ตุงสามหางใช้นำหน้าศพไปป่าช้าเพื่อเตือนสติให้คนไม่ประมาทในการดำรงชีวิต

ช่วงนี้ไม่มีเวลาอยู่หน้าจอมากนักเพราะเขาให้เดินสายไปอบรมเกี่ยวกับซะป๊ะ(สรรพะ)อย่างที่ต้องใช้ชีวิตในราชการตั้งแต่เชียงรายยัน กทม.  ต้องขอสุมา(ขมา/อภัย)สมาชิกที่เคารพที่ตอบคำถามช้าไปซักกะหน่อยเน้อ..

มีคนหลายคนถามมาว่าจากเรื่องตุงแดงแล้วมีตุงอะไรเกี่ยวกับผีๆ ในล้านนาอีก  เพื่อสนองเจตนาสงสัยก็เลยเอาเรื่องของตุงสามหางมาเล่าเป็นเรื่องเป็นราว  โดยเฉพาะเยาวชนจะได้เอาไปรายงานครู แลกเอาคะแนน  ส่วนครู(บางคน)ก็เก็บเอาเรื่องตุงไปทำผลงานต่อก็ไม่ว่ากัน

ตุงสามหางเป็นตุงที่ใช้ในงานอวมังกะละ(มงคล)หรืองานศพ  ผู้คนล้านนามีความเชื่อเกี่ยวกับตุงสามหางด้วยว่าเป็นตุงที่ทำให้วิญญาณผู้ตายได้ไปสู่สวรรค์เพราะเชื่อกันว่าตุงสามหางเหมือนดั่งธงในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เมื่อนำมาถือนำหน้าศพไปสู่ป่าช้าก็เหมือนดั่งนำเอาดวงวิญญาณผู้ตายไปสู่สวรรค์นั่นเอง

ตุงสามหางต้องทำด้วยผ้าสีขาวผ่องใส ส่วนวิธีการทำมีข้อแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น  บางแห่งมีการตั้งขันครู ไหว้สาครูก่อนแล้วให้สะหล่า(ช่าง)เป็นผู้ทำ  บางแห่งอาจให้ปู่อาจารย์วัดเป็นผู้ทำ  เพราะเชื่อกันว่าตุงสามหางเป็นตุงอวมงคล  ผู้ทำต้องมีคาถาอาคมแก่กล้า  หรือต้องเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับช่างทำตุงโดยเฉพาะ  เป็นต้น  เรื่องนี้มักขึ้นอยู่กับผู้คนแต่ละพื้นที่

เมื่อได้ผ้าขาวมาแล้ว บางตำราให้กะแบ่งเป็นสี่ส่วน  ตัดทำเป็นตัวตุงหนึ่งส่วน  ตัวตุงสองส่วน และหางตุงอีกหนึ่งส่วน  รูปร่างลักษณะตุงสามหางให้ตัดแต่งคล้ายรูปลักษณะของคน โดยส่วนบนตัดแต่งเป็นศีรษะ อาจแต่งเป็นแหลมหรือมนโค้งแล้วแต่สะหล่า(ช่าง)จะทำกัน  ส่วนตัวตุงตัดแต่งโค้งเว้าคล้ายแอว(เอว)คน และส่วนล่างที่เป็นหางให้แบ่งออกเป็นสามส่วนตัดแบ่งออกเป็นสามหางให้สวยงาม ก็จะได้ตุงสามหาง  ส่วนการตกแต่งอาจนำผ้า ด้ายกระดาษ อะไรๆก็ได้ นำมาติดขลิบริมขอบให้สวยงาม  ส่วนข้างบนที่หัวตุงจะเขียนชื่อ   วันเดือนปีเกิด วันที่เสียชีวิตติดแปะไว้ให้ผู้คนได้อ่าน เป็นข้อมูลให้ทราบว่าผู้ตายชื่ออะไร ชาตะ(เกิด)วันใดปีใด   มตะ(ตาย)วันใดปีใด  อายุรวมกี่ปี  ผู้ที่ไปงานศพก็จะได้ทราบข้อมูลผู้ตายอย่างย่อได้    การใช้ตุงสามหางจะให้คนแบกนำหน้าขบวนศพไปสู่ป่าช้า 

