เพราะเพียงเริ่มต้นคิด...ระดมความคิดในเวทีแบบนี้ ผมไม่เห็นภาคประชาชนที่เป็นคนท้องถิ่น ที่เป็นปราชญ์ชุมชนในเวทีนี้แม้แต่คนเดียวทำผมคิดว่า เราสะดุดตั้งแต่แรกเริ่ม...และเราก็จะมีปัญหาเหมือนกันซ้ำๆให้แก้ไขกันต่อไป

ผมได้รับเชิญเข้าร่วมเวที "ระดมความคิดเห็นเพื่อการเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติกับกลุ่มเรื่องที่ควรวิจัยเร่งด่วน : ภาคเหนือ" จัดโดยเครือข่ายการบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน

การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ เป็นการบังเอิญเข้าร่วมระดมความคิดแบบงงๆ และ ผมรู้สึกมึนงงจนจบกระบวนการในหนึ่งวันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเชียงใหม่

ที่ผมตัดสินใจเข้าร่วมเพราะเห็นประเด็นน่าสนใจและเกี่ยวข้องกับประเด็นการบริหารจัดการท่องเที่ยวที่เป็นงานวิจัยส่วนหนึ่งที่ดำเนินการอยู่

 

ภาพจากโปสการ์ดแผ่นเล็กๆที่ผมซื้อจากริมถนนที่เมืองปาย

------------------------------------------

ในครั้งแรกนั้น คิดว่าจะเป็นการระดมความคิดเห็นแนวทางการวิจัยที่สอดคล้องกับภาคเหนือบน (ครั้งนี้จัดอนุภูมิภาค - เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน ลำพูน) ในความเป็นจริงในกระบวนการก็มีการระดมความคิดเห็น แต่เป็นการระดมความคิดเห็นในแนวทางที่มีโครงการวิจัยตามข้อเสนอของหน่วยงานราชการในจังหวัดภาคเหนือที่มีอยู่แล้ว  หมายถึงเนื้อหาที่ได้จากการระดมความคิดเห็นจะนำไปแทรกตรงไหน ในเมื่อมีโครงการวิจัยที่พร้อมอนุมัติอยู่แล้ว...

ที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ การระดมความคิดเห็นครั้งนี้ไม่มี "ภาคประชาชน"  ผมคิดว่สำคัญมากทีเดียว หากยุทธศาสตร์ของ วช.จะเน้นการพัฒนาเพื่อ "ตอบโจทย์ท้องถิ่น"  เพื่อประมวลเป็นแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาโดยรูปแบบงานวิจัย เวทีการระดมความคิดเห็นครั้งนี้จึงขาดมิติของคนชุมชนอย่างน่าเสียดาย...

ผมสนใจยุทธศาสตร์ ทั้ง ๕ ยุทธศาสตร์ ของ วช.มาก อ่านเอกสารแล้ว ตัดสินใจเข้าร่วมเพราะเห็นยุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้

ในปี ๒๕๕๑-๒๕๕๓ มียุทธศาสตร์การวิจัยชาติดังนี้

  • การสรางศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
  • การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางสังคม
  • การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางวิทยาการและทรัพยากรบุคคล
  • การเสริมสร้างและพัฒนาทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • การบริหารจัดการความรู้ ผลงานวิจัยทรัพยากรและภูมิปัญญาสู่การใช้ประโยชน์ด้วยยุทธวิธีที่เหมาะสม

ทั้งหมดเป็นยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติที่ผมอ่านแล้ว หัวใจพองโต เพราะหากกระจายกิจกรรมโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทั้งหมดได้ดี กระบวนการพัฒนาท้องถิ่นจะขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ และเอื้อต่อการพัฒนาระบบความรู้ระดับท้องถิ่น

กิจกรรมหลักๆในเวทีเป็นการนำเสนอแนวคิด ยุทธศาสตร์งานวิจัย รวมถึง การชี้แจงโครงการวิจัยที่มีอยู่แล้วพร้อมอนุมัติ และมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดงานวิจัยตามหัวข้อยุทธศาสตร์

ผมเลือกยุทธศาสตร์ที่ ๕ ที่ผมสนใจที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ รวมถึงการนำผลจากงานวิจัยไปต่อยอดระดับชุมชนน่าจะมีกระบวนการแบบไหน อย่างไร และงานวิจัยที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ข้อนี้ควรเป็นอย่างไร?

