไม่ต้องสนใจแล้วว่าใครแจ้ง ใครไม่ได้รับแจ้ง ตอนนี้ทราบแล้วว่ามีปัญหา ใช้ไม่ได้จริง การยกเครื่องกลับไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา เพราะถ้าปัญหาไม่ได้ถูกแก้ที่ต้นเหตุจริงๆ ยกไปที่อื่นก็อาจเกิดเหตุการณ์เช่นเดิม แล้วที่นี่จะทำยังไง คิดจะย้ายก็ย้าย คิดจะตั้งก็ตั้ง ควรดูประชาชนเป็นศูนย์กลาง ศูนย์นี้เจตนาตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ แต่ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่ควรมาหาข้อถกเถียงกันว่า ของดี ของไม่ดี ใครผิด ใครถูก ควรร่วมกันดำเนินการแก้ไขด้วยกันทั้งสองฝ่าย การใช้บล็อกเป็นเครื่องมือในการตอบไปมาไม่แก้ปัญหา โทรศัพท์มี ลดฑิฐิโทรหากันได้ ใครโทรก่อนไม่ได้หมายความว่าคนนั้นผิด แต่เป็นผู้ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าเรื่องส่วนตัว
ไม่มี File นี้ให้ Download กรุณา ตรวจสอบ Link ใหม่อีกครั้ง
พอเข้าปลายหนาวต้นร้อน พายุใหญ่ก็มาพอดี
หลายท่านและผมเองมีข้อสรุปมานานแล้วว่า ระบบราชการไม่ทันสมัยเสียแล้วสำหรับการพัฒนาบ้านเมือง ที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยิ่งคนบางคนในระบบที่...ยิ่งทำร้ายประเทศชาติเสียจริงๆ
เวรกรรม.. ป้ายชื่อเบ่อเร่อเบ่อร่า ยังผิด ระวังคนจะเปลี่ยนชื่อ ICT เป็นอย่างอื่นไปนะ เอ้า ซิบอกเจ้า..โดยเฉพาะ ตัว I นี่น่ะ ไม่เชื่อลองถาม ดร.ขจิตดูซิ ..อิ.อิ..
มีหลายเรื่องที่ผมไม่แปลกใจเลยครับ
น่าสน และน่าแปลกใจ โครงการที่รัฐใช้วิธีประเมินนับหัวแบบนี้ระบาดไปทั่ว โครงการอ่านแล้วไม่น่าเชื่อว่าออกมาจากกระทรวงนี้ ลองเอาไปอ่านทบทวนทั้งกระทรวงดูจะรู้ว่า มนุษย์นินจาที่ตอบมาจะทำได้ใหม อย่าอ้างข้างๆคูๆ พวกมองแต่วัตถุ ไม่รู้จิตใจคน
จะเป็นคนกลางเปิดเวทีเอาสื่อมวลชนมาด้วยดีใหม ใครต้องการบอกมาจะจัดให้
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ
แต่... ถ้าใครพาดพิงพระคุณเจ้าเกินขอบเขต ระวังอาจโดนสวน.....
เจริญพร
ความรับผิดชอบคืออะไร
คนที่รับผิดชอบอยู่ตรงไหน
คนที่กินเงินเดือนภาษีประชาชนทำได้แค่นี้ รับชอบอย่างเดียว ปัญหาอยู่ตรงไหน ก็ไม่สนใจ ปัดว่า "ไม่ทราบว่าท่านได้อ่านกฎ กติกา การเสนอตัวขอรับการสนับสนุนจาก ICT ก่อนหรือเปล่า"
ทำให้เข้าใจว่าคนใน ICT เป็นมนุษย์ไขลาน จุดประสงค์และเป้าหมายโครงการเป็นอย่างไร ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่เข้าใจ
การแก้ปัญหา ใช้ไม่ได้ ทำความเข้าใจกับปัญหาไม่ได้ จุดเกิดเหตุไม่เข้าไปสำรวจ แต่มาปัดความรับผิดชอบให้พ้นๆ ไม่ทำความเข้าใจกับผู้ใช้สอย แล้วยังออกมาโต้ตอบในวงนอก
ฐานะพวกคุณคืออะไร บทบาทมากน้อยแค่ไหน กำลังผลักดันอะไร จุดประสงค์เช่นไร
ถ้าทำได้แค่ไปวันๆ แก้ปัญหาไม่ได้ รับผิดชอบไม่เป็น เงียบๆเถิดครับ
หรือว่ามีปัญหากับผลประโยชน์บางอย่างก็บอกมา พูดมาตรงๆ
ท่านครูบาคะ
บทความจากออต
http://gotoknow.org/blog/thaiphon/170580
พ่อขา
ขอมาแจ้งข้อมูลจาก สุสาน ICT. ที่หนิงได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น ว่า ...เครื่องของลูกๆ DSS ที่นี่ spec สูงกว่านั้น
