สอนลูกดูดาว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เมื่อครั้งที่เจ้าแป้งยังเล็กๆ อายุอานามราวๆ 3 ขวบกว่าๆ ตอนนั้นเธอเริ่มเรียนรู้เรื่องราวของสิ่งแวดล้อมผ่านพ่อ เรื่องหนึ่งที่พ่อมักจะสอนลูกเสมอๆก็คือให้เขาได้เห็นและเข้าใจกลุ่มคนหรือคนไข้ที่มีลักษณะพิเศษบางอย่างบ้าง เช่น กลุ่มคนที่เป็นดาวน์ซินโดรม ซึ่งแน่นอนว่า พ่อที่เป็นหมอสูติก็จะเห็นเด็กเหล่านี้อยู่เรื่อยๆ และก็มีโอกาสชี้แนะให้ลูกดูตามสภาพที่เด็กอายุ 3 ขวบจะรับรู้ได้บ้าง ตอนอายุเธอเข้า 4 ขวบก็มีหนังเรื่องหนึ่งเรื่อง “เอ๋อเหรอ” ที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กดาวน์ ผมก็พาแป้งไปดูในโรงเลย แต่ก็มาเสียใจลึกๆที่หนังมันโหดเกินไป ก็ตอนที่พ่อถูกรุมกระทืบนั่นน่ะ เจ้าแป้งร้องไห้ในโรงหนังเลย ผมเองยังเจ็บใจที่เสียตังค์พาลูกมาดูหนังเรื่องนี้ แต่เจ้าแป้งรู้จักดาวน์ดีขึ้นหลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้เองเช่นเดียวกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> อีกสิ่งหนึ่งที่เธอได้เรียนรู้จากผมก็คือการดูดาวเบื้องต้น ผมดูดาวเป็นนะครับ แต่ว่าระดับแค่ง่ายๆเบื้องต้นเท่านั้น มีกลุ่มดาวไม่กี่กลุ่มหรอกที่ผมสามารถดูและเรียกชื่อมันถูก นั่นคือ กลุ่มดาวไถและดาวนายพราน ซึ่งดาวไถนั้นเป็นเข็มขัดนายพราน กลุ่มดาวลูกไก่และดาววัว ซึ่งดาวทั้ง 3 กลุ่มนี้อยู่เรียงแถวกัน ดูง่ายจริงๆ นอกนั้นก็เป็นกลุ่มดาวจระเข้ ดาวแมงป่อง แค่นี้ละกระมัง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> วันหนึ่ง ลูกสาวคนโตของหมอธนพันธ์ก็แผลงฤทธิ์ ขณะที่เราสองพ่อลูกกำลังดูดาวอยู่นั้น เธอก็ถามพ่อว่า “พ่อจ๋า แล้วดาวน์ซินโดรมอยู่ตรงไหนล่ะพ่อ” ตอนนั้นพ่อมันล้มตึงไปเลย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> มาถึงลูกคนที่สอง น้องจ้า ตอนนี้เธออายุปาเข้า 2 ขวบแล้ว พูดเก่งเหมือนพี่แป้งเชียว จำไม จำไม เหมือนกันไม่มีผิด แถมมีท่าทีว่าเธอจะถามได้เก่งกว่าพี่สาวเธอซะอีก ผมนี่จนมุมไปหลายรอบแล้ว ครั้งหนึ่งเธอก็ถามว่าทำไมๆๆจนผมไม่มีคำตอบ ก็เลยบอกลูกไปว่า “ไม่ทำไมหรอกค่ะลูก..เพราะว่ามันเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ” เธอก็สวนทันทีว่า “ทำไมไม่ทำไมล่ะพ่อ” โอ...แม่เจ้า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> น้องจ้าชอบอ่านหนังสือเรื่องโธมัส รถไฟสุดเลิฟของเธอ เล่มที่เป็นเล่มเก่งก็คือเรื่องที่โธมัสต้องพาบูบูไปบ้านของผู้ควบคุมอ้วน ซึ่งผมจะบอกเธอว่า “ไปดาวทาวน์” (แบบว่าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษน่ะครับ) เราต้องดูรูปในเล่มนี้ทุกวัน ร้องเพลง row row row your boat…..ทุกคืน ไอ้เรานี่สุดจะเบื่ออยากเปลี่ยนเล่ม แต่เธอก็ไม่ยอม สรุปว่าทุกวันนี้ก็ยังคงต้องอ่านคุณโธมัส</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> แล้วคืนหนึ่งก็มาถึง คืนที่เธอไม่ยอมหลับยอมนอน อุตส่าห์ปิดไฟมืดสนิทแล้ว แม่นกฮูกเธอก็ยังเดินเล่นอยู่บนที่นอนพ่อมัน แล้วก็เปิดม่านหน้าต่างมองออกไปบนท้องฟ้าที่มืดมิด แล้วถามออกมาว่า “พ่อจ๋า ดาวทาวน์อยู่ตรงไหนล่ะพ่อ” ฮ่า ฮ่า ฮ่า รักจริงจี๊งงงงง ทำไมมันจึงได้เหมือนกันอย่างนี้.........