ประเด็นหลักๆที่ผมเสนอในเวทีกลุ่มย่อย ยุทธศาสตร์ที่ ๕

  • เน้นการพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้โดยใช้"การท่องเที่ยวโดยชุมชน"เป็นเครื่องมือ
  • การพัฒนาระดับเครือข่าย(Network)  โดยใช้ การจัดการความรู้ เป็นทุนในการขับเคลื่อน
  • การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ระดับชุมชนเพื่อการพึ่งตนเอง พัฒนาจากพื้นที่รูปธรรม โดยมีผลลัพธ์เป็นชุดความรู้ท้องถิ่น
  • การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อยกระดับความรู้ชุมชน
  • การพัฒนาเครือข่ายปราชญ์ชุมชน เป็นลักษณะ Human mapping

เหมือนกับการนำเสนอวิธีการ - กระบวนการเดิมๆ แต่ผมยังยืนยันว่าในท้องถิ่น ผมยังไม่เห็นภาพการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยากเห็นอย่างที่ผมนำเสนอข้างบนนี้ 

ส่วนในการนำข้อมูลวิจัยไปใช้ ประเด็นนี้ถกกันนานถึง งานวิจัยที่ทำแล้ว ไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควรจะเป็นทางออกเรื่องนี้เราคุยกันถึง การจัดตั้งศูนย์การบริหารจัดการงานวิจัย เรียกง่ายๆว่าจัดการความรู้จากการวิจัยเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารงานวิจัยระดับอนุภูมิภาค

ผมกำลังมองว่า เราคิดบนฐานของการแก้ปัญหาแบบตื้นเขินมากเกินไป ทางออกของปัญหานี้ไม่ได้แก้ไขที่ การจัดตั้งศูนย์การบริหารงานวิจัย และ/หรือ การจัดตั้งบอร์ดบริหารงานวิจัยระดับภาค หากแต่เป็นการวางระบบการคิดงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์วิจัยจริงๆ เป็นงานวิจัยและพัฒนา สร้างคนเพื่อเป็นนักวิจัยชาวบ้าน รวมถึง การเสริมพลังชุมชนตลอดกระบวนการวิจัย นั่นหมายถึงเราใช้ประโยชน์จากกระบวนการวิจัยตลอดกระบวนการอยู่แล้ว

เรามักเห็นเนืองๆว่า  งานวิจัย ที่ผ่านมาตลอดเวลานั้น

  • เป็นผลงานเพื่อยกวิทยฐานะของบุคลากรทางการศึกษา หาได้มีความจริงใจในการช่วยพัฒนาชุมชนไม่
  • เป็นงานที่บอกว่ามีส่วนร่วม แต่แท้จริงเป็นการมีส่วนร่วมแบบปลอมๆ
  • งานวิจัยเป็นเพียงธุรกิจทางเลือก สร้างรายได้ สร้างเครดิตความรู้ให้ผู้วิจัย และชาวบ้านเป็นเพียงผู้ถูกวิจัยเท่านั้น
  • การจัดสรรงานวิจัยที่ผ่านมาอิงกับสถาบันการศึกษา ไม่มีภาคประชาชนแม้แต่โครงการเดียว
  • งบประมาณวิจัยชาติมีกลไกซับซ้อนเกินกว่าภาคประชาชนจะเข้าถึง

สรุปแล้ว...จะสร้างสถาบันจัดการความรู้จากงานวิจัย หรือจะเกิดบอร์ดเพื่อมาจัดการความรู้จากงานวิจัย กี่สิบกี่ร้อยสถาบัน กี่พันบอร์ด ...น่าจะไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหา

เพราะเพียงเริ่มต้นคิด...ระดมความคิดในเวทีแบบนี้ ผมไม่เห็นภาคประชาชนที่เป็นคนท้องถิ่น ที่เป็นปราชญ์ชุมชนในเวทีนี้แม้แต่คนเดียวทำผมคิดว่า เราสะดุดตั้งแต่แรกเริ่ม...และเราก็จะมีปัญหาเหมือนกันซ้ำๆให้แก้ไขกันต่อไป

ผมเดินออกจากเวทีระดมความคิดแบบมึนๆเหมือนตอนเข้ามาครั้งแรก...ความรู้สึกของผมแทบไม่ต่างกัน