พืชหายาก...มนุษย์ทำลายและก็สร้างชดเชย
สวัสดีครับ.... ทุกท่าน มาตามนัดครับ ต่อจากบันทึกแรกในบร็อก เกษตรยะลา กล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสรรพคุณทางยา สนุนไพร แก้อะไร รักษาโรคอะไรได้บ้าง เชิญทุกท่านพิจารณาได้เลยครับ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Belamcanda chinensis DC.
ชื่ออื่น ๆ ว่านมืดยับ ว่านหางช้าง เชื่อกัง(จีน) , Black Berry Lily, Leopard Flower กล้วยไม้เพชรหึง หรือว่านเพชรหึง (ภาคใต้)
วงศ์ IRIDACEAE
ลักษณะทั่วไป :
ต้น เป็นพรรณไม้ขนาดเล็ก ลำต้นกลมเป็นข้อ ๆ มีความสูงประมาณ 50-120 ซม. ลำต้นนั้นจะเป็นสีเหลือง และมีรากฝอยอยู่เป็นจำนวนมาก
ใบ จะออกสลับกันเป็น 2 แถว มีลักษณะเป็นแผ่นแบนคล้ายใบว่านน้ำ ตัวใบจะเป็นตรงยาว ตรงปลายแหลม
ดอก จะออกเป็นช่อ ตรงยอด และจะแตกแยกเป็น 2-3 ช่อมีกลีบรองดอกเป็นแผ่นยาว และบานตรงปลายแหลม ดอกไม้วัดผ่าศูนย์กลางได้ 3-5 ซม. ดอกหนึ่งจะมีอยู่ประมาณ 5 กลีบ เป็นดอกสีเหลือง มีจุดเป็นสีแดงเข้ม มีเกสรตัวผู้อยู่ 3 อัน เกสรตัวเมียมี 1 อัน มีลักษณะเป็นเส้นยาวหนา ที่ตรงปลายจะแยกเป็นรอยตื้น ๆ ประมาณ 3 รอย และมีรังไข่อยู่ประมาณ 3 ห้อง
ผล จะมีลักษณะเป็นผลยาวมี 3 พู เมื่อผลสุกก็จะแตกออกเป็น 3 กลีบ ภายในจะมีเมล็ดกลมเป็นสีดำ
การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
ส่วนที่ใช้ ใบ และเหง้า ใช้เป็นยา
สรรพคุณ ใบ โดยนำเอาใบมา 3 ใบ แล้วปรุงเป็นยาต้ม ใช้เป็นยาระบายอุจจาระและ รักษาระดูพิการของผู้หญิงได้ดี
เหง้า ใช้แห้งประมาณ 5-10 กรัม นำไปต้มหรือบดเป็นผงกิน หรือใช้สด โดยการตำคั้นเอาแต่น้ำกิน ใช้สำหรับภายนอก โดยการนำไปบดให้เป็นผงเป่าคอ หรือใช้ผสมทา เหง้าจะมีรสขม และเย็นจัด แต่มีพิษ ใช้เป็นยารักษาอาการต่าง ต่าง ดังนี้คือ
1. รักษาโรคคางทูม โดยใช้เหง้าสดประมาณ 10-15 กรัม นำไปต้มกินหลังอาการวันละ 2 เวลา
2. รักษาอาการท้องมาน โดยใช้เหง้าสด นำมาคั้นเอาแต่น้ำกินบ่อย ๆ
3. รักษาอาการไอ หรืออาการหอบหืด ใช้เหง้าแห้งประมาณ 6 กรัม มั่วอึ้งแห้งประมาณ 3 กรัม ขิงแห้งประมาณ 3 กรัม โส่ยชินแห้งประมาณ 2 กรัม โงวบี่จี้แห้งประมาณ 2 กรัม จี่อ้วงแห้ง 10 กรัม และลูกพุทราจีนประมาณ 4 ผลนำมาต้มรวมกันเอาแต่น้ำกิน