ช้อน่าสังเกตเกี่ยวกับผู้แบกตุงสามหาง  หากท่านไปงานศพลองสังเกตดูให้ดีๆจะพบว่าผุ้ที่แบกตุงสามมักเป็นคนที่ติดเหล้า   เป็นผู้ที่ยากจน  รูปร่างผอมกะหร่องหรือเป็นขี้หย้องหม่องแซเป็นคนยากไร้รับจ้างทั่วไป หรือเป็นคนมักไม่เต็มบาท  เพราะเชื่อกันว่าตุงสามหางเป็นตุงที่เกี่ยวกับผีๆ แม้แต่ลูกหลาน ญาติพี่น้องผู้ตายก็ไม่นิยมถือแบกนำหน้าศพผู้ตายซึ่งเป็นญาติหรือพ่อแม่    นานๆครั้งจึงจะเห็นญาติหรือเพื่อนผู้ใกล้ชิดผู้ตายจะมาแบกตุงสามหางนำหน้าศพ และจะรวบหางตุงมิให้ปลิว  เพราะผู้คนบางท้องถิ่นเชื่อกันว่าจะทำให้ดวงวิญญาณผู้ตายไม่ไปสู่สวรรค์  อย่างไรก็ตามยังมีข้อแตกต่างเรื่องของความเชื่อกันอยู่บ้างขึ้นอยู่กับท้องถิ่นและความเชื่อ

อาถรรพ์และความเชื่อเกี่ยวกับตุงสามหางมีมานานกล่าวคือเมื่อตุงสามหางนำศพไปถึงป่าช้าแล้วผู้ที่ถือพระคาถาหรือเล่นเกี่ยวกับยันต์  การปลุกเสกต่างๆมักจะตัดเอาตุงสามหางมาใช้ทำเสน่ห์ เท่าที่พบเห็นจากเรื่องลิลิตพระลอตอนที่ปู่เจ้าสมิงพรายเอาตุงสามหางทำเสน่ห์ให้พระลอหลงรักพระเพื่อนพระแพงว่า" ปู่ก็เอาธงสามชาย  รายยันต์มากกว่าเก่า  เขียนพระลอเจ้าอยู่กลาง  เขียนสองนางแนบสองข้าง  กอดเจ้าช้างรัดรึง  ชักทึงท้าวชวนเต้า.." จะเห็นว่าปู่เจ้าสมิงพรายเอาธงสามชาย(ตุงสามหาง)มาทำมนต์ในส่วนตัวลุงหนานตอนที่เป็นวัยรุ่นเรียนกับครูมวย ครูบอกให้เอาตุงสามหางมาทำผ้าพันมือเชื่อว่าจะชกคู่ต่อสู่หน้าแตก และแก้กันคาถาคู่ต่อสู้   ปรากฏว่า  เมื่อเอาหางตุงมาแล้วสอดซ่อนมิดในง่าไม้นอกบ้าน  หมามันเห่าหอนไม่หยุดจนผู้ใหญ่สงสัยว่าหมาทำไมเห่าต้นลำไยอยู่ทุกคืน   ลุงหนานจึงเอาตุงสามหางโยนทิ้งแม่น้ำปิงให้รู้แล้วรู้รอด หมาก็หยุดเห่าตราบทุกวันนี้(ล่วงมาแล้ว 48 ปีเน้อ)  ในบางท้องถิ่นอย่างที่ไปเก็บข้อมูลเมืองเจียงตุงบางบ้านเขาใช้ตุงสามหางปักไว้หน้าบ้านบอกว่าเป็นบ้านกำลังไว้ทุกข์หรือเฮือนเย็น(คือระยะเจ็ดวันหลังจากเอาศพไปเสีย)  ในบางท้องถิ่นก็เชื่อว่าตุงสามหางเป็นพระรัตนะตรัยคือพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์นำศพผู้ตายไปสวรรค์   ก็ขึ้นอยู่กับผู้คนแต่ละท้องถิ่นจะว่ากันไป  แต่ที่แน่ๆคือตุงสามหางเขาใช้กับงานศพหรืองานอวมังกะละเน้อหมู่เฮา