จงเอาปัญหาหรือความผิดพลาดมาตั้งเป็นโจทย์ เพราะปัญหามีไว้ให้เราแก้ และเราจะต้องพยายามแก้ให้ได้ ผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีคุณค่าอย่างยิ่ง และจงรู้จักแบ่งปันความรู้ หรือประโยชน์นั้นต่อคนอื่น ให้ได้มีโอกาสใช้ร่วมกัน เก่งคนเดียว..เหนื่อยคนเดียว..ทำให้คนอื่นเก่งด้วย..เราก็จะเหนื่อยน้อยลง

 ตั้งแต่ที่รพ.ได้นำเอาระบบ CR เข้ามาใช้พัฒนากระบวนการทำงานในแผนกเอกซเรย์ (18  มค. 2551) ทำให้มีการบ้านที่ต้องทำทุกวัน แต่โจทย์ซึ่งแก้ยากที่สุด เข้าใจยากที่สุด สร้างปัญหามากที่สุด ก็คือ คน เนื่องจาก คนเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนา ดังนั้นความสำเร็จหรือล้มเหลวจึงขึ้นอย๋กับคน ช่วงของการเปลี่ยนผ่าน เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากในการลดแรงต้าน ดังนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกต้องให้พวกเขาเหล่านั้นเกิดความรู้ และมีความเข้าใจที่ถูกต้อง กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ สังเกตและแนะนำเพื่อให้เกิดทักษะและความชำนาญ สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม พูดคุยกันมากขึ้น มีการชื่นชม ทำให้บุคคลากรในแผนกเห็นคุณค่าในตัวเอง และปลดปล่อยพลังแห่งความคิด มีการแลกเปลี่ยนเรียนรุ้ และต่อยอดทางความคิด (ทำ KM แบบธรรมชาติ ) ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมาพบว่ามีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ

1.บุคคลากรทุกระดับในแผนกเอกซเรย์มีทัศนคติต่อระบบ CR ในทางที่ดีขึ้น ทุกคนพยายามพัฒนาศักยภาพตนเองขึ้น เมื่อประสบปัญหาจะหาทางแก้ไขร่วมกัน พูดคุยกันมากขึ้น ยอมรับความคิดเห็นกันมากขึ้น มีความสุขในการทำงาน

2.เกิดนวัตกรรมในการทำงาน เช่น มีการกำหนด และปรับปรุงรูปแบบ worklist ร่วมกับงาน IT มีการ Link HosXP เข้ากับ CR ทำให้ลดขั้นตอน และความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลคนไข้ แม้จะยังไม่สามารถลดระยะเวลารอคอยลงได้ ในระหว่างระบบ CR กับระบบเดิม ซึ่งต้องพัฒนาต่อไป แต่สิ่งที่ได้คือความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะไม่มีฟิล์มเสียเลย (ลดต้นทุนการผลิต ฟิล์ม 1 แผ่น = 35 บาท) เดิมสถิติฟิล์มเสียแต่ละเดือนจะอยู่ประมาณไม่เกิน 2 % ดังนั้นเรื่องระยะจึงเป็นเรื่องที่น่าจะยอมรับได้ เพราะอย่างน้อยก็ไม่เกินตัวชี้วัดในเรื่องระยะเวลาในการรอของคนไข้ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 15 นาที)

3.การใช้ประโยชน์จากแผ่นตะกั่วห่อฟิล์มเอกซเรย์ฟัน ซึ่งมีความเรียบและบาง(เข้าเครื่อง Scanได้) แต่มีความทึบรังสีสูง มาติดบนแผ่นรับแสง IP ใช้สัญญลักษณ์ ในการใส่เครื่องหมาย R หรือ L ให้ถูกต้อง(กรณีฉุกเฉินไม่ได้ใส่marker ก่อนการเอกซเรย์ ซึ่งไม่ว่าคนไข้จะอยู่ใน Position ใดก็ตาม ก็จะสามารถระบุข้างได้ถูกต้อง เนื่องจากบางorgan (เช่น Pelvis)ที่ข้างซ้าย - ขวา เหมือนกันทุกประการ anatomy ก็ไม่สามารถบอกข้างได้