4. รักษาอาการเจ็บคอ โดยใช้เหง้าสดประมาณ 15 กรัม ผสมกับน้ำส้มสายชู ตำคั้นเอาช้ำชุบสำลีอมกลืนแต่น้ำช้าๆ
5. รักษาฝีที่เต้านมบวมมีหนองในระยะเริ่มแรก ให้ใช้เหง้าแห้ง 1 เหง้า รากดอกไม้จีนแห้งประมาณ 10 กรัม นำมารวมกันบดให้เป็นผง แล้วผสมน้ำผึ้งกิน
6.รักษาฝีประคำร้อยให้ใช้เหง้าแห้งเหลี่ยงเคี้ยว แห่โกวเช่าแห้ง อย่างละเท่า ๆ กัน นำไปบดเป็นผง ผสมทำเป็นยาเม็ด กินครั้งละ 6 กรัม หลังอาหาร
7. รักษาอาการผื่นคืนมีน้ำเหลืองที่ขาจากการทำนา ใช้เหง้าแห้ง ใส่น้ำแล้วต้มให้เดือดผสมเกลือแกงเล็กน้อย แล้วทาตามบริเวณที่เป็น ทาวันละ 2 เวลาเช้า-เย็น
ถิ่นที่อยู่ พรรณไม้นี้ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ หรือขึ้นเองตามหุบเขา
ข้อมูลทางคลีนิค ใช้รักษาโรคผิวหนัง เป็นผื่นคัน มีน้ำเหลืองจากการทำนาให้ใช้เหง้าแห้ง นำไปต้มให้เดือดแล้วกรอง นำไปใส่เกลือแล้วคนจนละลายหมด พอน้ำอุ่น ใช้ชะล้างบริเวณที่เป็นอาการคันก็จะหายไป ชะล้างอีกครั้งหนึ่งในวันรุ่งขึ้น ผลผื่นแดงก็จะยุบและค่อย ๆ หายไป
ข้อมูลทางเภสัชวิทยา
1.มีฤทธิ์รักษาอาการอักเสบ tectoridin และ tectorigenin มีฤทธิ์ยับยั้งฤทธิ์ของเอนไซม์ hyaluronidase นอกจากนี้ยังรักษาอาการบวมอักเสบของหนูใหญ่ เนื่องจากเอนไซม์ hyaluronidase

โอ้โห.....เพิ่งรู้เลยค่ะพี่....มันรักษาได้ตั้งหลายโรคนะคะเนี่ย....นึกว่า...เอาแค่ดอกสวยก็เก๋แล้ว ที่ไหนได้ประโยชน์มากหลาย
สวัสดีครับคุณเกษตรยะลา
ใบที่เอามาต้ม...เป็นใบแห้งหรือใบสดครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ..เพิ่งรู้นะเนี่ย..ว่าใบใช้เป็นยาระบายได้..เดี๋ยวต้องไปโม้ต่อ
สวัสดีครับ ครูแอน
สวัสดีครับ นายช่างใหญ่
สวัสดีครับ ooh..ooh
สวัสดีครับ ครูรักษ์
หวัดดีครับ
หวัดดีครับ อ.อ็อด
หวัดดีครับ
สวัสดีครับท่านเกษตรยะลา
สมชื่อเป็นเพชหึงนะครับ ขนาดทำกรงครอบไว้เลย ฮิ..ฮิ..
สวัสดีครับ ท่านเกษตร(อยู่)จังหวัด
มาเยี่ยม
เห็นใหญ่โต...น่ามองนะครับ คงแก้ได้สาระพัดโรค...?
เคยมีคนที่นำกล้าเนื้อเนื่อไปเลี้ยงสักระยะ แล้วนำมาขายที่ระยอง สูงประมาณ15 เซนติเมตร จำนวน 3 ลำ( หรือหน่อ..? กันแน่) ราคาที่ซื้อไว้กระถางละ 150 บาท แพงไปหรือถูกไป...
สวัสดีครับอาจารย์