หนูคิดว่าหนูจะพยายามอยู่กับมันให้ได้ เหมือนที่หนูเคยได้ยินพ่อครูบาบอกว่าต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคให้ได้ หนูก็จะทำตัวให้เข้ากับความเจ็บปวดให้ได้

แม่คะ

 

        อาการปวดที่ข้อศอกซ้ายของหนูไม่ดีขึ้นเลยค่ะ วันก่อน คุณหมออิสระ ฝังเข็มให้ค่ะ ดูมันดีขึ้นไม่ถึง 4 ชั่วโมง พอหนูเผลอนอนตะแคงทับแขน มันก็ปวดอีก หนูพ่นยาแก้ปวดจนแขนเป็นขุยๆดูน่าเกลียดไม่น้อย

      หนูคิดว่าหนูจะพยายามอยู่กับมันให้ได้ เหมือนที่หนูเคยได้ยินพ่อครูบาบอกว่าต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคให้ได้ หนูก็จะทำตัวให้เข้ากับความเจ็บปวดให้ได้ น้องอึ่งอ๊อบ ก็แนะนำให้หนูไปฉีดยาเข้าข้อ ซึ่งหากหนูรำคาญมากๆ ทำตัวเข้ากับมันไม่ได้หนูคงต้องเลือกวิธีการนี้

       หมอต้นบอกว่า เคยเห็น บานพับประตูหน้าต่างที่เก่ามั้ย แขนของหนูก็เหมือนกัน แหม.......หมอช่างเปรียบเทียบจนเห็นภาพ บานพับเก่าขึ้นสนิท เปิดปิดลำบาก หมอให้หนูทานยาไปเรื่อยๆ ไม่ดีขึ้น จะฉีดยาเข้าข้อให้ ยาแก้ปวดไม่ได้ช่วยอะไรหนูเลย เหมือนหนึ่งว่า ไม่มีฤทธิ์แก้ปวดเลย กินต่อกระเพาะหนูคงทะลุแน่

       ส่วนคุณหมออิสระ ก็ให้หนูบริหารข้อมือ ด้วยการซะบัด  การหักข้อมือ การหมุนไหล่  ทำท่า เต่า แมว งู กระต่าย ไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็จะดีขึ้น ไม่ต้องฉีดยา แต่นี่ผ่านไปเกือบ 4 เดือนแล้วละค่ะ ที่หนูบริหารตามท่าอาจารย์เค้าแนะนำ แต่ดูเหมือนยิ่งปวดเพิ่มมากขึ้น และรำคาญมากขึ้น

       สองวันที่ผ่านมา หนูไปฝึก การออกกำลังกาย ด้วย ตารางเก้าช่องและการใช้ยางยืดช่วยในการออกกำลังกาย ซึ่งทีมเบาหวาน รพ.อุดร และฝ่ายสุขศึกษาจัด พี่ตุ๊ทีมเบาหวานบอกว่า ใช้ยางยืดเดี๋ยวก็จะหายเอง แต่หนูทำไม่ค่อยได้ เพราะ แขนหนูไม่มีแรง แถมยังปวดมากเวลาบริหาร คงไม่มีใครทนเจ็บเพื่อบริหารหรอกนะคะ แล้วหนูจะหายได้อย่างไร

 

       แม่คะ นี่ขนาดหนูเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนะคะ ยังเลือกวิธีการที่จะให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดด้วยการหาวิธีการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหมอแผนปัจจุบัน หมอนวดแผนโบราณ หมอแพทย์ทางเลือก และยังการออกกำลังกายแถมเข้าไปอีก ต่อไปคงไม่กล้าบอกคนไข้แล้วละค่ะ ว่า อย่าเปลี่ยนหมอบ่อยๆ  แล้วหนูคงไม่ต้องกินยาแก้ปวด แต่ต้องกินยาคลายเครียดแทน ซึ่งอาจจะช่วยได้ดีกว่ายาแก้ปวด

 

นอนแล้วละค่ะ แม่

พรุ่งนี้จะไปทำบุญใส่บาตรให้แม่นะ

รักแม่จ๊ะ

 

ลูก

20 ก.พ.21 : 22.02 น.