มนุษย์เราจำเป็นต้องเลือกตลอดเวลา ตามระยะทางที่เดินไกลออกไป เงื่อนไขต่างๆถูกนำมาต่อรองเพื่อความสมดุลของเส้นทางเดินโค้งหน้า

ช่วงนี้ชีวิตอลหม่านพอสมควร  ทั้งภาระที่มีอยู่ทุกวี่วันอีกทั้งความคิดที่ดูลังเล เสมือนรถที่แล่นอยู่กลางถนนสี่แยกไฟแดงที่เสีย จะออกตัวก็ระวังรถตรงข้ามรวมซ้ายขวา ครั้นไม่ออกตัวก็ไม่ได้แล้วเพราะถนนโล่งเปิดทางให้ไป

มิตรสหายผมบอกผมเสมอว่า ผมชอบลังเล ไม่ค่อยตัดสินใจ...

ผมก็ว่าจริง ผมค่อนข้างเกรงใจคนรอบข้างเกินเหตุ ทางออกที่ทำบ่อยก็คือ ประนีประนอม หรือยืดหยุ่นให้พึงพอใจทุกฝ่าย ไม่ค่อยทำร้ายน้ำใจใคร บุคลิกแบบนี้ทำให้ความขัดแย้งลดลง แต่เพิ่มความขัดแย้งในใจตนมากขึ้น

เพราะผมเชื่อว่าสิ่งใดก็ตามที่ออกไปจากตัวเราผู้ที่อยู่รอบข้างจะได้รับสิ่งนั้น หากเป็นสิ่งที่ "ลบ" ก็เหมือนตอกตะปูลงบนเนื้อหัวใจ แม้จะถอนตะปูออกไป แต่รอยตะปูก็ยังคงอยู่ หากเป็นสิ่ง "บวก" อันเป็นความรัก คงามปรารถนาดี ความแช่มชื่นหัวใจ มีความสุข ประทับตรึงตราไม่เลือน ผมจึงละเอียดอ่อนกับเรื่องนี้มากกว่าเรื่องใดๆ

บ่อยครั้งที่ต้องมานั่งทบทวน แก้ไขปัญหาภายหลังทั้งๆที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

วันนี้มาถึงทางแยกของชีวิตที่จะต้องตัดสินใจ และการตัดสินใจครั้งนี้นั่นหมายถึง ทางเดินที่เลือกแล้ว และเราจะเดินอย่างมาดมั่น ผ่านเรื่องราวที่เป็นประสบการณ์มามากมาย ก็ต้องลุยกันต่อไป

ไม่มีอะไรต้องหวาดหวั่น พรั่นพรึงต่อไปแล้ว นอกจาก "ใจ"ของตัวเอง

ก่อนหน้านั้นผมเคยตัดสินใจเด็ดขาดมาครั้งหนึ่ง สร้างความประหลาดใจแก่คนรอบข้างมาก การหลุดออกไปจากวิถีชีวิตที่เคย วิถีชีวิตที่พร้อมแล้ว เป็นการตัดสินใจครั้งที่ยิ่งใหญ่...ตอนนั้นคิดเพียงว่า "เวลาที่น้อยลง" เรายังไม่ได้ทำในสิ่งที่เราต้องการเลย แล้วเราทำไมยังไม่ตัดสินใจอีกเล่า?

การต่อสู้ภายใจเริ่มขึ้น จิตหนึ่งผูกกับความคิดเดิมยากจะถอดถอน จิตหนึ่งใฝ่ฝันจะก้าวออกไปเพื่อให้หลุดพ้นและอิสระอย่างที่ใจคิด

อ่านหนังสือเล่มหนึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า " ...คุณจะพบกับความเป็นอิสระ เพียงให้เดินเข้าสู่ศูนย์กลางของชีวิต และตัดสินใจ"

ผมครุ่นคิดต่อในสมองมากมายหลังจากนั้น

ตกดึก...กลับต้องตื่นขึ้นมาฟังเสียงตัวเองอีกครั้ง ที่เขาทวงสัญญาเรื่อง "อิสระ"  ผมตกลงว่าผมเลือกฟังเสียงนั้น

จากนั้นผมก็ได้เดินทางไปตามฝันตามใจที่ร่ำร้อง

------------------------------------

"ถนนสายหนึ่งขรุขระ

เป็นหลุมเป็นบ่อ แต่ยิ่งเดิน

ยิ่งกว้างไกล อบอุ่น และมองเห็นอนาคต

ถนนสายหนึ่ง ราบเรียบ

อ่อนนุ่ม ยิ่งเดินยิ่งแคบ

ยิ่งสิ้นหวัง และจะตีบตันในที่สุด"

เราละ จะเดินบนเส้นทางใด

----------------------------------

ลิขิตอักษรข้างฝาที่พัก ที่ ภูชี้ฟ้า

๓๐ พ.ค.๔๙

 

วันนี้ผมได้เลือกอีกแล้ว...

มนุษย์เราจำเป็นต้องเลือกตลอดเวลา(เราเลือกเขา เขาเลือกเรา) ตามระยะทางที่เดินไกลออกไป เงื่อนไขต่างๆถูกนำมาต่อรองเพื่อความสมดุลของเส้นทางเดินโค้งหน้า

เพราะผมศรัทธาในตัวผมเอง

 

เมื่อต้องเลือกผมก็เลือก  และจะทำให้ดีที่สุด