วิชาสะกดรอยศาสตร์ สมัยก่อนชาวบ้านมีวิชาตามรอยควายที่โจรลักขโมยไป มาวันนี้ควายหนีไปเป็นลูกชิ้นหมดแล้ว แต่วิชาตามรอยก็ยังเอามาใช้ได้ การที่เราไปดูงานในที่ต่างๆ เราต้องสังเกต พิจารณา หาเหตุผลมาอธิบาย ว่าสิ่งที่เห็นมีความเป็นมาอย่างไร จุดดี จุดด้อย อยู่ตรงไหน

ปัญหาควายหายหมดไป มีปัญหาภูมิปัญญาหายมาแทน ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าไปดูงาน ได้คุยกัน พ่อไล บอกว่าผมก็ไปเรียนมาจากพ่อครูบา พวกเรามาดูงานก็จะเอาวิธีนี้ คือตามรอยจากพ่อไลอีกต่อหนึ่ง จะเอาภูมิปัญญาตามรอยควาย มาตามรอยความรู้

วิชาอุบอิบศาสตร์ พ่อใหญ่เล่าให้ฟังว่า..มานอนที่นี่ถึงไม่มีเวลาคุยกัน แต่ก็เข้าถึงเพราะมองเห็นพ่อครูบาตลอดเวลา เหมือนคนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน ทำให้พวกผมอบอุ่นใจ ไม่เหมือนไอ้พวกผ้าข้าวม้าคาดพุง ตอนหาเสียงมันมาเสนอหน้าอี๋อ๋อถึงบ้านช่อง แต่พอมันได้รับการคัดเลือก มีธุระไปหามัน ..ลูกน้องจะถลามากางกั้นบอกว่าท่านไม่ว่างเข้าไปไม่ได้ พ่อเจ็บใจมากไอ้พวกที่มารดาอบรมมาไม่ดี ไม่เหมือนชาวบ้านด้วยกัน มาตาก็รู้ใจ

วิชาวัดใจศาสตร์ ตั้งแต่เช้ามาแล้ว เราเรียนวิชาวัดใจศาสตร์ ผมบอกว่าที่เราคุยๆซักถามหรือไปดูงาน คิดว่าเป็นพื้นฐานให้ไปคิดไปทำพอสมควร แต่ปัญหาที่พัฒนาไม่ได้มันขึ้นอยู่กับพวกเราไม่เอาจริง ใครชวนอบรมที่ไหนก็ไปงั้นๆแหละ กลับถึงบ้านก็วางเฉย นั่งยุบหนอพองหนอ ต่อให้พระอินทร์มาเป็นผู้อำนวยการอบรมก็ ”ตกม้าตาย”

วิชายักแย่ยักยัน ..ในการจัดอบรมครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำ เพราะต่อไปคงหมดแรงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว จึงอยากถามความมั่นใจ ผมจะเชื่อแน่ได้อย่างไรว่าพวกเราจะเอาจริง แม่ใหญ่พ่อใหญ่ต่างขานรับว่า มานอนที่นี่ฝันเห็นทุ่งนาป่าละเมาะเต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร นอนไม่หลับ อยากจะกลับไปทำทันที จะไม่ทำให้ครูบาผิดหวังและเสียใจกับชาวบ้านหนองบัวแปะ

เอาคอเป็นประกัน โฮ! เล่นบทนี้ก็อึ้งกิมกี่สิครับ ผมบอกว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อจะเก็บไว้ในใจ วันข้างหน้าเปลี่ยนไป ก็จะคิดถึงคำนี้ ว่าคนหนองบัวแปะมาพูดอะไรไว้ สถานที่นี้ศักดิ์สิทธิ์นะ ใครคิดหรือทำมิดีมิร้ายไม่นานก็รู้ ถ้าคิดดีทำดีจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นวิธีการันตีตัวเองต้องท้าพิสูจน์ งานนี้ผมแบกหน้ารับรองพวกเรา ถ้าพ่อแม่ไม่ทำจริง ก็จะถูกตราหน้าว่าไอ้ครูบาขี้โม้ ยกเมฆเอาเรื่องชาวบ้านหนองบัวแปะมาแหกตาคนทั้งประเทศ!

ร้อนวิชา ดีกว่า เย็นชา แน่นอนช่วงบ่ายฝึกกิจกรรม เรื่องการขยายพันธุ์ไผ่ ทุกคนแข็งขันช่วยกันคนละไม้ละมือ ได้หน่อไผ่บงหวานไปปลูกเป็นที่ระลึกกันทุกคน ช่วงกลางคืนเราวางแผนกัน ใครจะทำสวนเศรษฐกิจพอเพียงกันคนละกี่ไร่ ปลูกอะไรบ้าง ต้นพันธุ์อยู่ที่ไหน ราคาเท่าไหร่ หันหน้าเข้าปรึกษากันให้แซด

เรียนให้รู้ก่อนลงมือทำเสียงสวดมนต์เจื้อยแจ้วเพิ่งจบไป แม่ใหญ่พ่อใหญ่แยกย้ายกันไปนอน พรุ่งนี้มีโปรแกรมจะบุกไปชมสวนไผ่ เพื่อศึกษาไผ่สายพันธุ์ชนิดต่างๆ เป็นการเรียนให้รู้ก่อนลงมือทำ ไม่ทำสะเปะสะปะอย่างที่ผ่านมา กระบวนการพัฒนาชนบทหัวใจอยู่ที่การสร้างนิสัยแห่งการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การสร้างสังคมภูมิปัญญา ที่พึ่งพาตนเองได้ในระดับต่างๆ สุดท้ายก็วกมาจอดที่สถานีเดิม ..รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา รู้แล้วช่วยกันมาพัฒนาเศรษฐกิจให้พอเพียง