"ลักษณะการเรียนรู้ของแต่ละคนก็อาจจะเปรียบเป็นกล้วยระยะต่าง ๆ ข้างต้นได้มั๊ย???"

หน่วยเค็มเรามีอะไรจะแบ่งปันกันเสมอ เป็นต้นว่าใครได้ข่าวอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาเราก็จะเอามาเล่าสู่กันฟัง เวลาคิดเราก็คิดด้วยกัน อย่างจุลสารเทคนิคการแพทย์ที่ด้านหลังฉบับจะมีเกมปริศนาหาอักษรเราก็ช่วยกันคิดช่วยกันทำ กะว่าจะส่งชิงรางวัล (แต่ถ้าได้รางวัลก็คงจะตัวใครตัวมัน) อย่างลูกพี่นิจ น้องแพรวจะสอบเข้าม.1 พี่พินิจเราทุกคนยกให้เป็นพ่อตัวอย่างก็จะสรุป และนำโจทย์มาให้พวกเราช่วยกันคิดค้นและหาคำตอบ ถูกบ้างผิดบ้างก็ว่ากันไป 

บันทึกนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้จากพี่พินิจ หลังจากได้เขียนไปแล้วในบันทึกก่อน จากเอกสารที่ประกอบการผู้ฝึกสอน เพื่อให้นักกีฬาแบดมินตันของไทยพัฒนาด้วยคนไทย ซึ่งเป็นเอกสารเพียงไม่กี่หน้า แต่เนื้อหามีสาระ เพลิดเพลิน 

ผู้เขียนประทับใจเรื่องกล้วย ๆ ซึ่งเป็นผลไม้ประจำชาติไทยเลยทีเดียว จะว่าไปกล้วยก็มีหลายชนิดมาก ๆ แต่ผู้เขียนชอบกล้วยหินที่สุด โดยเฉพาะนำมาต้ม แต่หากินยากเช่นกัน แต่เอกสารของวิทยากร กฤษฏา ประมวลทรัพย์  ได้หยิบยกตัวอย่างวิธีสอนแบบไทย ๆ ของ อ. สมหวัง วิทยาปัญญานนท์ ..

  • กล้วยอ่อน หรือปลีกล้วย เหมาะสำหรับทำแกง เพื่อลดรสฝาด และลดความแข็งของเปลือกเหมือนการสอนเด็กอ่อนที่ต้องการความกลมกล่อมนุ่มนวล ไม่ต้องละเอียดลึกซึ้งมากนัก ค่อยให้ปุ๋ยให้น้ำ ประคับประคองรอวันเจริญเติบโตเป็นลูกกล้วยที่สมบูรณ์ต่อไป อย่าซาดิสด์เร่งลูกให้โตเร็ว  ๆ เคี่ยวเข็ญบรรจุความฮึกเหิมก้าวร้าวลงไป อนาคตก็จะเป็นลูกกล้วยที่กลายพันธุ์
  • กล้วยดิบ มีเนื้อแน่น ๆ เหมาะสำหรับทำกล้วยฉาบ มีทั้งรสเค็มและรสหวานเหมือนการสอนเด็กวัยรุ่นที่ต้องโลดโผนจ๊าบ ๆ เรียนไปสนุกไป ผู้ฝึกสอนที่มีความรอบรู้มีแนวความคิดแบบเปิดกว้างรับรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็จะสามารถพลิกแพลงเพิ่มพูนทักษะและสร้างความน่าสนใจให้นักกีฬาสนุกในการฝึกซ้อมได้เป็นอย่างดี การกระทำที่เรียกว่า "หักดิบ" นั้นไม่เกิดผลดีแน่นอน เพราะวัยนี้มีความแปรปรวนทางอารมณ์สูง แรงเค้ามีเยอะแต่ขอให้สนุกก็แล้วกัน
  • กล้วยกึ่งสุก เหมาะสำหรับทำกล้วยบวชชี มีรสกลมกล่อม เนื่องจากน้ำกะทิ เหมือนการสอนผู้ที่พ้นวัยโลดโผนมาแล้ว เป็นนักกีฬาที่มีความคิดและประสบการณ์ผ่านการฝึกซ้อมและการแข่งขันใช้การได้แล้ว เพียงแต่ชี้แนะให้เห็นประโยชน์หรือเทคนิคต่าง ๆ ด้วยการยกตัวอย่างของเหตุและผลที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเล่นหรือแข่งขัน บวกความรู้หรือหลักการด้านวิทยาศาสตร์เข้าไป
  • กล้วยสุก คงจะเป็นที่มาของคำว่า "แก่เกินแกง"เพราะเนื้อกล้วยที่สุกจะอ่อนเหลวเหมาะสำหรับทำกล้วยตากหรือกล้วยอบ บางครั้งก็ต้องเอาไปชุบนำผึ้ง เหมือนกับการสอนคนแก่ ซึ่งในวัยนี้คงไม่มีใครเรียนแบดมินตันกันแล้ว แต่อาจจะต้องเล่นคู่กันเพื่อการแข่งขันหรือกระชับมิตร และคนแก่นั้นก็ไม่ชอบวิธีการบอกสอนแบบกระโชกโฮกฮาก ใช้อารมณ์ ต้องบอกสอนด้วยความเคารพ พูดคำหวาน ไม่กระทบจิตใจ ลูกออกตั้งเยอะ ก็บอกนิดเดียว ให้กำลังใจกัน เพราะผู้สูงอายุมักใจน้อย ต้องแนะนำแบบนิ่มนวล ถ้าหากคุณฝีมือไม่เจ๋งจริงแต่อวดเก่งหรือพูดจาไม่เข้าหู เกมนั้นก็คงกร่อย และเตรียมตัวแพ้ในที่สุด

ผู้เขียนชอบใจการเปรียบเทียบกล้วยระยะต่าง ๆ กับวัยมากที่สุด จะโดนใจก็คำว่า "แก่เกินแกง" (อิ อิ) ผู้เขียนคิดว่า "ลักษณะการเรียนรู้ของแต่ละคนก็อาจจะเปรียบเป็นกล้วยระยะต่าง ๆ ได้มั๊ย?"