อย่าเบื่อที่จะตอบลูกนะคะ
เพราะเรายังเสียใจ มาจนถึงวันนี้ เพราะเบื่อตอบ
แต่ยังดีที่ชอบเล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอน เรื่องเดิมทุกวัน ลูกไม่เคยเบื่อ ตอนหลังลูกจำประโยคที่เราจะพูดได้ทุกประโยค เธอเลยเล่าให้เราฟังได้
กิจกรรมของพ่อกับลูกสาวอ่านแล้วอมยิ้มครับ...
เด็กฉลาดครับถึงได้ถามเยอะ ถ้าไม่ถามเลยถึงจะน่าห่วงกว่ากันเยอะครับ....
ขอบคุณครับ...
น่ารักจังเลยค่ะ
กำลังช่างถาม แต่เอ๊ะ ทำไมเด็กๆนี่ ชอบอะไร ก็ให้ทำซ้ำๆอยู่อย่างนั้นนะคะ เบื่อยากจัง สงสัยประทับใจมาก
ไม่เคยเบื่อเลยครับคุณอุบล
ผมกลับสนุกซะอีก แต่ปัญหามันเกิดก็เนื่องด้วยกระผมไม่สามารถทำงานได้เลยครับ ฮ่า ฮ่า
คุณกุ้งครับ
ไอ้ดาวน์โจนส์น่ะ ผมถามเธอเองล่ะครับ กลายเป็นว่า ไหนล่ะพ่อ อะไรนะพ่อ มันคืออะไร ชื่อตลาดหุ้นครับลูก หุ้นอะไรล่ะพ่อจ๋า อ๋อ หุ้นที่เขาซื้อขายกันน่ะลูก ขายอะไรจ๊ะพ่อจ๋า ซวยเลยตู
คุณดิเรกครับ
ลูกผมน่ะสามารถพูดจนหลับเลยครับ เรียกได้ว่า พูดจนหลับ ครับจนเหนื่อย เมื่อยไม่หยุด สุดสุดทั้งวัน
คุณศศินันท์ครับ
เรื่องเด็กชอบทำซ้ำๆนี่เป็นธรรมชาติ ผมจำคำอธิบายไม่ได้แล้วครับ และท่าทีของเราก็เป็นเรื่องสำคัญมากด้วยเช่นกัน หากเรารู้สึกมีความสุขกับเขา เขาก็จะแสดงออกได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกัน
5555 น่ารักจังเลยค่ะ จะบอกว่า นี่เป็นความน่ารักของเด็กผู้หญิงนะคะ ชอบเด็กผู้หญิงเหมือนกัน ตอนเด็กๆมีน้องผู้หญิง 3 คน แต่โตขึ้นมา ต้องมีหลานชาย 2 คน มานซนจนเวียนหัวจริง 5555