หนิงขออนุญาตเปิดเผยข้อมูลราชการ
ดังนี้นะคะ ได้โปรดอย่ามองว่าเราไม่ตามรอยเศรฐกิจพอเพียงนะคะ เพราะการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเตอร์ของคนที่มองไม่เห็นจะต้อง ใช้งานโปรแกรมช่วยพร้อมๆกันหลายตัว จึงต้อง spec สูงนิดๆ แต่เราพยายามจัดหาในราคาถูกนะคะ
เครื่องที่ 1-2 ปลายปี 2548 ได้รับสนับสนุนเครื่องเก่าจากห้องบริการคอมพิวเตอร์ค่ะ
ถ้าจำไม่ผิด Celeron /Ram 128 mb/HDD 20Gb/ on board จอธรรมดา 14 นิ้วค่ะ ตอนนี้ตั้งโชว์ไว้ เพราะบูธไม่ขึ้นแล้วแต่ไม่ทิ้งนะคะ ตั้งใจเก็บไว้เป็นของรักของหวง เครื่องประเดิม สมัยริเริ่มไงคะ
เครื่องที่ 3-4 (จำนวน 2 เครื่อง)
ได้รับการสนับสนุนจาก บ.lifeaborad group.จำกัด เมื่อ มีนาคม 2549 เท่าที่คุยกันทราบว่าราคา ประมาณ 23,000 บาท /เครื่อง จอแบน 15 นิ้ว
Main Board
Celeron 2.53 GHz
Ram
512 mb
Harddisk
80 GB
Display
Realtek AC97 Audio
Sound
On Board
เครื่องที่ 5-6 (จำนวน 2 เครื่อง)
งบอุดหนุนการจัดตั้งศูนย์บริการนิสิตพิการ จาก สกอ.ปี 2549 หนิงจัดซื้อที่ราคา 22,000 บาท/ เครื่อง จอ LCD 15 นิ้วมีลำโพง
Main Board
Pentium 4 2.8 GHz
Ram
512 mb
Harddisk
80 GB
Display
ATI Radeon x300/x550/x1050
Sound
On Board
เครื่องที่ 7 – 10 (จำนวน 4 เครื่อง)
ได้รับการสนับสนุนจาก บ.คลองหลวงเมืองใหม่ กันยายน 2550 หนิงไปร่วมซื้อและรับของที่เซียร์ รังสิต กทม. จอ LCD 15นิ้ว ไม่มีลำโพง เห็นราคา รวม 100,400 บาท รวม Handydrive 1Gb อีก 2 ตัวค่ะค่ะ
Main Board
Pentium D 2.66 GHz
Ram
1 GB
Harddisk
80 GB
Display
ATI Rade on 9550/X1050
Sound
SB Live Audio (E400)
เครื่องที่ 11-12 (จำนวน 2 เครื่อง)
งบอุดหนุนการพัฒนาการศึกษาผู้พิการ จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 2550 กองกิจการนิสิตจัดซื้อ สิงหาคม 2550 ราคา 25,000 บาท /เครื่อง จอ LCD 17 นิ้วมีลำโพง
Main Board
Dual Core 1.86 GHz
Ram
1 GB
Harddisk
160 GB
Display
ATI Rade on 9550/X1050
Sound
Sound Blaster 5.1
เครื่องที่ 13-14 (จำนวน 2 เครื่อง)
เป็นเครื่องติดตั้งประจำห้องบันทึกหนังสือเสียง งบสนับสนุนการจัดการศึกษาผู้พิการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 2550 ค่ะ กองกิจการนิสิตจัดซื้อให้ค่ะ ราคารวมๆกับห้องบันทึกเสียง 2 ห้องแฝดติดกัน อยู่ที่ 2 แสนอ่ะค่ะ เข้าใจว่าราคาคอมพิวเตอร์อยู่ที่ประมาณเครื่องละ 18,900 บาท อันนี้ก็จอ LCD 17 นิ้ว ไม่มีลำโพงค่ะ
Main Board
Pentium 4 3.00 GHz
Ram
512 MB
Harddisk
250 GB
Display
On Board
Sound
Creative รุ่น Audigy Value
สรุปใน 14 เครื่องใช้งานได้จริง 12 เครื่อง
ให้บริการเด็กๆ 7 เครื่อง เจ้าหน้าที่ 3 เครื่อง แต่กรณีเด็กมาเยอะ เราให้เด็กได้ใช้หมดค่ะ
อิอิ เจ้าหน้าที่แอบหาข้ออ้างอู้งาน
ส่วนเครื่องในห้องบันทึกเสียงไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ท ไม่ค่อยมีใครชอบใช้ อิอิ ตั้งใจเอาไว้เพื่องานบันทึกเสียงจริงๆค่ะ