ชื่อเรื่อง การพัฒนาชุดฝึกอบรมครูในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ด้วยโปรแกรม CAI EZ 2000
ผู้รายงาน สุภัค เพลงสา
ปีที่พิมพ์ 2551
บทคัดย่อ
รายงานการพัฒนาชุดฝึกอบรมครูในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยโปรแกรม CAI EZ2000 ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ของการรายงานเพื่อ 1) รายงานผลการพัฒนาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมครูในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยโปรแกรม CAI EZ 2000 2) ศึกษาความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมที่มีต่อชุดฝึกอบรมครูในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยโปรแกรม CAI EZ 2000 3) รายงานผลการผลิตและการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของครูที่ผ่านการฝึกอบรม 4) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนจากการจัด การเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของครูที่ผ่านการฝึกอบรม5) ศึกษา
ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาครั้งนี้ได้แก่ 1) ครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
อุดรธานี เขต 1 ที่สมัครใจเข้ารับการอบรม จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีการจับสลาก 2) นักเรียนของครูที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 150 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเป็นระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาประกอบด้วย 1) ชุดฝึกอบรม 2) แบบทดสอบวัดความรู้ ความเข้าใจของผู้เข้ารับการอบรม 3) แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรม
4) แบบสอบถามครูในการผลิตและนำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปใช้ 5) แบบประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 6) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I) ค่าเฉลี่ย และ
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการพัฒนาสรุปได้ดังนี้
1) ประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมครูในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยโปรแกรม CAI EZ 2000 เท่ากับ 82.07/83.44 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 และค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.76 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 0.50 ขึ้นไป
2) ความคิดเห็นของครูมีต่อชุดฝึกอบรมครูในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยโปรแกรม CAI EZ 2000 ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก พิจารณารายข้อ ข้อที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ มากที่สุด มีจำนวน 3 ข้อ อีก 7 ข้อ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ มาก ข้อที่มีระดับความคิดเห็นเฉลี่ยสูงสุด คือ ชุดฝึกอบรมอำนวยความสะดวกและมีประโยชน์ต่อการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน รองลงมาคือ เนื้อหาและกิจกรรมในชุดฝึกอบรมมีประโยชน์ต่อการนำไปผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และชุดฝึกอบรมมีความสำคัญและตรงตามความต้องการของผู้เข้ารับการอบรม ตามลำดับ
3) ครูผลิตและนำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปใช้ พบว่ามีการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในช่วงชั้นที่ 1-3 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ยกเว้น สาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระการเรียนรู้ที่ผลิตมากที่สุดมีจำนวนเท่ากัน คือ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระการเรียนรู้ภาษาไทย และสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สาระ การเรียนรู้ที่ผลิตน้อยที่สุด คือ สาระภาษาต่างประเทศ และครูนำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนไปใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอน สื่อแทนครู สื่อเสริมให้กับนักเรียน และให้นักเรียนได้ศึกษาด้วยตนเอง
4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของครู โดยภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และคะแนนเฉลี่ยการพัฒนามีค่าเป็นบวก และเมื่อพิจารณาในแต่ละบทเรียนพบว่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และคะแนนเฉลี่ยการพัฒนามีค่าเป็นบวกทุกบทเรียน
5) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พบว่านักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของครู มีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด พิจารณารายข้อ ข้อที่มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก มีจำนวน 1 ข้อ อีก 11 ข้อ มีความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด ข้อที่มีระดับความพึงพอใจเฉลี่ยสูงสุด คือ ได้ฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์อย่างมั่นใจ รองลงมาคือ นักเรียนมีโอกาสได้ทราบผลคะแนนทันที และบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทำให้ประสบความสำเร็จได้ดี ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านมีค่าเฉลี่ยในระดับมากที่สุด และด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านสื่อ อุปกรณ์ในการจัดการเรียนรู้ รองลงมาคือด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านการวัดผลประเมิน และด้านเนื้อหา ตามลำดับ
การพัฒนาชุดฝึกอบรมครั้งนี้ ได้ชุดฝึกอบรมครูในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนด้วยโปรแกรม CAI EZ2000 ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเป็นเครื่องมือที่นำไปใช้ในการพัฒนาครูเพื่อผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์การฝึกอบรมได้เป็นอย่างดีต่อไป
มาแสดงความยินดีกับการพัฒนางานค่ะ
ได้เลื่อนวิทยฐานะแน่นอน...have a good time