แล้วก็เป็นคนพ่อที่น่ารักจังเลยค่ะ ทำให้นึกถึงคุณพ่อตอนสมัยที่ตนเองยังเด็กๆ พ่อจะชอบเล่านิทานมากๆ ทำให้โตขึ้นจะชอบอ่านหนังสือ และชอบคิด ชอบจินตนาการ (ยอมรับว่าเรื่องที่ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังสมัยเด็กๆ จะมีผลต่อความคิด และความสในของเด้กเมื่อโตขึ้น)
เชื่อว่าน้องแป้งน้องจ้า โตขึ้นต้องเป็นเด็กเก่งและช่างคิดแน่ๆ เพราะได้รับการกระตุ้นมาอย่างดีเช่นนี้ อย่างน้อย..ก็ได้ความเก่งมาจากคุณพ่อคุณแม่มาอย่างละครึ่งแล้วล่ะ จริงไหม ^_^
สวัสดีครับพี่จูน
ในที่สุดก็ได้รู้จักเสียทีว่าพี่คือคนไหน ฮ่า ฮ่า นี่ขนาดเราอยู่ชั้นเดียวกันนะเนี่ย
เรื่องพฤติกรรมของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนี่สำคัญที่สุดเลยนะครับ ผมว่าสำคัญกว่าพันธ์เสียอีกครับ
น่ารักจังค่ะ..วัยนี้เด็กกำลังช่างพูดช่างถาม..ตัวก็อ้วนๆกลมๆน่ารักมากเลยค่ะ..อ่านแล้วก็มีความสุขตามไปด้วย..คนมีครอบครัวเค้าก็มีความสุขไปอีกแบบนะคะ อิอิ
คุณหมอสบายดีนะคะ..ขอบคุณค่ะ..
สวัสดีครับครูแอ๊ว
ที่ว่าอ้วนๆกลมๆนั้น ไม่เคยพบเห็นในลูกผมครับ
อย่างของผมต้อง ผอมๆ แกร็นๆ เบาหวิวครับ
คนมีครอบครัวก็มีทุกข์ครับ ลูกไม่สบายทีนึง ป่วยใจไปทั้งบ้านเลยครับ
จะไปไหนมาไหนก็ลำบากถ้าไม่ได้ไปด้วยกัน แบบว่าลำบากใจน่ะครับ แต่ถ้าพาไปก็ลำบากเหมือนกัน ลำบากกาย ฮ่า ฮ่า
คิดถึงหลาน ตาโต ทั้งสองคน
คงสบายดีกันหมดทั้งบ้าน นะคะ
ผมเพิ่งกลับจากการสัมมนา...หอบหิ้วครอบครัวไปด้วย เป็นการพักผ่อนไปในตัว ดีใจทีพบกเขามีความสุขและผมก็ทำงานได้อย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง...
ลูกชายคนโตชอบการ์ตูนโธมัสมาก ... รถไฟโธมัสเป็นขวัญใจของแก และเคยซื้อมาเป็นของเล่น ส่วนหนังสือนั้น ยังไม่เคยได้อ่านเลยสักตอน
.....
แวะมาทักทายและให้กำลังใจ...นะครับ
สวัสดีครับอ.หน่อย
เมื่อวานเรายังนั่งดูรูปตอนที่ไปเที่ยวเชียงรายอยู่เลยครับ แป้งยังจำอาจารย์ได้ ส่วนคุณจ้า งง ครับ ฮ่า ฮ่า
ท่านอาจารย์แผ่นดินแดนไทย
ผมดีใจทุกครั้งที่ได้ยินหรือฟังคนเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานแล้วมีครอบครัวเข้ามาเอี่ยวด้วย
คนเรามันก็เท่านี้แหละครับอาจารย์ เกิดเขามา เลี้ยงเขาดี เขาอยู่ใกล้ชิดกับเราจริงๆก็แค่ก่อนวัยรุ่นเท่านเอง เมื่อเริ่มโต บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกบริบทหนึ่ง เราย้อนเวลาไม่ได้ครับ ผมจึงพาครอบครัวไปร่วมงานด้วยเสมอ ทำจนชิน เสียอย่างเดียว เสียเงินมากไปซักหน่อย
ระวังน้องแป้ง น้องจ้า ถามหา ดาวน์บ้าน กับ ดาวน์รถ ด้วยนะครับ
โอยพระคุณท่าน
เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เธออยากได้ของแพงปุ๊บ ผมก็บอกว่า เดี๋ยวพ่อเปิดคลินิกหาเงินมาให้ใช้ปั๊บ ร้องเหยงๆกันทั้งคู่ สรุปว่าไม่ชอบดาวพรรค์นั้น
อีกอย่าง อยากดาวน์รถ ต้องผ่านด่านเมียสุดที่รักก่อนครับ
ของพี่นะคะ
หลังจากหาวิธีผ่อนภาระการจำนิทานเพื่อมาเล่าด้วยการเล่านิทานเรื่อง แฮรี่กับดินสอสีม่วง น่าจะใช่ โดยให้ลูกช่วยกันแต่งนิทานกับเราเลย
ตอนนี้พัฒนาการไปอีกขั้น ให้ลูกเล่านิทานให้เราฟังค่ะ
ดี๊ดี หลับสบายเชียว..(แม่หลับ)
คุณจริยาครับ
เป็นวิธีที่น่าสนใจมากครับ จะพยายามหาหนังสืออย่างว่ามาใช้บ้าง
ซีเอ๊ดมีไหมครับ
ขอบคุณจริงๆ
คุณหมอเป็นคุณพ่อที่น่ารักจังเลยค่ะ
จอยมีลูกชาย 1 คน ชื่อน้องฟูจิ
กำลังน่ารักเหมือนกัน ช่างคุย ช่างซัก ช่างถาม
อายุ2 ขวบ 4 เดือนค่ะ
ปีหน้าจะเข้า อนุบาล 1 แล้วค่ะ
แล้ว ปฐมธิดา ชิโนณะวณิก จะพาลูกไปเข้าเรียนที่ไหนครับ จังหวัดอะไร กรุงเทพหรือบ้านนอกเฉกเช่นบ้านผม
หวัดดีค่ะคุณหมอ
ดีใจจังค่ะที่คุณหมอมาตอบ ไม่ได้เข้ามาดูเลยเพราะไม่คิดว่าคุณหมอจะตอบเร็วขนาดนี้
เมื่อ2เดือนก่อนเครียดเรื่องร.รลูกมาก(สิวขึ้นเต็มหน้าเป็นดาวลูกไก่เลยค่ะ)ตอนนี้หายเครียดแล้วแต่สิวไม่หายด้วย ที่เครียดเพราะว่าเป็นครอบครัวเดี่ยวมีแค่พ่อ-แม่-ลูกน่ะค่ะ แล้วจอยกะแฟนทำงานแบงค์ทั้งคู่ปกติแฟนจะไปรับลูกที่เนอสเซอร์รี่ แต่ตอนนี้ต้องไปอยู่สาขาเปิดใหม่เค้าให้ไปช่วยซึ่งมันไกลทำให้มารับลูกช้าทุกวัน เราก็สงสารลูกน่ะค่ะต้องรอพ่อถึง18.30-19.00 น.เลยคิดว่าจะทำไงถึงจะไปรับลูกเร็วๆได้ เลยขอย้ายสาขาไปใกล้ร.รอนุบาลทำหมายตาไว้ ผู้จัดการก็ไม่ให้ย้ายเสนอให้จอยพาลูกมาเรียนใกล้ๆที่ทำงาน(ซึ่งจิงๆก็ควรจะเป็นงั้น)แต่ร.รแถวที่ทำงานไม่ถูกใจเลยค่ะ ที่ถูกใจเค้าก็ไม่รับลูกเราเนื่องจากน้องฟูจิเกิด20-6-50อายุจะไม่ครบ 3 ขวบเต็มก็คิดหลายเรื่อง เกรงใจเพื่อนร่วมงานด้วยน่ะค่ะเพราะแบงค์ปิด15.30น.แต่ทีสาขาอยู่ย่านโรงงาน(นวนคร)จะมีเปิดบัญชีให้ลูกค้าเป็นกรณีพิเศษตอนเย็นซื่งมันเยอะค่ะวันนึงประมาณ70บัญชีหาญกัน ผู้จัดการเค้าก็ดีอนุญาตให้กลับก่อนได้แต่แบ่งคะแนนให้น้อยหน่อยจอยก็โอเคแต่เพื่อนบางคนชอบกระแนะกระแหนทำให้เราไม่สบายใจ(แต่ตอนนี้ทำใจได้แล้วช่างเค้าค่ะ)และเรื่องสุดท้ายที่ทำให้เครียดก็คือ เวลาไปดูโรงเรียนกับแฟนไม่รู้เป็นไงค่ะ จอยว่าการไปดูร.รมันเป็นเรื่องดีๆของชีวิตพ่อแม่นะคะ แต่ปรากฎว่ามันทำให้เราทะเลาะกันทุกครั้งที่ไปเลยค่ะ(เป็นงั้นไป)เพราะบางทีเราชอบร.รนี้มากกว่าเพราะ....แฟนเราชอบร.รนั้นมากกว่าเพราะ...โอ้ย
อยากจะบ้า แต่ตอนนี้เลิกทะเลาะแล้วค่ะเพราะจอยพยายามยึดมั่นในจุดยืนดีกว่าค่ะเพราะบางทีจะเขวไปกับชื่อเสียง สถานที่ที่หรูหรา
ต่างๆ สุดท้ายได้ร.รที่เราสบายใจที่สุด(ทั้งพ่อและแม่)ชื่อโรงเรียนอนุบาลบ้านวังทองค่ะ อยู่รังสิต-นครนายก คลอง3 เป็นโรงเรียนแนวบูรณาการเรียนปนเล่น เน้นจินตนาการมากกว่าคัดลายมือน่ะค่ะ เสริมภาษาอังกฤษกับครูฟิลิปปินส์วันละ 1 ช.ม อาจารย์ใหญ่เป้นอาจารย์ที่ให้คำปรึกษาเรื่องเด็กๆในหนังสือรักลูกด้วยค่ะ แต่ที่ตัดสินใจเลือกที่นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะคะ 555 ที่ชอบที่นี่เพราะน้องจิเป็นเด็กขี้อายเก่งแต่ในบ้านแล้วเวลาพาไปเจอคุณครูที่ร.รอื่นๆครูเค้าจะไม่เข้าใจเด็กน่ะค่ะบางคนก็กดดันกระตุ้นให้แกพูด ให้แกแสดงออกต่างๆ บางคนก็ไม่กดดันแต่ก็คุยเหมือนเป็นธุรกิจ คุยกับเราไปงั้นๆ ไม่ได้ใจเราเลยค่ะ แต่ที่ร.รอนุบาลบ้านวังทองเค้าเน้นคุยกับผู้ปกครองค่ะ คุยว่ามีความคิดและแนวทางในการเลี้ยงลูกและคาดหวังกับร.รแบบไหนซึ่งเราเองชอบอยู่แล้วแบบเน้นจินตนาการไม่เน้นท่องจำ(แต่บางทีก็เขวกลัวลูกตามคนอื่นไม่ทัน ตอนนี้เลิกเขวแล้วค่ะ)ระหว่างที่เค้าคุยกับพ่อแม่น้องจินั่งเล่นอยู่ข้างๆเค้ากล้าพูดกล้าคุย(เถียง)กับคุณครูด้วยค่ะเค้าเป็นตัวของตัวเองไม่อาย ไม่กดดันเหมือนไปที่อื่นเลยตัดสินใจเลือกที่นี่ค่ะ แต่ครูก็บอกนะคะว่าพอขึ้นอ.2-อ.3 เด็กๆของที่นี่ก็เรียนทันที่อื่นค่ะ ที่นี่เค้ามีสอนเสริมสำหรับสอบเข้าสาธิตด้วย ถึงจะรู้ว่าร.รสาธิตมีเด็กไปสอบ 4000 คนรับ100 แต่จอยก็อยากให้ลูกลองดูถ้าไม่ได้ไม่เป็นไรเพราะอยากให้ลูกเป็นเด็กที่มีความสุขค่ะ
ฮ้า.....พิมพ์เยอะเลยค่ะคุณหมอ ขอบคุณนะคะที่มาอ่าน
จะรอคุยกับคุณหมออีกนะคะ
คุณจอย
จะบอกว่า ผัวเมียทะเลาะกันเรื่องลูก เป็นเรื่องที่ปกติที่ซู๊ด....ครับ แต่ท้ายที่สุด เมียมักเป็นฝ่ายชนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเยี่ยงนี้
เรื่องโรงเรียนกับที่ทำงานนั้นน่าเห็นใจมากเลยครับ และยิ่งตกใจไปใหญ่ที่รู้ว่าลูกต้องอยู่โรงเรียนจนถึง 18.30-19 น. แบบนี้ผมคงเครียดตายชัก แต่คุณจอยเก่งครับ ที่สามารถบริหารใจได้ ผมยังทำใจไม่ได้ เพราะหากถึงเวลาแล้วไม่ไปรับลูก ยังไงเสียผมก็ไม่ยอมทำอย่างอื่นแล้ว (ยกเว้นติดผ่าตัด) นี่น่าจะเป็นโชคดีของผม ที่เลือกที่จะอยู่บ้านนอก ใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ได้เห็นหน้าลูกเมียแล้ว
นี่เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดเรื่องโรงเรียนกับงานของพ่อแม่ หลายๆครั้งโรงเรียนชอบสั่งการครับ (สั่งง่ายยิ่งกว่าสั่งขี้มูกเสียอีก) อยากให้แม่ไปโรงเรียนให้ลูกกราบ เพราะเป็นวันแม่ แค่นี้เอง ร้องห่มร้องไห้ ซาบซึ้งตรึงใจ แต่คนเป็นแม่นั้นแสนยากเข็ญ เพราะผู้จัดการไม่ให้ไป ไหนจะติดลูกค้าคนสำคัญ ฯลฯ แล้วลูกจะรู้สึกอย่างไร ที่เรามีแม่แต่แม่ไม่มาร่วมงาน
โรงเรียนที่ดีต้องไม่สร้างภาระให้เราครับ (เว้นแต่ว่า โรงเรียนไม่ยอมเลื่อนสถานที่มาอยู่ใกล้บ้านเราเท่านั้น ฮา.....)
เรื่องสอบก็เช่นเดียวกันครับ ผมเลือกที่จะอยู่โรงเรียนแบบนี้แล้ว ผมจึงลืมเรื่องสอบไปเลย ใครจะพาลูกไปแข่งขันล่ารางวัลกันที่ไหน ธนพันธ์ไม่เคยสน มีเพื่อนถามเรื่องสอบแข่ง ธนพันธ์ก็งง เพราะโรงเรียนเองก็ไม่เคยสนใจ เขากลับชอบพาไปแข่งขันเล่นดนตรี วาดรูปไปโน่นเลยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เด็กไม่ต้องรับความกดดันตั้งแต่อายุ 8 ขวบปี เล่นมันเถอะ เล่นให้มากๆ พัฒนาสมองส่วนที่เด็กไทยไม่ค่อยได้ถูกกระตุ้นเสียบ้าง
แต่มีปล.ครับ โรงเรียนได้รับรางวัลเหรียญทอง ด้านการเรียนการสอนดีเด่น และเด็กสอบได้คะแนน NT ดีเป็น 1 ใน 7 อันดับของประเทศครับ แบบนี้นับว่าผมโชคดีจริงๆ
คำถามที่ชวนคิดเป็นข้อสุดท้ายก็คือ ทำไมต้องเป็นกรุงเทพ??